Sra Bua by Num Weerawat เปิดบทใหม่! 🌿 ห้องอาหารไทยไฟน์ไดนิ่งที่ Siam Kempinski บรรยากาศสวย อาหารไทยตีความใหม่ได้น่าสนใจมาก

ถ้าพูดถึงห้องอาหารที่ช่วงนี้ประทับใจทั้งบรรยากาศและอาหาร หนึ่งในนั้นต้องยกให้
Sra Bua by Num Weerawat ที่ Siam Kempinski Hotel Bangkok เลยครับ 🪷
ครั้งนี้สระบัวมาในโฉมใหม่ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากเดิมพอสมควร โดยเฉพาะการตกแต่งในโทนสีเขียวที่ดูเป็นธรรมชาติ ผสมผสานกลิ่นอายความเป็นไทยร่วมสมัยได้อย่างลงตัว บรรยากาศดูสงบ หรูหรา แต่ก็มีรายละเอียดให้มองเพลินตลอดมื้อ
แต่ที่น่าสนใจไม่แพ้บรรยากาศก็คืออาหารครับ เพราะการกลับมาครั้งนี้ทำให้รู้สึกว่าสระบัวมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น ทั้งรสชาติที่จัดจ้าน มีมิติ และการนำเสนออาหารที่ค่อนข้างอลังการ แต่ละจานมีเรื่องราวของตัวเอง ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาอย่างเดียว
🌿 สระบัวบทใหม่ กับแนวคิด Thai Biodiversity
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ
เชฟหนุ่ม วีระวัฒน์ ตรียเสนวรรธน์ ที่นำประสบการณ์จากการเดินทางเรียนรู้วัตถุดิบและภูมิปัญญาจากชุมชนทั่วประเทศไทย มาถ่ายทอดผ่านอาหารในแนวคิด Thai Biodiversity หรือความหลากหลายทางชีวภาพของไทย
ตั้งแต่วัตถุดิบจากป่า ภูเขา แม่น้ำ และทะเล ไปจนถึงข้าวพื้นบ้าน สมุนไพร รวมถึงเทคนิคการหมักดองแบบไทย ๆ สิ่งเหล่านี้ถูกนำมาตีความใหม่ให้กลายเป็นอาหารไทยไฟน์ไดนิ่งที่มีความร่วมสมัย แต่ยังคงเอกลักษณ์และรสชาติที่คุ้นเคยเอาไว้
ส่วนตัวชอบแนวคิดนี้ตรงที่ทำให้เราได้เห็นว่าวัตถุดิบพื้นบ้านของไทยมีรายละเอียดและความหลากหลายมากกว่าที่คิด และเมื่อผ่านการนำเสนอของเชฟ ก็กลายเป็นประสบการณ์การกินที่น่าสนใจขึ้นอีกระดับ
🍽️ เมนูที่น่าสนใจ กับการเล่าเรื่องวัตถุดิบไทยผ่านอาหาร

หนึ่งในเมนูที่สะดุดตาคือ
เมี่ยงกลีบบัว ที่ได้แรงบันดาลใจจากแป๊ะซะไก่ เป็นการนำวัตถุดิบหลายอย่างมารวมกันได้อย่างน่าสนใจ ทั้งไก่ประดู่หางดำย่าง รากบัวรมควัน กิมจิรากบัว เม็ดบัวดอง และมูสตับไก่ เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มถั่วตัดและพริก

จานนี้มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ ทั้งกลิ่นหอมจากการย่าง ความเปรี้ยวจากวัตถุดิบหมักดอง และรสชาติที่ช่วยเสริมกันในแต่ละองค์ประกอบ เป็นอีกตัวอย่างของการนำวัตถุดิบที่คุ้นเคยมาสร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ได้อย่างมีเอกลักษณ์
อีกเรื่องที่ชอบคือการเลือกใช้ข้าวไทยพื้นบ้านหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละชนิดให้กลิ่นและเนื้อสัมผัสแตกต่างกัน ทำให้ข้าวที่เสิร์ฟมาพร้อมอาหารไม่ได้เป็นเพียงเครื่องเคียง แต่เป็นอีกส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในมื้อนี้
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิด Root to Leaf และ Nose to Tail ที่ให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า ตั้งแต่ราก ใบ ไปจนถึงส่วนต่าง ๆ ของวัตถุดิบ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการนำเสนออาหารที่เคารพธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น

🌱 เลือก Tasting Journey ได้ 2 รูปแบบ
สำหรับใครที่สนใจอยากลอง ที่นี่มี Tasting Journey ให้เลือก 2 คอร์สหลัก ๆ ได้แก่
1. Signature Biodiversity Journey
คอร์สที่พาไปรู้จักวัตถุดิบไทยจากหลากหลายพื้นที่ ผ่านเรื่องราวของธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสแนวคิดของสระบัวบทใหม่นี้อย่างเต็มที่
2. Plants & Roots Forward Journey
อีกหนึ่งคอร์สที่เน้นพืชผัก สมุนไพร และรากไม้พื้นบ้านเป็นหลัก เหมาะกับคนที่สนใจความหลากหลายของวัตถุดิบจากพืช และอยากเห็นว่าของพื้นบ้านเหล่านี้สามารถนำมาต่อยอดเป็นอาหารไฟน์ไดนิ่งได้อย่างไร
เมนูยังมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลด้วย อย่าง Green Season Menu ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความอุดมสมบูรณ์ของฤดูฝน ทำให้การกลับมารับประทานในแต่ละช่วงเวลาอาจได้สัมผัสวัตถุดิบและเรื่องราวที่แตกต่างกัน
💚 สรุปความประทับใจ
โดยรวมถือเป็นการกลับมาที่ทำให้รู้สึกว่าสระบัวเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน ทั้งบรรยากาศใหม่ที่ใช้โทนสีเขียวได้สวยและลงตัว การนำเสนออาหารที่โดดเด่น ไปจนถึงรสชาติอาหารไทยที่มีความจัดจ้านและชัดเจนมากขึ้น
สิ่งที่ชอบที่สุดคือการได้เห็นเชฟหนุ่มนำวัตถุดิบพื้นบ้านและภูมิปัญญาจากทั่วประเทศไทยมาตีความเป็นอาหารไฟน์ไดนิ่ง โดยยังให้ความสำคัญกับที่มาของวัตถุดิบและเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังแต่ละจาน
ใครที่ชอบอาหารไทยร่วมสมัย หรือกำลังมองหาประสบการณ์ Fine Dining ที่แตกต่างจากเดิม สระบัวบทใหม่นี้เป็นอีกแห่งที่น่าสนใจครับ
หากใช้ KTC รับส่วนลด 10% สำหรับค่าอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ถือว่าคุ้มมากๆ
[SR] Sra Bua by Num Weerawat เปิดบทใหม่!
ถ้าพูดถึงห้องอาหารที่ช่วงนี้ประทับใจทั้งบรรยากาศและอาหาร หนึ่งในนั้นต้องยกให้ Sra Bua by Num Weerawat ที่ Siam Kempinski Hotel Bangkok เลยครับ 🪷
ครั้งนี้สระบัวมาในโฉมใหม่ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากเดิมพอสมควร โดยเฉพาะการตกแต่งในโทนสีเขียวที่ดูเป็นธรรมชาติ ผสมผสานกลิ่นอายความเป็นไทยร่วมสมัยได้อย่างลงตัว บรรยากาศดูสงบ หรูหรา แต่ก็มีรายละเอียดให้มองเพลินตลอดมื้อ
แต่ที่น่าสนใจไม่แพ้บรรยากาศก็คืออาหารครับ เพราะการกลับมาครั้งนี้ทำให้รู้สึกว่าสระบัวมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น ทั้งรสชาติที่จัดจ้าน มีมิติ และการนำเสนออาหารที่ค่อนข้างอลังการ แต่ละจานมีเรื่องราวของตัวเอง ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาอย่างเดียว
🌿 สระบัวบทใหม่ กับแนวคิด Thai Biodiversity
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ เชฟหนุ่ม วีระวัฒน์ ตรียเสนวรรธน์ ที่นำประสบการณ์จากการเดินทางเรียนรู้วัตถุดิบและภูมิปัญญาจากชุมชนทั่วประเทศไทย มาถ่ายทอดผ่านอาหารในแนวคิด Thai Biodiversity หรือความหลากหลายทางชีวภาพของไทย
ตั้งแต่วัตถุดิบจากป่า ภูเขา แม่น้ำ และทะเล ไปจนถึงข้าวพื้นบ้าน สมุนไพร รวมถึงเทคนิคการหมักดองแบบไทย ๆ สิ่งเหล่านี้ถูกนำมาตีความใหม่ให้กลายเป็นอาหารไทยไฟน์ไดนิ่งที่มีความร่วมสมัย แต่ยังคงเอกลักษณ์และรสชาติที่คุ้นเคยเอาไว้
ส่วนตัวชอบแนวคิดนี้ตรงที่ทำให้เราได้เห็นว่าวัตถุดิบพื้นบ้านของไทยมีรายละเอียดและความหลากหลายมากกว่าที่คิด และเมื่อผ่านการนำเสนอของเชฟ ก็กลายเป็นประสบการณ์การกินที่น่าสนใจขึ้นอีกระดับ
🍽️ เมนูที่น่าสนใจ กับการเล่าเรื่องวัตถุดิบไทยผ่านอาหาร
หนึ่งในเมนูที่สะดุดตาคือ เมี่ยงกลีบบัว ที่ได้แรงบันดาลใจจากแป๊ะซะไก่ เป็นการนำวัตถุดิบหลายอย่างมารวมกันได้อย่างน่าสนใจ ทั้งไก่ประดู่หางดำย่าง รากบัวรมควัน กิมจิรากบัว เม็ดบัวดอง และมูสตับไก่ เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มถั่วตัดและพริก
จานนี้มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ ทั้งกลิ่นหอมจากการย่าง ความเปรี้ยวจากวัตถุดิบหมักดอง และรสชาติที่ช่วยเสริมกันในแต่ละองค์ประกอบ เป็นอีกตัวอย่างของการนำวัตถุดิบที่คุ้นเคยมาสร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ได้อย่างมีเอกลักษณ์
อีกเรื่องที่ชอบคือการเลือกใช้ข้าวไทยพื้นบ้านหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละชนิดให้กลิ่นและเนื้อสัมผัสแตกต่างกัน ทำให้ข้าวที่เสิร์ฟมาพร้อมอาหารไม่ได้เป็นเพียงเครื่องเคียง แต่เป็นอีกส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในมื้อนี้
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิด Root to Leaf และ Nose to Tail ที่ให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า ตั้งแต่ราก ใบ ไปจนถึงส่วนต่าง ๆ ของวัตถุดิบ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการนำเสนออาหารที่เคารพธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น
🌱 เลือก Tasting Journey ได้ 2 รูปแบบ
สำหรับใครที่สนใจอยากลอง ที่นี่มี Tasting Journey ให้เลือก 2 คอร์สหลัก ๆ ได้แก่
1. Signature Biodiversity Journey
คอร์สที่พาไปรู้จักวัตถุดิบไทยจากหลากหลายพื้นที่ ผ่านเรื่องราวของธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสแนวคิดของสระบัวบทใหม่นี้อย่างเต็มที่
2. Plants & Roots Forward Journey
อีกหนึ่งคอร์สที่เน้นพืชผัก สมุนไพร และรากไม้พื้นบ้านเป็นหลัก เหมาะกับคนที่สนใจความหลากหลายของวัตถุดิบจากพืช และอยากเห็นว่าของพื้นบ้านเหล่านี้สามารถนำมาต่อยอดเป็นอาหารไฟน์ไดนิ่งได้อย่างไร
เมนูยังมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลด้วย อย่าง Green Season Menu ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความอุดมสมบูรณ์ของฤดูฝน ทำให้การกลับมารับประทานในแต่ละช่วงเวลาอาจได้สัมผัสวัตถุดิบและเรื่องราวที่แตกต่างกัน
💚 สรุปความประทับใจ
โดยรวมถือเป็นการกลับมาที่ทำให้รู้สึกว่าสระบัวเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน ทั้งบรรยากาศใหม่ที่ใช้โทนสีเขียวได้สวยและลงตัว การนำเสนออาหารที่โดดเด่น ไปจนถึงรสชาติอาหารไทยที่มีความจัดจ้านและชัดเจนมากขึ้น
สิ่งที่ชอบที่สุดคือการได้เห็นเชฟหนุ่มนำวัตถุดิบพื้นบ้านและภูมิปัญญาจากทั่วประเทศไทยมาตีความเป็นอาหารไฟน์ไดนิ่ง โดยยังให้ความสำคัญกับที่มาของวัตถุดิบและเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังแต่ละจาน
ใครที่ชอบอาหารไทยร่วมสมัย หรือกำลังมองหาประสบการณ์ Fine Dining ที่แตกต่างจากเดิม สระบัวบทใหม่นี้เป็นอีกแห่งที่น่าสนใจครับ
หากใช้ KTC รับส่วนลด 10% สำหรับค่าอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ถือว่าคุ้มมากๆ