💖🙏 ๒๒ พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗ ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดพระชนมชีพ โดยเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ สิริพระชนมายุ ๗๙ พรรษา
พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าที่ครอบคลุมในหลากหลายมิติ ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ ดังนี้
ด้านการศึกษา : ทรงวางรากฐานด้านการศึกษา ณ วังสวนบ้านแก้ว จังหวัดจันทบุรี ซึ่งต่อมาได้พัฒนาและยกระดับขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนในภูมิภาค
ด้านการสาธารณสุข : ทรงให้การสนับสนุนงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างจริงจัง อันนำไปสู่การก่อตั้งและพัฒนาโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ
ด้านการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศและบทบาทสตรี : พระองค์ทรงเป็นสตรีผู้เป็นแบบอย่างของ
"สตรีไทยยุคใหม่" ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวอย่างสง่างาม ทรงริเริ่มส่งเสริมการฝึกวิชาชีพให้แก่สตรี (เช่น การทอเสื่อจันทบูร) เพื่อสร้างรายได้และการพึ่งพาตนเอง สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการเสริมสร้างพลังให้สตรีไทยได้ตระหนักถึงศักยภาพของตนเอง และมีบทบาททัดเทียมในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม
การก้าวสู่ประชาคมโลก : พระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรของพระองค์ไม่เพียงส่งผลดีต่อคนในชาติ แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมประเทศไทยสู่สากล ตั้งแต่การเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศในอดีตที่ได้เผยแพร่ภาพลักษณ์อันทันสมัยของสตรีไทยให้ชาวโลกได้ประจักษ์ ตลอดจนแนวพระราชดำริในการยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งด้านการศึกษา การสาธารณสุข และสิทธิสตรี ซึ่งล้วนเป็นวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและสอดรับกับ
"เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน" (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติในยุคปัจจุบันอย่างสมบูรณ์
ด้วยคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อสังคมไทยและประชาคมโลก องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) จึงได้ประกาศยกย่องพระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗ ในฐานะ "บุคคลสำคัญของโลก ด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม และความเสมอภาคทางเพศ" ในวาระครบ ๑๐๐ ปี สะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์ที่ยังคงส่งผลต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนจนถึงปัจจุบัน
ในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ รัฐบาลจึงได้กำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติและพิธีเจริญพระพุทธมนต์ทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลขึ้น ในวันศุกร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ทั้งในส่วนกลาง ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ส่วนภูมิภาค และต่างประเทศ เพื่อให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมเทิดพระเกียรติพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าให้แผ่ไพศาลสืบไป
#๑๐๐ปีสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี #รัชกาลที่๗
#พระบรมราชินีในรัชกาลที่๗ #UNESCO #ราชภัฏรำไพพรรณี
#น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
💖🙏 ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๙
เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๔๔๗ เป็นพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ ต้นราชสกุล “สวัสดิวัตน์” ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภาพรรณี พระองค์มีพระนามเดิมว่า “หม่อมเจ้ารำไพพรรณี สวัสดิวัตน์” ชาววังขานพระนามว่า “ท่านหญิงนา”
พระองค์ทรงเป็นพระอัครมเหสีเพียงพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ เป็นพระมเหสีพระองค์แรกตามแบบยุโรปและระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย หลังจากพระราชสวามีสละราชสมบัติเมื่อ ปี ๒๔๗๗ พระองค์ประทับอยู่ประเทศอังกฤษจวบจนพระราชสวามีเสด็จสวรรคต และเสด็จนิวัติกรุงเทพมหานครในปี ๒๔๙๒ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลในขณะนั้น
ในอดีตกล่าวกันว่าพระองค์เป็นสตรีชาวไทยที่ทรงพระสิริโฉมสามารถเลือกฉลองพระองค์ยุโรปมาสวมใส่ได้อย่างเหมาะสม ทั้งยังมีพระจริยวัตรนุ่มนวล พระพักตร์แจ่มใส แย้มพระสรวลอยู่เนืองนิตย์ ทั้ง ๆ ที่พระองค์ประสบกับโลกธรรมและความสูญเสียอันใหญ่ยิ่งมาแล้ว
พระองค์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ในฐานะพระบรมราชินีในการเสด็จพระราชดำเนินไปยังหัวเมือง รวมทั้งต่างประเทศเพื่อเป็นการเชื่อมพระราชไมตรีระหว่างประเทศ ภายหลังการนิวัติประเทศไทยหลังการสวรรคตของพระราชสวามีแล้ว พระองค์ได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ หลายครั้ง
เมื่อเสด็จย้ายไปประทับ ณ จังหวัดจันทบุรี ทรงดำเนินกิจการในด้านการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ และทรงพัฒนาการทอเสื่อ เพื่อเป็นโครงการตัวอย่างและนำความรู้นั้นออกเผยแพร่แก่ประชาชน นอกจากนี้ พระองค์ยังมีส่วนในการพัฒนาการสาธารณสุขและการศึกษาของชาวจันทบุรี โดยรับเป็นพระราชภาระในการปรับปรุงโรงพยาบาลพระปกเกล้า รวมทั้งทรงตั้งมูลนิธิพระปกเกล้าเพื่อสนับสนุนกิจการต่าง ๆ ของโรงพยาบาลพระปกเกล้า วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี และมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี
ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ พระองค์ทรงเริ่มมีพระอาการประชวรด้วยพระโรคความดันพระโลหิตสูง และวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๒๗ เวลา ๑๕.๕๐ นาฬิกา พระองค์เสด็จสวรรคตด้วยพระหทัยวายโดยพระอาการสงบ ณ พระตำหนักวังศุโขทัย รวมพระชนมพรรษาได้ ๗๙ พรรษา ๕ เดือน ๒ วัน
#น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
เมื่อวันอังคารที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๒๗ ในตอนเช้า
ยังทรงพระสำราญเป็นปกติ ต่อมาทรงมีพระอาการปวด
พระนาภี (สะดือ) เล็กน้อย แพทย์ได้ถวายการตรวจรักษา
และลงความเห็นว่า ถุงน้ำดีอักเสบ จึงถวายพระโอสถ
บำบัดพระอาการ
จากนั้นเข้าที่บรรทม เมื่อตื่นบรรทมในตอนบ่าย
ก็มีพระอาการประชวรเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
และเสด็จสวรรคตด้วยพระหทัยวาย (หัวใจวาย)
โดยพระอาการสงบ เมื่อเวลา ๑๕.๕๐ น.
ณ พระตำหนักวังศุโขทัย
พระชนมพรรษา ๗๙ พรรษา ๕ เดือน ๑ วัน
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี
ทรงเริ่มประชวรด้วยพระโรคความดันโลหิตสูง
และเส้นพระโลหิตในสมองตีบ ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘
และได้ทรงอยู่ในความดูแลของนายแพทย์ตั้งแต่บัดนั้น
เป็นต้นมา
ในระหว่างที่ประชวรอยู่นี้ ทรงงดเสด็จพระราชดำเนิน
ออกงานต่าง ๆ และทรงงดกีฬากอล์ฟซึ่งเคยทรงเป็นประจำ
แต่ก็ยังคงทรงประกอบพระราชกรณียกิจบางประการ
เช่น ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในโอกาสต่าง ๆ หรือโปรด
เกล้าฯ ให้บุคคลเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทเป็นครั้งคราว
ส่วนใหญ่ทรงใช้เวลาพักผ่อนพระราชอิริยาบถอยู่บน
พระตำหนักวังศุโขทัย เวลาเย็นจะประทับรถเข็น
ทอดพระเนตรต้นไม้ในบริเวณพระตำหนักเป็นเวลา ๔๕ นาที
พระราชกิจประจำวันของพระองค์เป็นไปอย่างปกติเสมอมา
โดยทรงปรากฏพระองค์ครั้งสุดท้าย ผ่านพระบรม
ฉายาลักษณ์หมู่ที่ทรงฉายร่วมกับรัชกาลที่ ๙
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์
ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อทรงเยี่ยม
และติดตามพระอาการพระประชวรของพระองค์
ณ วังศุโขทัย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมษายน ๒๕๒๗
ในวันสวรรคตนั้น สำนักพระราชวังได้ออกประกาศ
ให้ประชาชนชาวไทยทราบ ดังความต่อไปนี้
สำนักพระราชวัง รับสนองพระบรมราชโองการ
เหนือเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี
ในรัชกาลที่ ๗ ประชวรสวรรคตด้วยพระหทัยวาย
โดยพระอาการสงบ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๒๗
เวลา ๑๕ นาฬิกา ๕๐ นาที ณ วังศุโขทัย
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตรทรงเศร้าสลดพระราชหฤทัย
เป็นอย่างยิ่ง และทรงอาลัยระลึกถึงพระคุณูปการที่ทรงมี
พระจริยาวัตรตั้งอยู่ในสัจธรรมและขันติธรรมอย่างมั่นคง
เป็นที่เคารพสักการะอย่างยิ่งของพระองค์ ตลอดจน
พระบรมวงศานุวงศ์ทั้งปวง จึงมีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดการพระบรมศพ
ถวายพระเกียรติยศตามราชประเพณี ประดิษฐาน
พระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
ในพระบรมมหาราชวัง
อนึ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์
และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนักไว้ทุกข์ถวาย
มีกำหนด ๑๐๐ วัน ตั้งแต่วันเสด็จสวรรคตเป็นต้นไป
และมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
ในวันอังคารที่ ๙ เมษายน ๒๕๒๘
ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง
พระฉายาลักษณ์พระราชทาน การจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗ เนื่องในโอกาสการประกาศยกย่องพระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจในวาระครบ ๑๐๐ ปี
สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์กรมประชาสัมพันธ์ :
https://drive.google.com/drive/folders/1ycqTyAIhAwrrteOlQHEJl1WUZHA0T_2u
#น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
#พระฉายาลักษณ์พระราชทาน
#การจัดงานเฉลิมพระเกียรติ
#สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีพระบรมราชินี
💖🙏 ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗ "บุคคลสำคัญของโลก"
💖🙏 ๒๒ พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗ ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดพระชนมชีพ โดยเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ สิริพระชนมายุ ๗๙ พรรษา
พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าที่ครอบคลุมในหลากหลายมิติ ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ ดังนี้
ด้านการศึกษา : ทรงวางรากฐานด้านการศึกษา ณ วังสวนบ้านแก้ว จังหวัดจันทบุรี ซึ่งต่อมาได้พัฒนาและยกระดับขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนในภูมิภาค
ด้านการสาธารณสุข : ทรงให้การสนับสนุนงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างจริงจัง อันนำไปสู่การก่อตั้งและพัฒนาโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ
ด้านการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศและบทบาทสตรี : พระองค์ทรงเป็นสตรีผู้เป็นแบบอย่างของ "สตรีไทยยุคใหม่" ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวอย่างสง่างาม ทรงริเริ่มส่งเสริมการฝึกวิชาชีพให้แก่สตรี (เช่น การทอเสื่อจันทบูร) เพื่อสร้างรายได้และการพึ่งพาตนเอง สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการเสริมสร้างพลังให้สตรีไทยได้ตระหนักถึงศักยภาพของตนเอง และมีบทบาททัดเทียมในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม
การก้าวสู่ประชาคมโลก : พระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรของพระองค์ไม่เพียงส่งผลดีต่อคนในชาติ แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมประเทศไทยสู่สากล ตั้งแต่การเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศในอดีตที่ได้เผยแพร่ภาพลักษณ์อันทันสมัยของสตรีไทยให้ชาวโลกได้ประจักษ์ ตลอดจนแนวพระราชดำริในการยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งด้านการศึกษา การสาธารณสุข และสิทธิสตรี ซึ่งล้วนเป็นวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและสอดรับกับ "เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน" (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติในยุคปัจจุบันอย่างสมบูรณ์
ด้วยคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อสังคมไทยและประชาคมโลก องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) จึงได้ประกาศยกย่องพระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗ ในฐานะ "บุคคลสำคัญของโลก ด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม และความเสมอภาคทางเพศ" ในวาระครบ ๑๐๐ ปี สะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์ที่ยังคงส่งผลต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนจนถึงปัจจุบัน
ในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ รัฐบาลจึงได้กำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติและพิธีเจริญพระพุทธมนต์ทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลขึ้น ในวันศุกร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ทั้งในส่วนกลาง ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ส่วนภูมิภาค และต่างประเทศ เพื่อให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมเทิดพระเกียรติพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าให้แผ่ไพศาลสืบไป
#๑๐๐ปีสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี #รัชกาลที่๗
#พระบรมราชินีในรัชกาลที่๗ #UNESCO #ราชภัฏรำไพพรรณี
#น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
💖🙏 ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๙
เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๔๔๗ เป็นพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ ต้นราชสกุล “สวัสดิวัตน์” ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภาพรรณี พระองค์มีพระนามเดิมว่า “หม่อมเจ้ารำไพพรรณี สวัสดิวัตน์” ชาววังขานพระนามว่า “ท่านหญิงนา”
พระองค์ทรงเป็นพระอัครมเหสีเพียงพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ เป็นพระมเหสีพระองค์แรกตามแบบยุโรปและระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย หลังจากพระราชสวามีสละราชสมบัติเมื่อ ปี ๒๔๗๗ พระองค์ประทับอยู่ประเทศอังกฤษจวบจนพระราชสวามีเสด็จสวรรคต และเสด็จนิวัติกรุงเทพมหานครในปี ๒๔๙๒ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลในขณะนั้น
ในอดีตกล่าวกันว่าพระองค์เป็นสตรีชาวไทยที่ทรงพระสิริโฉมสามารถเลือกฉลองพระองค์ยุโรปมาสวมใส่ได้อย่างเหมาะสม ทั้งยังมีพระจริยวัตรนุ่มนวล พระพักตร์แจ่มใส แย้มพระสรวลอยู่เนืองนิตย์ ทั้ง ๆ ที่พระองค์ประสบกับโลกธรรมและความสูญเสียอันใหญ่ยิ่งมาแล้ว
พระองค์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ในฐานะพระบรมราชินีในการเสด็จพระราชดำเนินไปยังหัวเมือง รวมทั้งต่างประเทศเพื่อเป็นการเชื่อมพระราชไมตรีระหว่างประเทศ ภายหลังการนิวัติประเทศไทยหลังการสวรรคตของพระราชสวามีแล้ว พระองค์ได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ หลายครั้ง
เมื่อเสด็จย้ายไปประทับ ณ จังหวัดจันทบุรี ทรงดำเนินกิจการในด้านการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ และทรงพัฒนาการทอเสื่อ เพื่อเป็นโครงการตัวอย่างและนำความรู้นั้นออกเผยแพร่แก่ประชาชน นอกจากนี้ พระองค์ยังมีส่วนในการพัฒนาการสาธารณสุขและการศึกษาของชาวจันทบุรี โดยรับเป็นพระราชภาระในการปรับปรุงโรงพยาบาลพระปกเกล้า รวมทั้งทรงตั้งมูลนิธิพระปกเกล้าเพื่อสนับสนุนกิจการต่าง ๆ ของโรงพยาบาลพระปกเกล้า วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี และมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี
ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ พระองค์ทรงเริ่มมีพระอาการประชวรด้วยพระโรคความดันพระโลหิตสูง และวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๒๗ เวลา ๑๕.๕๐ นาฬิกา พระองค์เสด็จสวรรคตด้วยพระหทัยวายโดยพระอาการสงบ ณ พระตำหนักวังศุโขทัย รวมพระชนมพรรษาได้ ๗๙ พรรษา ๕ เดือน ๒ วัน
#น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
เมื่อวันอังคารที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๒๗ ในตอนเช้า
ยังทรงพระสำราญเป็นปกติ ต่อมาทรงมีพระอาการปวด
พระนาภี (สะดือ) เล็กน้อย แพทย์ได้ถวายการตรวจรักษา
และลงความเห็นว่า ถุงน้ำดีอักเสบ จึงถวายพระโอสถ
บำบัดพระอาการ
จากนั้นเข้าที่บรรทม เมื่อตื่นบรรทมในตอนบ่าย
ก็มีพระอาการประชวรเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
และเสด็จสวรรคตด้วยพระหทัยวาย (หัวใจวาย)
โดยพระอาการสงบ เมื่อเวลา ๑๕.๕๐ น.
ณ พระตำหนักวังศุโขทัย
พระชนมพรรษา ๗๙ พรรษา ๕ เดือน ๑ วัน
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี
ทรงเริ่มประชวรด้วยพระโรคความดันโลหิตสูง
และเส้นพระโลหิตในสมองตีบ ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘
และได้ทรงอยู่ในความดูแลของนายแพทย์ตั้งแต่บัดนั้น
เป็นต้นมา
ในระหว่างที่ประชวรอยู่นี้ ทรงงดเสด็จพระราชดำเนิน
ออกงานต่าง ๆ และทรงงดกีฬากอล์ฟซึ่งเคยทรงเป็นประจำ
แต่ก็ยังคงทรงประกอบพระราชกรณียกิจบางประการ
เช่น ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในโอกาสต่าง ๆ หรือโปรด
เกล้าฯ ให้บุคคลเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทเป็นครั้งคราว
ส่วนใหญ่ทรงใช้เวลาพักผ่อนพระราชอิริยาบถอยู่บน
พระตำหนักวังศุโขทัย เวลาเย็นจะประทับรถเข็น
ทอดพระเนตรต้นไม้ในบริเวณพระตำหนักเป็นเวลา ๔๕ นาที
พระราชกิจประจำวันของพระองค์เป็นไปอย่างปกติเสมอมา
โดยทรงปรากฏพระองค์ครั้งสุดท้าย ผ่านพระบรม
ฉายาลักษณ์หมู่ที่ทรงฉายร่วมกับรัชกาลที่ ๙
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์
ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อทรงเยี่ยม
และติดตามพระอาการพระประชวรของพระองค์
ณ วังศุโขทัย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมษายน ๒๕๒๗
ในวันสวรรคตนั้น สำนักพระราชวังได้ออกประกาศ
ให้ประชาชนชาวไทยทราบ ดังความต่อไปนี้
สำนักพระราชวัง รับสนองพระบรมราชโองการ
เหนือเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี
ในรัชกาลที่ ๗ ประชวรสวรรคตด้วยพระหทัยวาย
โดยพระอาการสงบ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๒๗
เวลา ๑๕ นาฬิกา ๕๐ นาที ณ วังศุโขทัย
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตรทรงเศร้าสลดพระราชหฤทัย
เป็นอย่างยิ่ง และทรงอาลัยระลึกถึงพระคุณูปการที่ทรงมี
พระจริยาวัตรตั้งอยู่ในสัจธรรมและขันติธรรมอย่างมั่นคง
เป็นที่เคารพสักการะอย่างยิ่งของพระองค์ ตลอดจน
พระบรมวงศานุวงศ์ทั้งปวง จึงมีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดการพระบรมศพ
ถวายพระเกียรติยศตามราชประเพณี ประดิษฐาน
พระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
ในพระบรมมหาราชวัง
อนึ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์
และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนักไว้ทุกข์ถวาย
มีกำหนด ๑๐๐ วัน ตั้งแต่วันเสด็จสวรรคตเป็นต้นไป
และมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
ในวันอังคารที่ ๙ เมษายน ๒๕๒๘
ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง
พระฉายาลักษณ์พระราชทาน การจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗ เนื่องในโอกาสการประกาศยกย่องพระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจในวาระครบ ๑๐๐ ปี
สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์กรมประชาสัมพันธ์ : https://drive.google.com/drive/folders/1ycqTyAIhAwrrteOlQHEJl1WUZHA0T_2u
#น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
#พระฉายาลักษณ์พระราชทาน
#การจัดงานเฉลิมพระเกียรติ
#สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีพระบรมราชินี