💛🙏 ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙ น้อมรำลึก ๑๐ ปีแห่งการเสด็จสวรรคต 🙏💛
จากเด็กชายผู้สูญเสียพระบิดาในวัยเพียง ๒ พรรษา สู่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงครองราชย์ยาวนานถึง ๗๐ ปี
๘๘ พรรษาแห่งพระชนม์ชีพ ๗๐ ปีแห่งการครองราชย์ และเรื่องราวที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือน
หากย้อนดูพระราชประวัติของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทีละช่วงพระชนมายุ เราจะพบว่า เบื้องหลังพระราชกรณียกิจที่คนไทยคุ้นเคย ยังมีเรื่องราวของการสูญเสีย ความรัก ความฝัน ความเพียร และพระราชภาระที่ดำเนินไปตลอดพระชนมชีพ
.
๒ พรรษา — การสูญเสียครั้งแรก
พ.ศ. ๒๔๗๒ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เสด็จสวรรคต
ขณะนั้นพระองค์ยังทรงพระเยาว์ ต้องทรงเติบโตภายใต้การอภิบาลของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผู้ทรงให้ความสำคัญกับการศึกษา ความเรียบง่าย และการพึ่งพาตนเอง
.
๖–๗ พรรษา — ชีวิตใหม่ในต่างแดน
ทรงย้ายไปประทับและศึกษาที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนีและพระเชษฐภคินี
ต่อมา พ.ศ. ๒๔๗๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เป็นรัชกาลที่ ๘
ชีวิตของพระอนุชาองค์เล็กจึงเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง
.
วัยเยาว์ — เด็กชายผู้รักเสียงดนตรีและการถ่ายภาพ
พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยทั้งดนตรี การถ่ายภาพ และงานช่าง
ทรงฝึกฝนเครื่องดนตรีหลายชนิด โดยเฉพาะแซกโซโฟน และทรงพัฒนาพระปรีชาสามารถทางดนตรีอย่างต่อเนื่อง
สิ่งเหล่านี้มิได้เป็นเพียงงานอดิเรก หากยังสะท้อนถึงพระอุปนิสัยที่ทรงใฝ่รู้ ช่างสังเกต และทรงให้ความสำคัญกับการฝึกฝน
.
๑๘ พรรษา — วันที่พระชนมชีพเปลี่ยนไปตลอดกาล
วันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เสด็จสวรรคต
พระองค์จึงเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๙ ขณะมีพระชนมายุเพียง ๑๘ พรรษา
จากเจ้าฟ้าพระองค์หนึ่งซึ่งกำลังทรงศึกษาอยู่ในต่างประเทศ สู่พระราชภาระอันใหญ่หลวงในฐานะพระมหากษัตริย์ของชาติ
.
๒๐–๒๓ พรรษา — ความรัก อุบัติเหตุ และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พ.ศ. ๒๔๙๑ ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และต้องทรงเข้ารับการรักษาพระองค์
ต่อมา พ.ศ. ๒๔๙๒ ทรงหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร
วันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓ ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
และวันที่ ๕ พฤษภาคม ปีเดียวกัน ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พร้อมพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่า
“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
ถ้อยคำนี้กลายเป็นหลักสำคัญที่ผู้คนจดจำตลอดรัชสมัย
.
๒๘–๒๙ พรรษา — จากพระราชวังสู่ชีวิตของราษฎร
พ.ศ. ๒๔๙๘ พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่าง ๆ ทรงรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ด้วยพระองค์เอง
หลายแห่งขาดแคลนน้ำ บางแห่งไม่มีถนนหรือบริการสาธารณสุขที่เพียงพอ
ภาพพระองค์ทรงถือแผนที่ กล้องถ่ายภาพ และทรงซักถามข้อมูลจากราษฎร กลายเป็นภาพที่ผู้คนคุ้นเคยในเวลาต่อมา
พ.ศ. ๒๔๙๙ ทรงพระผนวชตามโบราณราชประเพณี ระหว่างวันที่ ๒๒ ตุลาคม ถึง ๕ พฤศจิกายน และเฉลิมพระอภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ๕ ธันวาคม
.
ช่วง ๓๐–๔๐ พรรษา — เริ่มต้นงานพัฒนาที่เปลี่ยนชีวิตผู้คน
พระราชกรณียกิจด้านชลประทาน เกษตรกรรม และสาธารณสุขขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ทรงส่งเสริมการศึกษาและทดลองทางการเกษตรภายในสวนจิตรลดา เพื่อค้นหาแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพชีวิตของเกษตรกรไทย
พ.ศ. ๒๕๐๖ มีการก่อตั้งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้เดือดร้อน
พ.ศ. ๒๕๐๙ ทรงเรือใบจากหัวหินข้ามอ่าวไทยไปยังสัตหีบ
และในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ทรงได้รับเหรียญทองการแข่งขันเรือใบในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ ๔ ร่วมกับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ
นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ด้านการกีฬาของไทย
.
ช่วง ๔๐–๕๐ พรรษา — จากภูเขาสูง สู่แนวคิดพออยู่พอกิน
พ.ศ. ๒๕๑๒ โครงการหลวงเริ่มต้นขึ้นจากพระราชดำริที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยภูเขา ส่งเสริมการปลูกพืชเมืองหนาวทดแทนฝิ่น และสร้างอาชีพที่มั่นคง
ขณะเดียวกัน พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้าเรื่องฝนหลวง เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง
ใน พ.ศ. ๒๕๑๗ มีพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศโดยเริ่มจากพื้นฐานความพอมีพอกินของประชาชน
แนวคิดดังกล่าวได้รับการอธิบายและพัฒนาต่อมา จนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในชื่อปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
.
ช่วง ๕๐–๖๐ พรรษา — ทรงค้นหาคำตอบให้ปัญหาที่ซับซ้อน
พระองค์ยังคงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงงานในภูมิภาคต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
ทรงให้ความสำคัญกับปัญหาดินเปรี้ยว ดินเสื่อมโทรม การขาดแคลนน้ำ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
โครงการแกล้งดินเกิดขึ้นจากพระราชดำริให้ศึกษาปัญหาดินเปรี้ยวจัดอย่างเป็นระบบ เพื่อค้นหาวิธีปรับปรุงดินให้สามารถใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้
พระราชกรณียกิจในช่วงนี้สะท้อนแนวทางสำคัญ คือการศึกษาปัญหาจากพื้นที่จริง ทดลอง และนำผลที่ได้ไปประยุกต์ใช้
.
ช่วง ๖๐–๗๐ พรรษา — พระราชดำริที่ยังคงเป็นประโยชน์มาถึงปัจจุบัน
พ.ศ. ๒๕๓๑ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา และมีพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนากังหันน้ำชัยพัฒนา เพื่อใช้บำบัดน้ำเสีย
พ.ศ. ๒๕๓๔ มีการดำเนินโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๓๕ ทรงมีพระราชกรณียกิจเกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางการเมืองของประเทศ
พ.ศ. ๒๕๓๘ มีพระราชดำริเรื่องแก้มลิง เพื่อช่วยบริหารจัดการน้ำและบรรเทาปัญหาน้ำท่วม
พ.ศ. ๒๕๓๙ ประเทศไทยจัดงาน
ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี และมีการเผยแพร่พระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก ซึ่งนำเสนอคุณค่าของความเพียรและปัญญา
.
ช่วง ๗๐–๘๐ พรรษา — พระราชกรณียกิจที่ดำเนินต่อเนื่อง
แม้พระชนมายุเพิ่มขึ้น พระองค์ยังคงทรงติดตามการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
พ.ศ. ๒๕๔๐ ภายหลังประเทศไทยเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ พระราชดำรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง
พ.ศ. ๒๕๔๒ ทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งมีบทบาทในการบริหารจัดการน้ำ
พ.ศ. ๒๕๔๙ มีการจัดงาน
ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
และ พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นปีแห่งการ
เฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
.
ช่วง ๘๐–๘๘ พรรษา — แม้ทรงพระประชวร ก็ยังทรงติดตามงาน
ในช่วงปลายพระชนมชีพ พระองค์ต้องทรงเข้ารับการถวายการรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราชเป็นระยะเวลายาวนาน
ถึงกระนั้น ยังมีพระราชกรณียกิจและการเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการพัฒนาต่าง ๆ ตามพระราชอัธยาศัยและพระพลานามัย
หนึ่งในโครงการที่ทรงติดตามคือโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี
จนกระทั่งวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ พระองค์เสด็จสวรรคต
สิริพระชนมายุ ๘๘ พรรษา ๑๐ เดือน ๘ วัน
ทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานกว่า ๗๐ ปี
มีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่ชวนให้รำลึกถึงพระองค์อย่างยิ่ง
ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ นักดนตรีผู้เคยถวายงาน ได้ถ่ายทอดความทรงจำว่า ครั้งหนึ่งพระองค์เคยมีพระราชกระแสรับสั่งถึงการเกษียณเมื่อพระชนมายุ ๖๐ พรรษา และการเสด็จไปนครนิวออร์ลีนส์ สหรัฐอเมริกา เมืองสำคัญแห่งดนตรีแจ๊สที่ทรงโปรด
แต่การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนั้นมิได้เกิดขึ้น
ต่อมา ดร.ภาธร จึงได้จัดให้นักดนตรีแจ๊สจากนิวออร์ลีนส์มาแสดงถวาย ณ บริเวณโรงพยาบาลศิริราช
เรื่องเล่านี้ทำให้เราเห็นอีกมุมหนึ่งของพระชนมชีพ
นอกเหนือจากพระมหากษัตริย์ผู้ทรงศึกษาปัญหาน้ำ ดิน ป่าไม้ และความเป็นอยู่ของประชาชน ยังมีพระองค์ผู้ทรงรักเสียงดนตรี มีความสนพระราชหฤทัยส่วนพระองค์ และมีสถานที่ที่ทรงปรารถนาจะเสด็จไปเยือน
ตลอด ๗๐ ปีแห่งการครองราชย์ พระราชกรณียกิจมิได้มีเพียงเรื่องราวที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์
หากยังปรากฏอยู่ในผืนดินที่ได้รับการฟื้นฟู แหล่งน้ำที่ช่วยหล่อเลี้ยงชุมชน โครงการเกษตรที่สร้างอาชีพ และองค์ความรู้ที่ผู้คนยังนำไปใช้ได้จนถึงทุกวันนี้
สำหรับประชาชนจำนวนมาก ภาพพระองค์ทรงถือแผนที่ กล้องถ่ายภาพ และเสด็จพระราชดำเนินท่ามกลางราษฎร ยังคงเป็นภาพแห่งความทรงจำที่มิอาจลบเลือน
บางชีวิตถูกจดจำด้วยระยะเวลาที่ดำรงอยู่ แต่บางชีวิตถูกจดจำด้วยสิ่งที่ได้สร้างไว้ให้คนรุ่นหลัง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ที่มา: facebook เรื่องเล่า ตำนาน โบราณ
วันที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
เนื่องในวันนวมินทรมหาราช และวาระครบรอบ ๑๐ ปีแห่งการเสด็จสวรรคต
💛🙏 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 🙏💛
ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์
🙏 น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ 🙏
💛🙏 ๑๓ ตุลาคม “วันนวมินทรมหาราช” 🙏💛 ๑๐ ปีแห่งการเสด็จสวรรคต ๘๘ พรรษาแห่งพระชนม์ชีพ ๗๐ ปีแห่งการครองราชย์ รัชกาลที่ ๙
💛🙏 ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙ น้อมรำลึก ๑๐ ปีแห่งการเสด็จสวรรคต 🙏💛
.
๒ พรรษา — การสูญเสียครั้งแรก
พ.ศ. ๒๔๗๒ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เสด็จสวรรคต
ขณะนั้นพระองค์ยังทรงพระเยาว์ ต้องทรงเติบโตภายใต้การอภิบาลของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผู้ทรงให้ความสำคัญกับการศึกษา ความเรียบง่าย และการพึ่งพาตนเอง
.
๖–๗ พรรษา — ชีวิตใหม่ในต่างแดน
ทรงย้ายไปประทับและศึกษาที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนีและพระเชษฐภคินี
ต่อมา พ.ศ. ๒๔๗๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เป็นรัชกาลที่ ๘
ชีวิตของพระอนุชาองค์เล็กจึงเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง
.
วัยเยาว์ — เด็กชายผู้รักเสียงดนตรีและการถ่ายภาพ
พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยทั้งดนตรี การถ่ายภาพ และงานช่าง
ทรงฝึกฝนเครื่องดนตรีหลายชนิด โดยเฉพาะแซกโซโฟน และทรงพัฒนาพระปรีชาสามารถทางดนตรีอย่างต่อเนื่อง
สิ่งเหล่านี้มิได้เป็นเพียงงานอดิเรก หากยังสะท้อนถึงพระอุปนิสัยที่ทรงใฝ่รู้ ช่างสังเกต และทรงให้ความสำคัญกับการฝึกฝน
.
๑๘ พรรษา — วันที่พระชนมชีพเปลี่ยนไปตลอดกาล
วันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เสด็จสวรรคต
พระองค์จึงเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๙ ขณะมีพระชนมายุเพียง ๑๘ พรรษา
จากเจ้าฟ้าพระองค์หนึ่งซึ่งกำลังทรงศึกษาอยู่ในต่างประเทศ สู่พระราชภาระอันใหญ่หลวงในฐานะพระมหากษัตริย์ของชาติ
.
๒๐–๒๓ พรรษา — ความรัก อุบัติเหตุ และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พ.ศ. ๒๔๙๑ ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และต้องทรงเข้ารับการรักษาพระองค์
ต่อมา พ.ศ. ๒๔๙๒ ทรงหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร
วันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓ ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
และวันที่ ๕ พฤษภาคม ปีเดียวกัน ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พร้อมพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่า
“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
ถ้อยคำนี้กลายเป็นหลักสำคัญที่ผู้คนจดจำตลอดรัชสมัย
.
พ.ศ. ๒๔๙๘ พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่าง ๆ ทรงรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ด้วยพระองค์เอง
หลายแห่งขาดแคลนน้ำ บางแห่งไม่มีถนนหรือบริการสาธารณสุขที่เพียงพอ
ภาพพระองค์ทรงถือแผนที่ กล้องถ่ายภาพ และทรงซักถามข้อมูลจากราษฎร กลายเป็นภาพที่ผู้คนคุ้นเคยในเวลาต่อมา
พ.ศ. ๒๔๙๙ ทรงพระผนวชตามโบราณราชประเพณี ระหว่างวันที่ ๒๒ ตุลาคม ถึง ๕ พฤศจิกายน และเฉลิมพระอภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ๕ ธันวาคม
.
ช่วง ๓๐–๔๐ พรรษา — เริ่มต้นงานพัฒนาที่เปลี่ยนชีวิตผู้คน
พระราชกรณียกิจด้านชลประทาน เกษตรกรรม และสาธารณสุขขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ทรงส่งเสริมการศึกษาและทดลองทางการเกษตรภายในสวนจิตรลดา เพื่อค้นหาแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพชีวิตของเกษตรกรไทย
พ.ศ. ๒๕๐๖ มีการก่อตั้งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้เดือดร้อน
พ.ศ. ๒๕๐๙ ทรงเรือใบจากหัวหินข้ามอ่าวไทยไปยังสัตหีบ
และในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ทรงได้รับเหรียญทองการแข่งขันเรือใบในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ ๔ ร่วมกับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ
นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ด้านการกีฬาของไทย
.
ช่วง ๔๐–๕๐ พรรษา — จากภูเขาสูง สู่แนวคิดพออยู่พอกิน
พ.ศ. ๒๕๑๒ โครงการหลวงเริ่มต้นขึ้นจากพระราชดำริที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยภูเขา ส่งเสริมการปลูกพืชเมืองหนาวทดแทนฝิ่น และสร้างอาชีพที่มั่นคง
ขณะเดียวกัน พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้าเรื่องฝนหลวง เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง
ใน พ.ศ. ๒๕๑๗ มีพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศโดยเริ่มจากพื้นฐานความพอมีพอกินของประชาชน
แนวคิดดังกล่าวได้รับการอธิบายและพัฒนาต่อมา จนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในชื่อปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
.
ช่วง ๕๐–๖๐ พรรษา — ทรงค้นหาคำตอบให้ปัญหาที่ซับซ้อน
พระองค์ยังคงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงงานในภูมิภาคต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
ทรงให้ความสำคัญกับปัญหาดินเปรี้ยว ดินเสื่อมโทรม การขาดแคลนน้ำ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
โครงการแกล้งดินเกิดขึ้นจากพระราชดำริให้ศึกษาปัญหาดินเปรี้ยวจัดอย่างเป็นระบบ เพื่อค้นหาวิธีปรับปรุงดินให้สามารถใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้
พระราชกรณียกิจในช่วงนี้สะท้อนแนวทางสำคัญ คือการศึกษาปัญหาจากพื้นที่จริง ทดลอง และนำผลที่ได้ไปประยุกต์ใช้
.
ช่วง ๖๐–๗๐ พรรษา — พระราชดำริที่ยังคงเป็นประโยชน์มาถึงปัจจุบัน
พ.ศ. ๒๕๓๑ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา และมีพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนากังหันน้ำชัยพัฒนา เพื่อใช้บำบัดน้ำเสีย
พ.ศ. ๒๕๓๔ มีการดำเนินโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๓๕ ทรงมีพระราชกรณียกิจเกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางการเมืองของประเทศ
พ.ศ. ๒๕๓๘ มีพระราชดำริเรื่องแก้มลิง เพื่อช่วยบริหารจัดการน้ำและบรรเทาปัญหาน้ำท่วม
พ.ศ. ๒๕๓๙ ประเทศไทยจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี และมีการเผยแพร่พระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก ซึ่งนำเสนอคุณค่าของความเพียรและปัญญา
.
ช่วง ๗๐–๘๐ พรรษา — พระราชกรณียกิจที่ดำเนินต่อเนื่อง
แม้พระชนมายุเพิ่มขึ้น พระองค์ยังคงทรงติดตามการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
พ.ศ. ๒๕๔๐ ภายหลังประเทศไทยเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ พระราชดำรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง
พ.ศ. ๒๕๔๒ ทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งมีบทบาทในการบริหารจัดการน้ำ
พ.ศ. ๒๕๔๙ มีการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
และ พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นปีแห่งการเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
.
ช่วง ๘๐–๘๘ พรรษา — แม้ทรงพระประชวร ก็ยังทรงติดตามงาน
ในช่วงปลายพระชนมชีพ พระองค์ต้องทรงเข้ารับการถวายการรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราชเป็นระยะเวลายาวนาน
ถึงกระนั้น ยังมีพระราชกรณียกิจและการเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการพัฒนาต่าง ๆ ตามพระราชอัธยาศัยและพระพลานามัย
หนึ่งในโครงการที่ทรงติดตามคือโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี
จนกระทั่งวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ พระองค์เสด็จสวรรคต
สิริพระชนมายุ ๘๘ พรรษา ๑๐ เดือน ๘ วัน
ทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานกว่า ๗๐ ปี
มีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่ชวนให้รำลึกถึงพระองค์อย่างยิ่ง
ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ นักดนตรีผู้เคยถวายงาน ได้ถ่ายทอดความทรงจำว่า ครั้งหนึ่งพระองค์เคยมีพระราชกระแสรับสั่งถึงการเกษียณเมื่อพระชนมายุ ๖๐ พรรษา และการเสด็จไปนครนิวออร์ลีนส์ สหรัฐอเมริกา เมืองสำคัญแห่งดนตรีแจ๊สที่ทรงโปรด
แต่การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนั้นมิได้เกิดขึ้น
ต่อมา ดร.ภาธร จึงได้จัดให้นักดนตรีแจ๊สจากนิวออร์ลีนส์มาแสดงถวาย ณ บริเวณโรงพยาบาลศิริราช
เรื่องเล่านี้ทำให้เราเห็นอีกมุมหนึ่งของพระชนมชีพ
นอกเหนือจากพระมหากษัตริย์ผู้ทรงศึกษาปัญหาน้ำ ดิน ป่าไม้ และความเป็นอยู่ของประชาชน ยังมีพระองค์ผู้ทรงรักเสียงดนตรี มีความสนพระราชหฤทัยส่วนพระองค์ และมีสถานที่ที่ทรงปรารถนาจะเสด็จไปเยือน
ตลอด ๗๐ ปีแห่งการครองราชย์ พระราชกรณียกิจมิได้มีเพียงเรื่องราวที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์
หากยังปรากฏอยู่ในผืนดินที่ได้รับการฟื้นฟู แหล่งน้ำที่ช่วยหล่อเลี้ยงชุมชน โครงการเกษตรที่สร้างอาชีพ และองค์ความรู้ที่ผู้คนยังนำไปใช้ได้จนถึงทุกวันนี้
สำหรับประชาชนจำนวนมาก ภาพพระองค์ทรงถือแผนที่ กล้องถ่ายภาพ และเสด็จพระราชดำเนินท่ามกลางราษฎร ยังคงเป็นภาพแห่งความทรงจำที่มิอาจลบเลือน
บางชีวิตถูกจดจำด้วยระยะเวลาที่ดำรงอยู่ แต่บางชีวิตถูกจดจำด้วยสิ่งที่ได้สร้างไว้ให้คนรุ่นหลัง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้