รู้สึกบทเรียนภาษาไทยยุค "ก้อง แก้ว กล้า" แทบไม่เห้นสัญญาณของเนื้อหาแนวสร้างมายาคติแปลกๆแบบ ภาษาพาที เลยนะ

หลายคนคงเจ้าได้เรื่อง ไข่ต้มครึ่งซีก หรือ การบริจาค ที่เป้นมายาคติในบทเรียนภาษาทไยชุดภาษาพาที ที่เป้นประเด็นเมื่อไม่กี่ปีก่อน

ผมเลยลองย้อนกลับไปนึกถงึบทเรียนภาษาไทยสมัยผมเรียนชั้นประถม อันเป็นยุตของบทเรียนชุด ก้อง แก้ว กล้า

ไโดยเฉพาะพวกระดับประถมปลาย ก็ไม่เห็นมีสัญญาณอะไรแปลกๆแนวเหมือนบทเรียนล้างสมองให้ยอมแพ้กับโชคชะตาหรือการคลั่งชาติแบบผิดๆหรือการ gaslightingตัวเองทั้งปัญหานั้นมันมีส่วนมาจากปัญหาทางโครงสร้าง หรือการแฝงนเื้อหาปนวชวนต่อต้านอะไรสักอย่าง...ดูเป้นบทเรียนที่ผสานลงตัวทั้งวรรณกรรมไทยยุคเก่าที่ถูกหยิบมา  ทั้งการเข้าสู่สังคมสมัยใหม่...อย่างมีบทเรียนที่ชื่อ เยื่อใยไมตรี ที่พูดเรื่องประกันชีวิต กรมธรรม์ หรือบทมเรียนชื่อ ยุคคอมพิวเตอร์ ที่เป็นเรื่องของครูพานักเรียนไปดุงานวิทยาศาสตร์ในเมืองหใญ่ แล้วมีพูดเรื่องพวกอุตสาหกรรมการแปรรูป หรือถ้าจะมีการเปรียบเทียบถึงชีวิตชนบทป่าเขา ก็ไม่มีอะไรที่เหมือนสัญญาณแบบจะพยายามหล่อหลอมให้เรากลายเป็นพวกต้านทุนนิยม เลกยีดคนรวย หรือมองความเรียบง่ายในชนบทแบบฉาบฉวย เลยสักนิด

แต่พอมายุคภาษาพาที ดันมีดราม่าอื้ออึงเลย และคงมีมานานแล้ว แต่เพิง่คอยมาปูดตอนยุคโซเชียล มีเดียร์

กับบทเรียนภาษาทไยยุค มานะ มานี ปิติ ชูใจ ก็ได้ยินมาว่ามีกลิ่นของการปลูกฝังการต้านทุนนิยมอยู่ด้วย

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่