
คารวะพี่ๆ ชาวพันทิปทุกท่านขอรับ วันนี้ข้าพเจ้ามีเรื่องเล่าเชิงเปรียบเปรยที่สะท้อนสัจธรรมของมนุษย์จากแผ่นดินจีนเมื่อราว 2,000 ปีก่อน มาชวนทุกท่านร่วมสนทนาขอรับ
ย้อนกลับไปในยุคสมัยราชวงศ์ฮั่นอันยิ่งใหญ่ มีบุรุษผู้หนึ่งมีชาติกำเนิดจากหมู่บ้านชนบทห่างไกล อาศัยความเพียรพยายามร่ำเรียนตำราจนสอบผ่านจอหงวน และได้รับแต่งตั้งจากราชสำนักให้ลงไปดำรงตำแหน่ง "ไท่โสู่" (เจ้าเมือง) ทำหน้าที่ปกครองดูแลราษฎรและข้าราชการในหัวเมืองสำคัญแห่งหนึ่งในเขตที่ราบภาคกลางของแผ่นดิน
ขวบปีแรกแห่งการดำรงตำแหน่ง:
ในช่วงปีแรกที่ก้าวเท้าเข้ามารับหน้าที่ จ้าวเมืองผู้นี้ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยมยิ่งนัก เขาสวมชุดเก่าคร่ำคร่า ออกตรวจตราไร่นาและรับฟังความทุกข์สุขของราษฎรด้วยตนเอง ไม่รับสินบนหรืออภิสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น จนบรรดาข้าราชการผู้น้อยและชาวเมืองต่างพากันก้มกราบคารวะ ยกย่องให้เขาเป็น "ขุนนางน้ำดีผู้ไร้มลทิน" ดั่งหยกขาวบริสุทธิ์ ทุกคนต่างศรัทธาและรักใคร่เขาจากใจจริง
ขวบปีที่สอง: เมื่อหน้ากากหลุดร่วง:
ทว่า... เมื่อเวลาผ่านพ้นไปครบหนึ่งฤดูหนาว เข้าสู่ปีที่สองของการปกครอง เมื่ออำนาจและหีบสมบัติเริ่มกองอยู่เบื้องหน้า จ้าวเมืองผู้นี้ก็พลัน "กลายร่าง" เป็นคนละคนอย่างสิ้นเชิง
จากขุนนางผู้ทรงคุณธรรม กลับกลายเป็นปีศาจหิวกระหายในลาภยศและเงินตราอย่างไร้ความอิ่มเอิบ ประตูจวนที่เคยเปิดต้อนรับราษฎร กลับกลายเป็นแหล่งซื้อขายตำแหน่งและรับสินบนที่ผิดกฎหมาย เขาตักตวงผลประโยชน์จากทุกหย่อมหญ้าโดยไม่สนว่าบ้านเมืองจะสั่นคลอนเพียงใด บรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาได้แต่มองหน้ากันด้วยความหวาดผวาและขมขื่น
พอลองมาพิจารณาดูเรื่องนี้แล้ว มันทำให้เห็นสัจธรรมโบราณที่ว่า... อำนาจและผลประโยชน์ไม่ได้ทำให้คนเปลี่ยนไปหรอก แต่มันเป็นเพียง "เครื่องมือ" ที่ช่วยถอดหน้ากาก และเผยสันดานดิบที่ซ่อนอยู่ภายในก้นบึ้งของจิตใจมนุษย์ให้ออกมาสู่แสงสว่างต่างหาก ในยามที่เขายังไม่มีโอกาส สันดานนั้นถูกกดทับไว้ แต่พอมีอำนาจอยู่ในมือ ธาตุแท้จึงทำงานอย่างเต็มที่
พี่ๆ ในพันทิปล่ะขอรับ คิดเห็นอย่างไรกับการแปรเปลี่ยนของคนในอำนาจแบบนี้? ในประวัติศาสตร์หรือในยุคปัจจุบัน ท่านเคยพบเจอเหตุการณ์ทำนองนี้หรือไม่ และมีมุมมองอย่างไรกับคนประเภทนี้ เชิญมาร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนกันได้เลยขอรับ!
เงาโลหิตแห่งลุ่มแม่น้ำ
คารวะพี่ๆ ชาวพันทิปทุกท่านขอรับ วันนี้ข้าพเจ้ามีเรื่องเล่าเชิงเปรียบเปรยที่สะท้อนสัจธรรมของมนุษย์จากแผ่นดินจีนเมื่อราว 2,000 ปีก่อน มาชวนทุกท่านร่วมสนทนาขอรับ
ย้อนกลับไปในยุคสมัยราชวงศ์ฮั่นอันยิ่งใหญ่ มีบุรุษผู้หนึ่งมีชาติกำเนิดจากหมู่บ้านชนบทห่างไกล อาศัยความเพียรพยายามร่ำเรียนตำราจนสอบผ่านจอหงวน และได้รับแต่งตั้งจากราชสำนักให้ลงไปดำรงตำแหน่ง "ไท่โสู่" (เจ้าเมือง) ทำหน้าที่ปกครองดูแลราษฎรและข้าราชการในหัวเมืองสำคัญแห่งหนึ่งในเขตที่ราบภาคกลางของแผ่นดิน
ขวบปีแรกแห่งการดำรงตำแหน่ง:
ในช่วงปีแรกที่ก้าวเท้าเข้ามารับหน้าที่ จ้าวเมืองผู้นี้ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยมยิ่งนัก เขาสวมชุดเก่าคร่ำคร่า ออกตรวจตราไร่นาและรับฟังความทุกข์สุขของราษฎรด้วยตนเอง ไม่รับสินบนหรืออภิสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น จนบรรดาข้าราชการผู้น้อยและชาวเมืองต่างพากันก้มกราบคารวะ ยกย่องให้เขาเป็น "ขุนนางน้ำดีผู้ไร้มลทิน" ดั่งหยกขาวบริสุทธิ์ ทุกคนต่างศรัทธาและรักใคร่เขาจากใจจริง
ขวบปีที่สอง: เมื่อหน้ากากหลุดร่วง:
ทว่า... เมื่อเวลาผ่านพ้นไปครบหนึ่งฤดูหนาว เข้าสู่ปีที่สองของการปกครอง เมื่ออำนาจและหีบสมบัติเริ่มกองอยู่เบื้องหน้า จ้าวเมืองผู้นี้ก็พลัน "กลายร่าง" เป็นคนละคนอย่างสิ้นเชิง
จากขุนนางผู้ทรงคุณธรรม กลับกลายเป็นปีศาจหิวกระหายในลาภยศและเงินตราอย่างไร้ความอิ่มเอิบ ประตูจวนที่เคยเปิดต้อนรับราษฎร กลับกลายเป็นแหล่งซื้อขายตำแหน่งและรับสินบนที่ผิดกฎหมาย เขาตักตวงผลประโยชน์จากทุกหย่อมหญ้าโดยไม่สนว่าบ้านเมืองจะสั่นคลอนเพียงใด บรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาได้แต่มองหน้ากันด้วยความหวาดผวาและขมขื่น
พอลองมาพิจารณาดูเรื่องนี้แล้ว มันทำให้เห็นสัจธรรมโบราณที่ว่า... อำนาจและผลประโยชน์ไม่ได้ทำให้คนเปลี่ยนไปหรอก แต่มันเป็นเพียง "เครื่องมือ" ที่ช่วยถอดหน้ากาก และเผยสันดานดิบที่ซ่อนอยู่ภายในก้นบึ้งของจิตใจมนุษย์ให้ออกมาสู่แสงสว่างต่างหาก ในยามที่เขายังไม่มีโอกาส สันดานนั้นถูกกดทับไว้ แต่พอมีอำนาจอยู่ในมือ ธาตุแท้จึงทำงานอย่างเต็มที่
พี่ๆ ในพันทิปล่ะขอรับ คิดเห็นอย่างไรกับการแปรเปลี่ยนของคนในอำนาจแบบนี้? ในประวัติศาสตร์หรือในยุคปัจจุบัน ท่านเคยพบเจอเหตุการณ์ทำนองนี้หรือไม่ และมีมุมมองอย่างไรกับคนประเภทนี้ เชิญมาร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนกันได้เลยขอรับ!