JJNY : วิโรจน์จี้ 4 ข้อ│พริษฐ์ ทวงโสภณ ปมยื่นศาล│ทนายอั๋นร้องสว.นันทนา ถูกสะกดรอย-ขู่เอาชีวิต│ชาวเน็ตจีนเดือดวิจารณ์แผน

วิโรจน์ จี้ 4 ข้อ หลังไอเดียร์ เผยสามีขายหุ้นเว็บพนัน เงินไปอยู่ไหน แจ้งทรัพย์สินปปช.ไหม
https://www.matichon.co.th/politics/news_5940080
.
.
วิโรจน์ จี้ 4 ข้อ หลังไอเดียร์ เผยสามีขายหุ้นเว็บพนัน เงินไปอยู่ไหน แจ้งทรัพย์สิน ป.ป.ช.ไหม
.
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต ส.ส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
4 คำถามจี้ปม! ขายหุ้นเว็บพนันแล้วเงินไปไหน อยู่ตรงไหนของบัญชีทรัพย์สิน
.
ผมติดตามคำชี้แจงล่าสุดของ ส.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ที่ระบุว่าสามีเคยถือหุ้น 1.47% ในบริษัท Mixed Order Limited ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเว็บพนันออนไลน์ Shuffle แต่ขายหุ้นออกไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2569 ก่อนการเลือกตั้ง จึงไม่ได้แสดงหุ้นดังกล่าวบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. เมื่อเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.
.
ดีมากเลยครับที่ ส.ส.สุชาดา ชี้แจง แต่ผมคิดว่าหาก ส.ส.สุชาดา ตอบคำถามสำคัญอีกสัก 4 คำถาม ก็จะทำให้สังคมสบายใจขึ้นครับ
.
1) ขายหุ้นไปเมื่อวันไหน อยากให้ ส.ส.สุชาดา แสดงหลักฐานการโอนหุ้น และวันที่บันทึกชื่อผู้รับโอนในทะเบียนผู้ถือหุ้นด้วยครับ เพราะตามกฎหมายของหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน เข้าใจว่าการโอนหุ้นจะมีผล ก็ต่อเมื่อมีการบันทึกชื่อผู้รับโอนในทะเบียนผู้ถือหุ้น ไม่ใช่เพียงวันที่ทำสัญญา
.
2) ขายหุ้นให้ใคร และขายในราคาเท่าไหร่?
หุ้น 1.47% นี้ขายให้บุคคลใด บริษัทใด เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นเดิมหรือไม่ ได้รับเงินค่าขายหุ้นแล้วหรือยัง และเงินไปอยู่ที่ไหน โอนเข้าบัญชีของใคร วันไหน หากยังไม่ได้รับเงิน ผู้ซื้อค้างชำระอยู่เท่าไหร่ และมีการแสดงสิทธิเรียกร้องเงินค่าขายหุ้นไว้ที่ไหน หากยังไม่ได้รับเงิน ได้แจ้งยอดค้างชำระต่อ ป.ป.ช.หรือไม่
.
3) หากได้รับเงินแล้ว เงินค่าขายหุ้นปรากฏอยู่ในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. หรือไม่ เพราะจากบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นกรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 พบว่าสามีของ ส.ส.สุชาดา แจ้งมีเงินฝากประมาณ 154.10 ล้านบาท เงินลงทุน 177.97 ล้านบาท และเงินให้กู้ยืมอีกประมาณ 1,440.47 ล้านบาท
.
จึงอยากทราบว่า เงินค่าขายหุ้นดังกล่าวรวมอยู่ในทรัพย์สินรายการใด หรือหากนำเงินไปลงทุน ไปให้กู้ยืม หรือใช้จ่ายไปแล้ว มีหลักฐานแสดงเส้นทางเงินอย่างไร?
.
หากขายหุ้นก่อนรับตำแหน่ง ส.ส. ก็อาจไม่ต้องแสดงหุ้นดังกล่าวต่อ ป.ป.ช. แต่คำถามสำคัญคือ ขายได้เงินเท่าไหร่ เงินไปอยู่ที่ไหน และได้แจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินหรือไม่?
.
ผมจึงอยากให้ ป.ป.ช. และ DSI ตรวจสอบให้ชัดเจน เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย “ขายหุ้นไปแล้ว” ไม่ได้หมายความว่า “หมดเรื่องที่ต้องตรวจสอบ” นะครับ.
.
https://www.facebook.com/wirojlak/posts/pfbid02KatL8hVFjv6Yp8yRMqp3yWAFzQNz1zHcmtXYssGcVHE4m8865n9K5UWrpkf5EZ9Kl
.

.
พริษฐ์ ทวงโสภณ ปมยื่นศาลตั้งกก.ไต่สวนป.ป.ช. ตีตกคดีศักดิ์สยามซุกหุ้น ถึงไหนแล้ว จี้อย่าประวิงเวลา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5940066
.
‘พริษฐ์’ ทวง ‘โสภณ’ ความคืบหน้ายื่นศาลฎีกาตั้ง กก.สอบ ป.ป.ช. คดีซุกหุ้น ‘ศักดิ์สยาม’ ดักทางอย่าประวิงเวลา
.
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 20 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวทวงถามต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการพิจารณาส่งคำร้องไปยังประธานศาลฎีกา ขอให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีตีตกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า เป็นสิ่งที่ประธานสภาจะต้องให้ความชัดเจนแก่ฝ่ายค้าน มากกว่าการพูดถึงเนื้อหาของฝ่ายค้านในอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือเรื่องกรอบเวลาพิจารณาคำร้องของฝ่ายค้านในเรื่องนี้
.
“ที่กล่าวหา ป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีการมีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ตอนนี้ผ่านมาหลายเดือนมากแล้ว ตอนนี้คณะกรรมการทำอะไรไปถึงไหนแล้ว เข้าใจว่าล่าสุดมีการส่งหนังสือมายังผู้ร้อง คือผู้นำฝ่ายค้าน สอบถามว่าต้องการชี้แจงข้อเท็จจริงอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ แต่ไม่ได้มีการกำหนดประเด็นอะไรมา” นายพริษฐ์กล่าว
.
นายพริษฐ์ยังกล่าวว่า ข้อเท็จจริงทั้งหมดเชื่อว่าปรากฏชัดในคำร้องอยู่แล้ว หวังว่าจะเป็นวิธีการประวิงเวลาเรื่องนี้ออกไป ขอให้ประธานสภาให้ความชัดเจนว่าคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาตอนนี้ทำงานถึงไหนแล้ว และกรอบระยะเวลาที่ต้องใช้หลังจากนี้เพื่อตัดสินใจว่าจะส่งฟ้องหรือไม่ และส่งประธานศาลฎีกาในกรอบเวลาอย่างไร
.

.
ทนายอั๋น ร้อง สว.นันทนา ถูกสะกดรอย-ขู่เอาชีวิต แฉคนสนิท สุขสมรวย โผล่ร่วมม็อบ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5940259
.
“ทนายอั๋น” ร้อง “สว.นันทนา”ช่วย หลังถูกสะกดรายตาม -โทรขู่เอาชีวิต ลั่นหากเกิดเหตุร้าย เชื่อโยง 3 คดีใหญ่ “เขากระโดง-โกงสอบ-ฮั้ว สว.”บอกไม่รู้โยงนักการเมืองอำนาจเจริญหรือไม่ แต่พบคนสนิท “สุขสมรวย”ร่วมม็อบด่า
.
เมื่อวันที่ 20 ต.ค.เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เขายื่นหนังสือต่อน.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. เพื่อขอให้ช่วยเหลือกรณีถูกกลุ่มบุคคลคุกคาม และสะกดรอยติดตามอย่างต่อเนื่อง จนเกิดความกังวลต่อความปลอดภัยในชีวิต ของตัวเองและครอบครัว
.
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า เนื่องจากมีผู้ติดตามถ่ายภาพ ถ่ายคลิปการใช้ชีวิตของตนเองพร้อมอัพโหลดลงโซเชียลมีเดีย ตอนที่อยู่จังหวัดนครราชสีมาจนเข้าพักในโรงแรม เมื่อตนไปขอดูกล้องวงจรปิดที่สถานีตำรวจภูธรภาค 3 ก็ปฏิเสธให้มาดูในวันถัดไปคือที่15 ต.ค. ก็พบว่ามีการติดตามตนเองจริงๆ แต่ตำรวจภูธรภาค 3 กลับให้เพียงคำร้องรอไว้เสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้นตอนเสียก่อน หมายความว่า ตนต้องเสียชีวิตก่อนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น ตนได้นำรถเข้าไปตรวจสอบที่อู่รถในจังหวัดนครราชสีมาก็พบอุปกรณ์ติดตามตัว จำนวน 2 เครื่อง ถือว่าเป็นพฤติกรรมอุกอาจมาก จากนั้นจึง นำความทั้งหมดไปแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามมีการลงบันทึกและทราบชื่อเจ้าของซิมการ์ดในเวลาต่อมา เป็นบุคคลที่อยู่อ.สังขละ จ.สุรินทร์ มีการครอบครองซิมการ์ดทั้งหมด 5 หมายเลขลักษณะคล้ายกับบัญชีม้าหรือซิมม้าพฤติการณ์เชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ตามแนวตะเข็บชายแดน
.
“ต้องบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมวันนี้เชื่อมโยงกับกลุ่มที่มีอิทธิพลในอำนาจเจริญแน่นอน เพราะข้อมูลของผมถูกส่งถูกถ่ายไปที่อำนาจเจริญทุกครั้ง แต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร อาจจะเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลทางการเมืองหรือไม่อย่างไร แล้วถามต่อว่าคนกลุ่มนั้นเกี่ยวข้องอย่างไรกับกลุ่มสแกมเมอร์” นายภัทรพงศ์ กล่าว
.
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลคนที่ชุมนุมด่าตนว่าทนายหมานั้น เหตุที่มันเลวร้ายเพราะตำรวจภูธรภาค 3 ไม่ให้ตนดูกล้องวงจรปิด และตนก็ทราบได้เลยว่าคนที่แอบถ่ายตนเองนั้น ไปโผล่ ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 โดยดูจากมุมกล้อง และตนก็เห็นหน้าคนนั้นแล้วด้วยจึงตั้งคำถามว่าสำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 คุ้มครองรับรองโจรมากกว่าความปลอดภัยของตนหรือไม่ วันนี้ผ่านไป 1 สัปดาห์แล้วยังไม่มีการติดต่อประสานงานมายังตน ดังนั้นตนจะเดินทางไปยังสำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 อีกครั้งในปลายสัปดาห์นี้ และเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ตนได้ไปยื่นหนังสือร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)แล้ว วันนี้จึงมายื่นหนังสือต่อน.ส.นันทนาอีกครั้ง
.
“สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ล่าสุดมีผู้หวังดีจาก อ.ประโคนชัย โทรมาหาเพื่อนของพ่อผม ที่ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ บอกให้ผมและพ่อระวังตัวไว้ เขาหมายจะเอาชีวิตของผม ถามว่าผมทำอะไรผิด ผมทำอะไรให้กับประเทศชาติบ้านเมืองนี้บ้าง ผมมีการตรวจสอบ 3 คดีหลัก เขากระโดง-โกงสอบ-ฮั้วสว. ไม่มีเรื่องส่วนตัวเลย การว่าความของผมวันนี้ก็ต้องระมัดระวัง คดีไหนสุ่มเสี่ยงผมก็ไม่รับ เพราะฉะนั้น หากมีเหตุหรือไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับผมมันคือ 3 คดีหลักที่ผมลุกออกมาต่อสู้ปกป้องผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง แต่สิ่งที่ผมต้องเจอเจอแบบนี้ ผมไม่รู้ว่าผมต่อสู้กับหน่วยงานรัฐหรือเปล่า ยืนยันว่าไม่ถอยเพราะชีวิตตนอุทิศให้กับความถูกต้องของบ้านเมืองนี้แล้วดังนั้นจะสู้ต่อไป” นายภัทรพงศ์ กล่าว
.
ด้าน น.ส. นันทนา กล่าวว่า สิ่งที่นายภัทรพงศ์เจอเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับคนทั่วไปที่ติชม ทางการเมืองโดยสุจริตจะต้องมีพื้นที่ให้ทำได้ แต่การข่มขู่คุกคามถึงการเอาชีวิตเช่นนี้ไม่ใช่บ้านเมืองที่ปกติ ดังนั้น กรณีนี้เราต้องช่วยกัน อย่าปล่อยให้เรื่องนี้เงียบ ต้องช่วยกันส่งเสียงเพื่อหาตัวต้นเหตุในการข่มขู่คุกคาม ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการฟ้องปิดปากนายภัทรพงศ์แล้ว แต่การทำเช่นนี้น่าจะถึงขั้นปิดเกม ซึ่งอันตรายมาก เราต้องช่วยกันส่งเสียงจะไม่ยอมให้บ้านเมืองเราเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนหรืออันธพาลครองเมือง มีคนกล่าวว่า”สีน้ำเงินทำถูกทำผิดก็จะกลายเป็นถูก” เรื่องนี้จริงหรือไม่เราต้องพิสูจน์กัน แต่คนคิดว่าบ้านเมืองเราไม่ควรปล่อยให้คนที่ต่อสู้เพื่อความถูกต้องเป็นธรรม ถูกข่มขู่คุกคามเช่นนี้
.
เมื่อถามว่า มองว่าเรื่องนี้มีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองอย่างไรหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ผู้ที่มาประท้วงตน มีการเอ่ยชื่นชม นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และย่ำยีตนอยู่ตลอด จนสื่อให้ฉายาว่าม็อบกลุ่มคนรักเจ๊รวย แต่ตนไม่รู้ว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ อย่างไรก็ตามหลักฐานชิ้นหนึ่งที่สงสัยคือคนที่อยู่ในม็อบคือสจ.ญาณี สีฟ้า คนสนิทของนางสุขสมรวยและเป็นเจ้าของเส้นเงินที่โด่งดัง
.
เมื่อถามว่า อยากจะฝากข้อความอะไรถึงนางสุขสมรวยหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ขอให้นางสุขสมรวย ใช้ตำแหน่งหน้าที่ความเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และนายกรัฐมนตรีก็คุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)อยู่ ได้สั่งการให้ สตช. โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดกล้องวงจรปิดวันเกิดเหตุการณ์ โดยมี นางสุขสมรวย และตน เป็นพยาน เท่านั้นเองทำได้หรือไม่

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่