📣 เรื่องเล่า จากผู้ใหญ่ใจดี ตอนที่ 37 ว่ากันด้วย​ เรื่อง​ "จิตตก" ครับ 🌷

สวัสดีวันศุกร์ ครับ  สวัสดีวันสุข ทุกๆท่านครับ
จะมีเรื่องเล่าจากผู้ใหญ่ใจดี มาฝากกันอีกเช่นเคย  

สำหรับ วันนี้เรื่องเล่าที่อยากจะแชร์  เรื่องนี้ครับ

🌷🌸 ❤️ “จิตตก” ❤️ 🌸🌷

        ในช่วงนี้ผมเข้าๆออกๆ โรงหมอบ่อยมาก  ล่าสุดถึงจะออกมาแล้ว ก็ยังไม่ค่อยจะได้ออกไปไหน  เพราะต้องสังเกตุอาการตัวเองอยู่ตลอด  สรุปแล้ว การเกิด แก่ เจ็บ ตาย หรือ อริยสัจ 4 ซึ่งเป็นความจริงอันประเสริฐที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้นั้น
        ถึงบัดนี้  ชีวิตผมเดินทางผ่าน การเกิด  การแก่….…  มาถึง การเจ็บป่วยแล้ว  คือมีเหตุเป็นอันที่จะต้องไปให้คุณหมอทำการรักษาอยู่บ่อยครั้ง สำหรับผม  คำว่าบ่อย คือตัวเลขที่ต้องแอดมิทที่โรงพยาบาลในปีนี้ 6 ครั้ง และย้ายไป  2 โรงพยาบาล  เสียเวลา เสียเงินเสียทอง ( ขนาดคุณหมอที่ดูแลผมอยู่ ไม่คิดค่าผ่าตัดถึง 2 ครั้ง) ผมก็แทบหมดตัว !
        นอกจาก เสียเวลา กับเสียเงิน แล้ว  สิ่งสำคัญที่ผมประสบกับตัวเอง  คือ เสียสุขภาพจิต พูดภาษาชาวบ้าน คือ จิตตก  การใช้ชีวิตประจำวันไม่เหมือนเดิมทั้งภาคกลางวัน คือการออกกำลังกายก็เล่นกีฬาโปรดไม่ได้ ทั้ง เตะบอล หรือ  ล้อเดี่ยว หรือปั่นจักรยานไปไกลๆ
ไม่ได้แล้ว
        ส่วนภาคกลางคืนนี่  ผมแทบจะหันหลังให้กับสิ่งที่เคยชอบหมดเลย  ทั้งการไปงานเลี้ยง การดื่มรวมทั้งการฟังเพลง และร้องบ้างในบางครั้ง  เพราะแอลกอฮอล์ กับ การพักผ่อนไม่พอ มีผลกระทบกับ โรคภ้ยไข้เจ็บในตัวผม   จากเป็นคนที่คิดบวก มั่นใจในตัวเองสูง  ผมเริ่มกลายเป็นคนคิดลบ
คำว่า “จิตตก” ไม่ใช่ศัพท์ทางการแพทย์หรือโรคทางจิตเวชโดยตรง นะครับ  แต่เป็นคำภาษาพูดที่ใช้อธิบาย ภาวะจิตใจที่หม่นหมอง ดิ่งลง หรืออ่อนแอลงอย่างเฉียบพลัน ซึ่งมักเกิดจากการสะสมของความเครียด ความกดดัน หรือการเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง ทำให้รู้สึกหมดพลัง วิตกกังวล และมองโลกในแง่ลบมากกว่าปกติ

ตามทฤษฎี มีอะไรที่ทำให้จิตตกมั่ง ?
1. ความเครียดสะสม: ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เงิน ครอบครัว หรือความสัมพันธ์
2. ความผิดหวังหรือสูญเสีย: เจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่กระทบจิตใจอย่างแรง
3. ร่างกายอ่อนล้า: การพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้สารเคมีในสมองและฮอร์โมนความเครียดแปรปรวน
4. ความคาดหวังในตัวเองสูงเกินไป: เมื่อไม่ได้ตามที่หวังก็เกิดความกดดัน
  

อ่านแล้ว สำหรับผมไม่ใช่ทั้ง 4 ข้อ
แต่มันเป็นความระแวง  !
หมายถึงว่ากลัวไปซะหมด กลัวจะเข้าโรงพยาบาล เสียจนไม่กล้าจะขยับอะไร  … เอาจริงๆ ก็ใกล้เคียงกับคำว่า ใจฝ่อ ถ้าสมัยเป็นนักเรียนยกพวกตีกัน แล้วดันโกยอ้าวทิ้งเพื่อนไปก่อน เค้าเรียกว่า … ปอดแหก ! ผมก็เข้าข่าย จิตตก ปอดแหก กลัวจะต้องไปนอนโรงพยาบาลอีก  คิดมากจนวันๆไม่เป็นอันจะทำอะไร  

โดยปกติ พัฒนาการของ อาการจิตตก จะเป็นไปตามนี้ครับ
• ด้านอารมณ์และความคิด
เริ่มกังวลอย่างมาก กลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น คิดลบ รู้สึกว่างเปล่า หดหู่ ท้อแท้ หรือหมดแรงจูงใจในการทำสิ่งต่าง ๆ
• ด้านร่างกาย
นอนไม่หลับหรือหลับยาก อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ใจสั่น ไม่มีสมาธิ บางรายอาจมีระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติร่วมด้วย
• ระดับรุนแรง
หากปล่อยไว้จนดิ่งลึก อาจพัฒนาไปสู่ความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ หรือเสี่ยงต่อการเป็นโรคทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า หรือภาวะวิตกกังวลได้

*ในทางทฤษฎี ( อะไรๆก็ทฤษฎีอีกแล้ว) วิธีรับมือและดึงตัวเองขึ้นมาจากภาวะจิตตก คือ
1) ปรับความคิดและจัดลำดับปัญหา
ยอมรับความรู้สึกของตัวเองก่อน จากนั้นค่อย ๆ แยกแยะปัญหาแล้วแก้ทีละเรื่อง

2) พักผ่อนและหากิจกรรมผ่อนคลาย
นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายเพื่อหลั่งสารแห่งความสุข หรือหากิจกรรมที่ชอบทำ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง

3) ระบายความรู้สึก
การได้พูดคุยหรือขอความช่วยเหลือจากคนที่ไว้ใจ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือครอบครัว จะช่วยลดความโดดเดี่ยวลงได้

4) ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หากลองปรับแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น นานเกิน 2 สัปดาห์ หรือเริ่มกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน การเข้าพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อขอคำปรึกษาเป็นทางเลือกที่ดีและปลอดภัยที่สุด

            สำหรับวิธีรับมือของผมตอนนี้คือ คือได้ดูกีฬา ได้ไปหาหลาน  และการได้ออกอากาศ สปอร์ต อินไซด์ กับ ถิรชัย วุฒิธรรม ทาง  คลื่น FM 99 อสมท. รวมถึงการขีดเขียนเรื่องเล่าจาก ถิรชัย ในเพจนี้  
เล่าเรื่องคนอื่นมาหลายวัน  วันนี้ขอเล่าของตัวเองมั่ง  
อย่าถือสา คนจิตตก นะครับ !

ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะครับ สุขสันต์วันศุกร์  ลาไปแล้วครับ 🌷💮🌷​
 


ありがとうございます[ARIGATÔ GOZAIMASU]
เรื่องเล่าจาก ถิรชัย
Cr. บิ๊กแป๊ะ ถิรชัย วุฒิธรรม  รายการ Morning Talk FM.99  และคุบสบายๆสไตล์​ ​ถิรชัย
ตุลาคม 2569
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
 つづく

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่