⌛✨💖 นิทานพื้นบ้านออสเตรเลีย: ตำนานพระจันทร์ของชาวอะบอริจิน 💖✨⌛




          คืนหนึ่งที่ท้องฟ้าส่องสว่าง พระจันทร์ (Bahloo เทพแห่งดวงจันทร์ในตำนานชาวอะบอริจิน) มองลงมายังโลกเบื้องล่าง ข้างกายเขามีสัตว์เลี้ยงสามตัวที่เขารัก แต่สำหรับมนุษย์แล้ว พวกมันไม่ใช่สุนัข แต่เป็นงูพิษร้ายแรง ได้แก่ งูเดธแอดเดอร์, งูดำ และงูเสือ

          ขณะที่พระจันทร์ทอดสายตามองไป เขาเห็นกลุ่มชนพื้นเมืองอะบอริจิน (daens คำเรียกชาวอะบอริจิน) กำลังข้ามลำธาร ด้วยความต้องการทดสอบพวกเขา พระจันทร์จึงเอ่ยขึ้น “หยุดก่อน ช่วยพาสัตว์เลี้ยงของข้าข้ามลำธารด้วย”
          ชนพื้นเมืองหยุดชะงัก พวกเขารู้ดีว่าพระจันทร์คือผู้ที่แข็งแกร่งและมีอำนาจเหนือมนุษย์ แต่พวกเขากลัวสัตว์เลี้ยงของพระจันทร์ เพราะทุกครั้งที่พระจันทร์นำพวกมันมาเล่นบนโลก พวกมันเคยกัดทั้งสุนัขธรรมดาและมนุษย์ ทำให้หลายคนตายจากพิษร้ายแรงของมัน
          ชนพื้นเมืองจึงตอบกลับอย่างหวาด ๆ “ขออภัย พระจันทร์ พวกเรากลัวเกินกว่าจะทำตามคำขอของท่าน”
          พระจันทร์ถอนหายใจ ก่อนกล่าวว่า “หากพวกเจ้าทำตามที่ข้าขอ ข้าจะมอบของขวัญล้ำค่าแก่เจ้า”

          เขาหยิบแผ่นเปลือกไม้ขึ้นมา แล้วโยนลงสู่ลำธาร แผ่นไม้นั้นลอยขึ้นมาอย่างง่ายดาย “หากพวกเจ้าช่วยข้า เมื่อตายไป วิญญาณเจ้าจะได้ฟื้นคืนชีพเสมอ เหมือนดวงจันทร์ที่ขึ้นใหม่ทุกคืน เจ้าย่อมมีชีวิตใหม่เสมอ ไม่มีวันสูญสิ้น”
          จากนั้น พระจันทร์หยิบก้อนหินขึ้นมา “แต่ถ้าพวกเจ้าไม่ทำ…”
          เขาโยนก้อนหินลงน้ำ มันจมหายไปทันที “เจ้าจะเป็นเช่นก้อนหินนี้ ตายแล้วไม่มีวันกลับมา”

          ชนพื้นเมืองมองทั้งเปลือกไม้และก้อนหิน พวกเขาอยากมีชีวิตนิรันดร์ แต่ความกลัวงูมีมากกว่า พวกเขาก้มหน้าตอบอย่างหนักแน่น “ขออภัย พระจันทร์ เราทำไม่ได้ งูของท่านน่ากลัวเกินไป”
          พระจันทร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พวกเจ้าพลาดโอกาสครั้งสำคัญไปแล้ว”

          เขาเดินลงมาจากฟากฟ้า มุ่งหน้าสู่ลำธาร โชว์ให้เห็นว่างูของเขาไม่ได้ทำอันตรายใด ๆ กับเขาเลย
          งูดำขดรอบแขนข้างหนึ่ง งูเสือเลื้อยพันแขนอีกข้าง ส่วนงูเดธแอดเดอร์นอนนิ่งอยู่บนไหล่ของเขา
          ชนพื้นเมืองถอยหลังด้วยความหวาดหวั่น ขณะที่พระจันทร์เดินลงไปในลำธาร งูทั้งสามเลื้อยไปมาบนร่างเขา แต่ไม่มีตัวใดกัดเขาเลย


          เมื่อข้ามมาถึงฝั่ง พระจันทร์ก้มลง หยิบหินก้อนใหญ่อีกก้อนขึ้นมา “พวกเจ้าโง่เขลานัก! พวกเจ้าจะเป็นเหมือนก้อนหินนี้!”
          เขาขว้างก้อนหินลงไปในน้ำ มันจมหายไปทันที
          พระจันทร์มองเหล่าชนพื้นเมืองที่ยืนตัวสั่น แล้วกล่าวว่า “พวกเจ้าจะไม่มีวันได้กลับมามีชีวิตใหม่ หลังความตาย เจ้าจะเป็นเพียงเถ้ากระดูกใต้พื้นดินเท่านั้น ตลอดกาล!”

          ชนพื้นเมืองก้มหน้าลง พวกเขารู้ว่าตนเองสูญเสียโอกาสอันยิ่งใหญ่ไปแล้ว แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังคงหวาดกลัวและเกลียดงูของพระจันทร์
          ในใจพวกเขาคิดเพียงว่า “หากไม่มีพระจันทร์ งูเหล่านั้นก็ไม่มีอำนาจ ถ้าหากเราสามารถกำจัดมันได้ เราจะไม่ต้องกลัวอีกต่อไป!”
          และนี่คือจุดเริ่มต้นของความเกลียดชังที่ไม่มีวันจบสิ้น…
          ชนพื้นเมืองไม่ได้รู้สึกผิดกับการปฏิเสธพระจันทร์ พวกเขาโกรธ… โกรธที่พระจันทร์สาปพวกเขาให้ต้องตาย โกรธที่พวกเขาสูญเสียโอกาสจะฟื้นคืนชีพ และเหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาโกรธงูของพระจันทร์
          “ถ้าพวกเราไม่มีวันได้เป็นอมตะ พวกมันก็ไม่ควรมีชีวิตอยู่เช่นกัน!”
          ชายคนหนึ่งประกาศเสียงดัง พลางหยิบไม้ขึ้นมา “ถ้าพวกเรากำจัดงูทั้งหมด พระจันทร์จะไม่มีอำนาจเหนือเราอีก!”
          “ฆ่ามันให้หมด!”

          ตั้งแต่นั้นมา ชนพื้นเมืองจึงเริ่มต้นการล้างแค้น พวกเขาออกไล่ล่างูทุกตัวที่พบ ไม่ว่างูจะเล็กหรือใหญ่ ไม่ว่ามันจะอยู่บนดิน ในน้ำ หรือเลื้อยอยู่ตามโขดหิน หากพวกเขาเห็นมัน พวกเขาจะฆ่ามันทันที
          เลือดของงูเปรอะเปื้อนพื้นดิน เสียงฟาดไม้ดังก้องไปทั่ว แต่ไม่ว่างูจะถูกฆ่าไปมากเท่าไร ก็ยังคงมีงูใหม่เกิดขึ้นเสมอ
          แต่พวกเขาไม่หยุด ความโกรธของพวกเขากลายเป็นความคลั่งแค้นไม่รู้จบ

          บนท้องฟ้าพระจันทร์เฝ้ามองดูชนพื้นเมือง เขาเห็นทุกครั้งที่งูถูกฆ่า และทุกครั้งที่ชนพื้นเมืองสาปแช่งสัตว์เลี้ยงของเขา
          เขาเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกล่าวขึ้น “พวกเจ้าโง่เขลานัก…”
          “ตราบใดที่มนุษย์ยังคงมีชีวิต งูก็จะยังคงอยู่”
          เขายกมือขึ้นชี้ไปยังผืนโลก งูตัวใหม่เลื้อยออกจากเงามืดของป่า มันยังคงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะถูกกำจัดไปมากแค่ไหน
          “งูจะไม่มีวันหมดไป เพราะพวกมันคือเครื่องเตือนใจให้พวกเจ้ารู้ว่า พวกเจ้าเลือกความกลัวแทนที่จะเลือกโอกาสแห่งชีวิตนิรันดร์”

          ชนพื้นเมืองยังคงโกรธพวกเขาไม่ฟัง ไม่เข้าใจ และไม่ต้องการเข้าใจ พวกเขาไม่หยุดฆ่า ไม่หยุดตามล่างู
          แต่พระจันทร์เพียงแค่หัวเราะแผ่วเบา ก่อนที่เขาจะหายลับไปในความมืดของราตรี

          และนับจากวันนั้น งูก็ไม่มีวันหายไปจากโลก ไม่ว่ามนุษย์จะพยายามกำจัดมันสักเพียงใด งูก็ยังคงอยู่… ราวกับมันเป็นเงาของความผิดพลาดที่ไม่อาจลบเลือนได้ตลอดกาล




(นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… “ความกลัวทำให้มนุษย์พลาดโอกาสที่ประเมินค่าไม่ได้ และเมื่อพวกเขาสูญเสียมันไป พวกเขามักจะโทษสิ่งอื่น แทนที่จะยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง”)


ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล: taleZZZ | คลังศูนย์รวมนิทานทั่วโลก
.
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่