JJNY : 6in1 พิธาแนะ 3 ทางรอด│โรมถามแรงยธ.│ลิซ่าถามสปิริต│ทองไทยร่วงหนัก│ปธ.สรท.เตือนรับความเสี่ยง│โอเพนเอไอกลับมาฝึก

พิธา ย้ำ โลกเปลี่ยนไทยต้องปรับ แนะรัฐบาล 3 ทางรอด ก่อนมหาอำนาจบีบ-เกิดไตรวิกฤต!
https://www.matichon.co.th/politics/news_5946747
.
.
ล้อมเวที! พิธา ย้ำ ‘โลกเปลี่ยนไทยต้องปรับ’ ชู 3 ข้ออยากเห็น รัฐบาล วางพอร์ตให้ชัด ก่อนมหาอำนาจบีบ-เกิดไตรวิกฤตในประเทศ
.
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ชั้น LG ฮอลล์ 5-7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) จัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 (Book Expo Thailand 2026) ภายใต้แนวคิด “Unread Messages–คุณได้รับ ‘ข้อความใหม่’” ระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม-1 พฤศจิกายนนี้
.
บรรยากาศเวลา 11.30 น. ที่บูธสำนักพิมพ์มติชน J02 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และอดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาร่วมพบปะพูดคุยพร้อมแจกลายเซ็นแฟนคลับซึ่งสนับสนุนหนังสือเล่มใหม่ ‘The Future of Thailand: Next Move โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ’ จนถึงเวลา 13.30 น.
.
บรรยากาศเวลา 14.00 น. ที่เวทีกลาง นายพิธา ขึ้นเวทึเปิดตัวหนังสือ ‘The Future of Thailand: Next Move โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ’ ดำเนินรายการโดย อภิสิทธิ์ ดุจดา
.
ในตอนหนึ่ง นายพิธาเผยว่า ตนไปมา ๆ ระหว่างไทย แคนาดา และบอสตัน ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมารู้สึกว่าโลกเป็นไปเยอะ มีทั้งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างระเบียบโลกใหม่ ที่ก่อตัวขึ้นมา ซึ่งไม่ควรให้ประเทศมหาอำนาจ แค่ 2-3 ประเทศ มากำหนดโลกใบใหม่
.
พอพูดถึงคำว่า ‘การเมือง’ และประเทศไทย หลายคนคิดถึงคุณ ยังนับวัน นับเดือนอยู่หรือไม่ หลังถูกตัดสิทธิ นายพิธา กล่าวว่า อีก 93 เดือนตอนนี้ จริง ๆ ก็ไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น เรารู้ว่ายังเหลือเวลาอีกเท่าไหร่ ตอนนี้ใช้เวลาในการเข้าใจ 2-3 เรื่องคือ ระเบียบโลกใหม่ ผู้เล่นใหม่ และเข้าใจคนรุ่นใหม่ จากแคมเปญ มาอยู่แคมปัส ไม่ว่าจะที่บอสตัน หรือแคนาดาก็ดี เวลามีคอนเทนต์ติดต๊อก เจน Z เราเข้าใจเข้ามากแค่ไหน ทำให้เข้าใจเขามากขึ้น ตอนนี้ลูกตนก็เจนอัลฟ่าแล้ว ที่ผ่านมาได้เจอทั้งคนไทยและคนอาเซียน สิ่งที่เขากำลังเผชิญตอนนี้น่าสนใจมาก ถ้าเกิดคนรุ่นตนไม่เข้าใจคนรุ่นใหม่ จะเหมือนอย่างอเมริกา มีผู้นำ ปู่ 2 คน โดนัลด์ ทรัมป์ กับ โจ ไบเดน คนรุ่นใหม่เขาไม่รู้จะเลือกใคร
.
“แล้วคนรุ่นผมสี่สิบกว่า มีคำตอบอะไรให้เขาบ้าง ทำให้รู้วิธีการพูดคุย เพราะชีวิตคน 17-18 ชีวิตเขาอยู่ในมือถือ และอาจมีมุมความคิดในรูปแบบที่อาจจะไม่เหมือนกับตอนที่เราโตมา ในช่วง 2-3 ปี อาจไม่ได้เข้าสภาฯ แต่ได้เจอกับคนรุ่นใหม่ ที่จะเป็นอนาคตของชาติ” นายพิธา กล่าว
.
เมื่อถามถึงไทม์ไลน์ชีวิต จากที่เคยบอกว่า 40-50 ปีอยากเป็นนักการเมืองให้จบก่อน แล้ว 50-60 อยากไปทำงานระหว่างประเทศ 60-70 อยากไปเป็นอาจารย์ ? นายพิธากล่าวว่า มาตัดสิทธิตนก่อน ไม่อย่างนั้นป่านนี้ก็คงเลิกเล่นการเมืองไปแล้ว (หัวเราะ) ตอนนี้เลยกลายเป็นกลับหัวกลับหาง
.
“ต้องรอเวลา 93 เดือน คดี 44 ส.ส. เห็นเขาเรียกผมไป ช่วงมีนาคมเชิญไปให้ปากคำมาแล้วบ้าง ก็อาจจะถูกตัดสิทธิตลอดชีวิต ไม่ได้เป็นอะไรที่ต้องปิดบัง หรือหลีกหนี แต่ไม่ได้รู้สึกว่าสิ้นหวัง”
.
นายพิธาเผยว่า ตอนที่ไปอยู่เมืองนอก มีทั้งคน ที่บังคลาเทศ เวเนซุเอลา ศรีลังกา เนปาล บราซิล เขาเล่าว่าคนของเขาต้องไปอยู่อังกฤษตั้ง 17 ปีกว่าจะได้กลับมาเป็นนายกฯ บังคลาเทศ อย่าง เนปาลเอง นายกฯ ตอนนี้ ก็ได้กลับมา และแลนด์สไลด์ การเมืองเรื่องกลม ๆ ถ้าเกิดคุณไม่หมดหวังกับประชาชน แล้วประชาชนยังต้องการ ไม่ว่าเขาจะตัดสิทธิหรือตัดอะไรไป ก็ตัดใจผมไม่ได้ เวลา เมื่อมันมา มันก็จะมาเอง ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ คอยศึกษาหาความรู้ ว่าตัวเราต้องเปลี่ยน เพราะโลกปรับ
.
นายพิธา กล่าวว่า สงครามห่างจากเรา แต่ราคาน้ำมันขึ้นเอา ๆ สักพักลง แล้วประกาศสู้ ขึ้นใหม่อีก บริษัทที่เกี่ยวกับสงคราม ขึ้นเอา ๆ ทำให้เราอยากรู้ว่าระเบียบโลกใหม่ คนเขาคิดแบบไหน ซึ่งมันเปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะถ้าคุณอยู่ในนิวยอร์ก
.
เมื่อถามว่า หนังสือเล่มนี้บรรจุบทความที่ตีพิมพ์ ในมติชนสุดสัปดาห์ ถ้ามองภาพรวมเล่มนี้มีอะไรซ่อนอยู่ นายพิธาเผยว่า ต้องบอกก่อนว่าตนเป็นนักเขียนที่ดีมาก 2 ปี 104 สัปดาห์ ไม่เคยไม่เขียน เขียน 104 บทความไม่เคยพลาด เพราะความรู้สึกเหมือนได้อภิปราย เป็นเหมือนช่องทางที่ได้คิด ตกตะกอน เปลี่ยนจากพูดในสภา มาเขียนในมติชนเอง พอเขียนไปเรื่อย ๆ มันก็ร้อยเรียงได้เองว่า บทที่หนึ่ง โลกกำลังเปลี่ยนเป็นอะไร ระเบียบโลกเก่าและใหม่ เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ตอนที่สหรัฐพูดถึง กรีนแลนด์ก็ดี เขาไปจับกุมประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร มันเป็นอะไรที่คิดไม่ถึง ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในยุคสมัยแบบนี้ มหาอำนาจ เหมือนกำลังเอาเป็นแค่ผู้เล่นในบอร์ดหมากรุกของเขา โดยที่ไม่รู้ตัว ก็เลยเริ่มสนใจมากขึ้น
.
เมื่อถามอีกว่า เพราะอะไรเขาถึงทำแบบนั้น แล้วมันกระทบไทยอย่างไร what whom whare why เริ่มคิดมากขึ้น จากคอลัมน์ที่เพิ่งเขียน นายพิธา ระบุว่า ผมว่าสถานการณ์โลกตอนนี้ รวมได้เพียงประโยคเดียวคือ G2 M7 และพวกเราที่เหลือ G2 คือ Great Power สหรัฐฯ กับจีน ตอนปี 2006 จีดีพี สองประเทศรวมกัน เทียบเท่าเศรษฐกิจโลก 15-2 % แล้วอีก 193 ประเทศ จีดีพี 70% ปีนี้ผมว่า G2 มันเด่น เลยให้นักศึกษาไปค้นคว้า ปรากฏจาก 20% เป็น 45% ใน 20 ปี เราไม่รู้สึกถึงการเข้าขยับของเมกาฯ การเข้ามาของเศรษฐกิจจีนในระยอง ในโรงเหล็ก ในโรงงาน แอพพ์ Temu และที่ ส.ส.พรรคประชาชนต้องเจอ แล้วอีก 193 ประเทศ รวมถึงอินเดีย ญี่ปุ่น เยอรมัน เกาหลีใต้ และใต้หวัน ได้แค่ 55 % ของเศรษฐกิจมวลรวมทั้งโลก แปลว่าแค่ 2 มหาอำนาจ มีกระบวนท่าที่ส่งผลกระทบกับชีวิตเรามากกว่า
.
นายพิธา กล่าวต่อว่า ส่วน M7 คือ Magnificent 7 ซึ่งประกอบด้วย 7 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ตั้งแต่ Apple, Google, Tesla ไม่ได้เป็นผู้เล่นหลัก (non-state actor) แต่มีผลกระทบกับเรามาก อยู่ในมือถือตั้งแต่ตื่นมา เราจะอ่าน เสพอะไร มันขึ้น อยู่กับ M7 ถ้าเอา ส่วนแบ่งการตลาด Merket Share มารวมกัน ใหญ่กว่าเศรษฐกิจกิจจีนอีก
.
ดังนั้น ถ้าเรียงลำดับความใหญ่ความใหญ่ของเศรษฐกิจ อเมริกาอันดับ1, M7 อันดับ 2, จีน อันดับ 3 แสดงว่าเวลาเห็นการประชุมสำคัญ รู้สึกว่า เทคฯ CEO เหล่านี้ มีบารมีกว่ารัฐมนตรีต่างประเทศอีก เห็นอีลอนมักส์, มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก แสดงว่ามีพลังกำหนดอนาคตสูสีกัน แต่เรื่องที่เกี่ยวกับ AI หรือ M1 มันไม่มีใครสอน ทุกวันนี้เอาความคิดถึงทำให้สุขภาพจิตเด็ก และการศึกษาเป็นอย่างไร
.
นายพิธา กล่าวต่อว่า แล้วที่เหลือพวกเราอาเซียนทั้งหมดจะทำอย่างไร ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องบีบ มหาอำนาจนึงต้องการแบบนี้ อีกมหาอำนาจต้องการแบบนี้ เรื่องอุตสาหกรรมใหม่ ชุมชน ชาติพันธุ์ เช่น กรณีส่งกลับชาวอุยกูร์ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากกับรัฐบาลไทย รวมถึงเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ ที่เราทำอะไรกับมันได้บ้างหรือไม่ G2 และ M7 ถ้าคิดเป็นสัดส่วน เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ของทั้งโลก แต่ถ้ารวมทั้งหมดน่าเกือบ 60-70 เปอร์เซ็นต์ของทั้งโลก
.
เมื่อถามว่า เขากำลังจะพาโลกไปทางไหน นายพิธา กล่าวว่า ตนว่าสหรัฐอเมริกา กับ จีน ก็มีเรื่องที่ต้องแข่งขันกันทั้งคู่ แต่ถ้าแข่งกันจนพินาศ เขาก็จะถอยมา หรือหากบางเรื่องไม่เป็นผลดีกับใคร อาจจะร่วมมือกันก็ได้ แล้วแบ่งกันดูมนแต่ละภูมิภาค แต่ผมว่าเขาสู้กันเรื่อง ‘ดิน น้ำ ลม ไฟ’ คือธาตุ แร่หายาก ในการใช้ชิปส์ เอไอ ทางจีน พม่ามีเยอะมาก เรื่องเกี่ยวกับน้ำคือ การเดินเรือ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ ทะเลจีนใต้ คือแข่งเคเบิลใต้น้ำ ‘ลม’ คือ การขึ้นคลาวด์ และ ‘ไฟ’ คือ พลังงานสะอาด ที่เขาต้องซัดกันตลอดเวลา เมื่อเราเห็นเช่นนั้น จะกำหนดชะตาประเทศของเราอย่างไรบ้าง คือคำถามที่ตอบยากมาก
.
“ผมคิดว่าประเทศที่ทำแล้วเด่นเลยคือ ต้องมี ‘เศรษฐกิจภายใน’ Domestic Economy เราพึ่งการส่งออกนำเข้า 120 % ของ GDP แต่ส่งออกของอินโดนีเซียแค่ 30% ที่เหลือเขามีเศรษฐกิจในประเทศ พอมีเศรษฐกิจภายใน เมื่อเจอหลายเรื่องการแข่งขันการค้า เขาก็พอจะมีตัวตน เศรษฐกิจแคนาดา ภายในก็พอมี คือ กระจายความเสี่ยง ถ้าเราเพิ่งมหาอำนาจใด เมื่อเขาบีบ เราจะทำอะไรไม่ได้ ผมคิดว่า 2-3 อย่างที่ทำแล้วเห็นภาพชัดคือ หนึ่ง-เศรษฐกิจภายในต้องมี สอง-ต้องกระจายความเสี่ยง และสามต้องรวมกลุ่มหาฉันมติในบางเรื่อง เช่นเกี่ยวกับ แร่ธาตุหายาก แต่ถ้าคุณไม่มีเศรษฐกิจภายในประเทศ ไม่กระจายความเสี่ยง รวมสามารถตัวอะไรกับใครไม่ได้ ก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้ามี 3 ข้อนี้กับไม่มี 3 ข้อนี้ เห็นชัดมากว่า จะสู้กับระเบียบโลกใหม่ได้หรือไม่” นายพิธา กล่าว
.
เมื่อถามว่า แล้ว 3 ข้อนี้ มองว่าประเทศไทยมีมากน้อยแค่ไหน นายพิธากล่าวว่า ถ้าก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล ก็อาจจะพอทำได้เหมือนกัน เราพูดกันเรื่องเศรษฐกิจภายใน ค่อนข้างชัดเจน เรื่องเศรษฐกิจฐานราก SME การกระจายอำนาจ ไม่ให้กรุงเทพมหานคร เป็นประเทศไทย พอเราต้องการมีเศรษฐกิจขาออก มีส่งออก นำเข้า ดึงดูดการลงทุน มีดาต้าเซ็นเตอร์ ควบคู่กับการสร้างเศรษฐกิจภายใน จึงจะทำให้เรามีอำนาจต่อรองแต่ถ้าเราพึ่งพาแต่การลงทุนต่างประเทศ ซึ่ง 8 แสนกว่าล้านบาท เป็นดาต้าเซ็นเตอร์อย่างเดียว ทำให้เราไม่มีอำนาจต่อรอง เป็นเรื่องยากอยู่ ดังนั้น ต้องเริ่มสร้าง Domestic Economy ภายในขึ้นมาให้ได้ วางพอร์ตให้ชัด 25% ไปมหาอำนาจนึง อีก 25% ไปอีกมหาอำนาจ 25% อยู่ในอาเซียน อีก 25% อยู่ในประเทศที่กำลังเกิดใหม่
.
“ถ้าเราไม่สามารถกระจายความเสี่ยงให้มั่นคง อย่าง ‘ขาเก้าอี้’ ได้ ก็ยาก ผมยังอยากเห็นรัฐบาล สร้างเศรษฐกิจภายในขึ้นมาให้เข็มแข็ง จัดการหนี้สาธารณะเสีย ดูแลเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจน้ำท่วมและสิ่งแวดล้อม เพราะมันจะเหมือน ไตรวิกฤต กระทบกันไป เหมือนเอาไข่ทั้งหมดไปใส่ในตะกร้าใบเดียว ไม่อย่างนั้นโดนมหาอำนาจบีบแน่นอน มันเกี่ยวข้องกับราคาปุ๋ย ให้เมล็ดพันธุ์สินค้า การส่งออกยางไปอเมริกา ส่งออกเสื้อผ้า หรือการที่เราไม่มีกระดูกสันหลังในการผลิตของเราเอง และเป็น Backyard ให้ประเทศอื่น ทำให้ SME สู้ราคาสินค้ามหาอำนาจไม่ไหว ตายหมด การส่งออก-นำเข้า ที่ต้องมีราคาตู้คอนเทนเนอร์ ราคาสินค้าก็สูงตาม กลายเป็นอาการเศรษฐกิจไทย ที่โตได้ช้ามาก” นายพิธากล่าว
.
เมื่อถามว่า มองไปยังประเทศไทยตอนนี้ มีความหวังอย่างไรบ้าง นายพิธา ระบุว่า ต้องเอาเทคโนโลยี เอา AI มาลดความเหลื่อมล้ำในประเทศให้ได้ ลดปัญหาสาธารณสุข การศึกษา แก้ปัญหาหาเกษตร เราจะผลิตชิปส์ แข่งไต้หวัน ผลิตโมเดลเแข่ง คงไม่ไหว ถ้าเราใช้เพนพ้อยต์พื้นฐาน ให้เอาเอไอ มาใช้ให้ได้มากที่สุด อาเซียนต้องทำให้ เอไอ Useful มันจะกลายเป็นโมเดล รวมถึงเรื่องสังคมสูงวัย ที่ถ้าถ้าแก้ได้จะเป็นเพนพ้อยต์สำคัญไปแข่งกับฝั่งอุปสงค์ ไม่ใช่อุปทาน แล้วจะเห็นว่า เอไอ นั้นพลิกเกมได้อย่างไร ไม่เช่นนั้นเราจะเป็นเพียงคนถูกกระทำ ถูกกลืนกิน ไม่สามารถกำหนดอนาคตอะไรได้.

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่