รีวิวการเที่ยวโอซาก้าแบบรูปน้อยข้อความเยอะ

ไปโอซาก้าเมื่อ 09/10/2569 เลยอยากมาบันทึกไว้กันตัวเองลืมครับ เผื่อเป็นประโยชน์กับคนอืนด้วย
ตั๋ว : Peach Air บินตรงสู่สนามบิน Kansai T2 ไม่มีบริการบนเครื่อง มีของกินขาย ซื้อแบบ standard ได้น้ำหนักกระเป๋า 20 กิโล ขาไปโชคดีเครื่องไม่เต็มนอนเหยียดเต็มแถวเลย
ที่พัก : ใช้บริการ Smile Hotel Osaka Yotsubashi (https://maps.app.goo.gl/bvDXDqNnAfL4davs5)
ห้องเล็กๆ มีอ่างอาบน้ำสไตล์ญี่ปุ่น มีกาน้ำร้อน ไดร์เป่าผม เครื่องกดน้ำแข็ง แอร์แยก หน้าต่างเหมือนจะเปิดได้แต่เปิดไม่เป็น T.T  ไม่มีหมวกคลุมผม ทำความสะอาดห้องทุก 3 วันแต่ทิ้งขยะและเปลี่ยนผ้าเช็ดตัวได้ทุกวัน อยู่ติดสถานีรถไฟ Yotsubashi  สายสีน้ำเงิน ไปถึง Namba และ Umeda ได้แต่เดินไกลหน่อย เดินไป Shinsaibashi ได้ มีใต้ดินเชื่อม มีร้านสะดวกซื้อครบ มี AeonFoodStyle คราวหน้าขอพักตามสายสีแดงนะ เหมือนจะใกล้ที่เที่ยวกว่า
Lounge : ใช้ LoungeKey จากบัตร TTB เลือกเข้า PlazaPremium อยู่ Concourse G เดินเกือบสุดทางเลย Coral ไกลไปหน่อย เบื่อ Miracle แล้ว ใครที่บินการบินไทยลองดูว่าสิทธิ์ KTC เข้าที่ไหนได้บ้าง
ไปถึง : ทำ VisitJapant ให้เรียบร้อย ตม.ไม่คุยด้วยอีกแล้ว Custom ผ่านเครื่องอัตโนมัติไม่มีลุงมาขอเปิดกระเป๋าดู(ยกเว้นเจอสุ่ม)
เข้าเมือง : หลักๆก็มี Bus กับรถไฟ Nankai และ JR แต่ผมจะไป Rinku Town ก่อนเลยนั่งรถไฟขบวนไหนก็ได้ (ยกเว้น Rapit ของ Nankai) ระยะทาง 1 สถานี (¥370) ลงรถไฟแล้วเลี้ยวซ้ายมาทางออก 4 มีร้านฝากกระเป๋าคนจีนอยู่ ใบละ ¥400 ไม่ต้องลากให้เมื่อย ฝากตู้ก็ได้แต่แพงกว่า ช็อปเสร็จนั่ง Rapit เข้าเมือง ราคา ¥820+700 ค่า Reserved seat ข้อดีคือมีที่นั่งแน่นอน คนไม่แน่น วางกระเป๋าสบายๆ มีตู้หรูหราด้วย เพิ่มไปอีก 210 ได้ที่นั่งกว้างขึ้นอีกนิดและคนในตู้น้อยลง
บัตรโดยสาร : ผมมีบัตร ICOCA เหลือจากทริปก่อนจึงใช้บ้ตรนี้เป็นหลัก แต่วันเดินทางไปค้นพบ Enjoy Eco Card ซึ่งใช้นั่งรถไฟของ Osaka Metro และบัสได้ไม่จำกัด ราคาวันธรรมดา ¥820 วันหยุด ¥620 หยอดตัวเลขดูก็คุ้มเลยซื้อใช้ เป็นตั๋ววันต่อวัน มีส่วนลดในการเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งด้วย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
Kobe : เริ่มต้นที่ Umeda ผมนั่ง Hanshin Line (สีส้มๆ) ไป โชคดีได้ขบวน Limited Express ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีไปถึง Sannomiya Station จากจุดนี้จะเดินก็ได้หรือนั่งบัส Loop Line ก็ได้ มี port loop และ city loop แต่วันนี้เรามาเพื่อกินเนื้อโกเบกัน มุ่งหน้าสู่ Steakland ร้านดังของโกเบ เนื้อมีหลายราคาให้เลือก มีชุดอาหารกลางวันด้วย ราคาตั้งแต่  ¥1500 ไปจนหลักหมื่นเยน เชฟมาทำเนื้อให้ดูตรงหน้า ชิมแล้วอร่อยประทับใจสายเนื้อ แนะนำให้ลองตัวที่เป็น Kobe กลิ่นเนื้อจะชัดกว่าและนุ่มกว่าตัวธรรมดา






ต่อจากเนื้อก็เดินย่อยหน่อยนึง ไปยัง Nunobiki Herb Gardens & Ropeway หรือจะนั่งรถใต้ดินไป 1 สถานีก็ได้
Nunobiki Herb Gardens เป็นสวนสมุนไพรตั้งอยู่บนเขาสูง มีรถกระเช้าขึ้นไปแล้วค่อยเดินลงมาก็ได้สบายๆ ด้านบนเห็นโกเบทั้งเมือง วันที่ฟ้าใสเห็นไปถึงโอซาก้าที่อยู่ตรงข้ามอ่าวได้เลย ตอนนี้กำลังจะเข้าหน้าหนาวดอกไม้ต้นไม้เลยไม่ค่อยสดใสเหมือนหน้าร้อน



Minoh & Katsuoji : นั่งรถไฟสาย Midosuji ยาวๆไปได้เลย ผมนึกว่าใช้ pass ได้ ไปถึงออกไม่ได้ นายสถานีให้ไปซื้อตั๋วเพิ่มคนละ ¥240 ที่เครื่องด้านใน เวลาจะออกก็สอดตั๋วใบเล็กก็ออกมาได้ปกติ ออกมาแล้วเชื่อมกับห้าง มี foodcourt ไว้เติมพลังก่อนไปลุยต่อได้ จากนั้นเดินมาเชื่อมกับท่ารถ มองหารถหมายเลข 30 ไป Katsuoji ค่าตั๋วคนละ 800 ควรเติม IC card ไปให้เพียงพอหรือจะจ่ายบัตร visa ก็ได้ จะมีจนท.เดินมาถามตามคิวขึ้นรถเลย หรือใครจะซื้อเที่ยวเดียวแล้วค่อยหาซื้อเที่ยวกลับทีหลังก็ได้ หรือนั่งแท็กซี่ก็ได้

pass รายวันที่ใช้ + ตั๋วราคา ¥240 ที่ซื้อเพิ่มเพราะอยู่นอกเขตของ pass

เครื่อง Fare Adjustment ซื้อเพิ่ม ¥240 จ่ายเงินสดเท่านั้น

ป้ายบอกทางชัดเจน


ยืนบนบัส 30 นาทีก็มาถึง ค่าเข้า Katsuoji คนละ ¥500 ระหว่างทางจะมี qrcode ให้สแกนซื้อผ่านเว็บได้ สะดวกกว่าเยอะไม่ต้องไปต่อคิวที่หน้างาน ไปถึงแล้วแสดง qrcode เข้าได้เลย ผมซื้อผ่าน trip คนละ 100 บาทนิดๆ น่าจะนับเป็น booking เพื่อเลื่อนขั้นสมาชิกด้วยมั้งไม่แน่ใจ ทุกคนจะได้โปสการ์ดเปล่าๆคนละ 1 แผ่น เอาไว้ปั๊มรูปตามจุดบนวัด








ที่เหลือก็รูปทั่วๆไปครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่