📚ฟังอ่านท่องจำอย่างเดียว อย่าเพิ่งมั่นใจว่ากำลังสะสมความเข้าใจถูก👨‍🦯‍➡️🐘

📝📕นักตำราหลายคนมีปัญญาทางโลก ก็เข้าใจผิดว่าจะมีปัญญาทางธรรมไปด้วยในระดับเดียวกันเมื่อหันมาเล่าเรียนปริยัติ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก แน่นอนว่าในระดับอ่านหรือฟังนั้นจำเป็นต้องมีปัญญาไตร่ตรองสิ่งที่อ่านฟังมา เชื่อมโยงประมวลผลแล้วทรงจำไว้ ถ้าสมาธิต่ำหรือมีความบกพร่องทางปัญญาก็คงจะทำเรื่องเหล่านี้ได้ยาก

🖇️🔐แต่ขณะที่ไตร่ตรอง เชื่อมโยง ประมวลผลนี่เองที่หากขาดประสบการณ์จากการปฏิบัติก็มีการใส่การตีความตามทิฏฐิตนตามไปด้วยเสมอ แล้วก็ทึกทักไปเองว่ากำลังสะสมแต่ความเข้าใจถูกแต่ในความเป็นจริงนั้นเป็นการสะสมการตีความตามอัตโนมติตนมากน้อยของแต่ละคนไปด้วย ซึ่งมันกลายเป็นปัญหาส่วนรวมเมื่อเอาที่ตนเข้าใจผิดนั่นแลมาเผยแผ่และคัดง้างกับพุทธบริษัทอื่น

👩‍🎓เมื่อมีคนทักท้วงสิ่งที่นักตำราเหล่านั้นทำคืออะไร ก็คือการอ้างดีกรีทางโลกบ้าง อ้างว่าเรียนบาลี พระไตรปิฎก ศึกษาอ้างอิงอรรถกถาตลอดบ้าง ใครที่ไม่ได้ศึกษามาดังนี้เหมือนตนจะรู้ถูกไปกว่าตนย่อมเป็นไปไม่ได้

จขกท.เลยอยากจะบอกว่าการที่นักตำราเหล่านั้นนำดีกรีต่างๆมาการันตีว่าความเข้าใจตนต้องถูกแน่นั่นแลเป็นปมแรกๆที่ทำให้ผู้ที่ได้ชื่อว่านักตำรากลับแต่งเนื้อหาใหม่ขึ้นมาเอง จขกท.กำลจะบอกว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

📌📌📌📌📌📌📌📌📌📌

📗ภาษาบาลีจัดอยู่ในภาษาตระกูลอินโดยูโรเปียน ซึ่งอยู่คนละตระกูลกับภาษาไทย ดังนั้นถ้านักตำราไม่มีทักษะทางภาษาจริงๆก็จะรู้แต่ในระดับที่เปรียบได้กับคนไทยทั่วไปเรียนภาษาอังกฤษหลายปีแต่รู้และใช้งานได้ในระดับ A1-B

เช่นนักตำรารู้จักคำนาม คำคุณศัพท์ แต่กลับไม่รู้ว่าคำว่า “อกาลิโก“ ประกอบพระธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว เรียนภาษาแต่ไม่ยึดไวยากรณ์ไม่ยึดบริบทก็ปมนึงแล้ว เรียนพระสูตรก็ไม่ยึดพุทธพจน์อีก แต่ไปยึดเอาคำอธิบายนอกบริบทจากครูบาอาจารย์ยุคนี้และจากอรรถกถาที่มีการตีความของครูและของตนปนอยู่ด้วย

แล้วติดป้ายอย่างดีว่านักตำรานี่เองที่เป็นผู้รักษาและสืบต่อคำสอน พอใครทักท้วงที่ตนเข้าใจผิดก็กล่าวหาว่าไม่เอาอรรถกถา อภิธรรม ไม่เอาพระไตรปิฎก ซึ่งในกระทู้จขกท.ก็จะมีอยู่ 2 คนที่มักจะไม่โต้แย้งกันในเนื้อหา แต่ใช้ระบบการกล่าวหาแทน

มีต่อในความเห็นด้านล่าง ขอจองไว้ ๓ ความเห็น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่