🤍🖤🙏 “เดือนตุลาคม” เดือนแห่งความอาลัยในราชวงศ์จักรี เดือนที่มีเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับการเสด็จสวรรคตและการสิ้นพระชนม์





🤍🖤🙏 เดือนตุลาคม เดือนแห่งความอาลัยในราชวงศ์จักรี


เดือนที่มีเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับการเสด็จสวรรคตและการสิ้นพระชนม์ ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์หลายช่วงรัชสมัย






เดือนตุลาคมเป็นเดือนที่ปรากฏเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับการเสด็จสวรรคตและการสิ้นพระชนม์ของพระมหากษัตริย์ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงแห่งราชวงศ์จักรีหลายพระองค์ ตลอดช่วงเวลาของกรุงรัตนโกสินทร์ จึงเป็นเดือนที่มีเหตุการณ์สำคัญปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์หลายช่วงรัชสมัย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๒ จนถึงรัชกาลปัจจุบัน



พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช รัชกาลที่ ๔


วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๑๑ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งภาณุมาศจำรูญ ภายในพระบรมมหาราชวัง หลังจากเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงที่ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๔๑๑ ซึ่งพระองค์ทรงคำนวณตำแหน่งและเวลาของการเกิดสุริยุปราคาไว้ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ภายหลังเสด็จกลับพระนคร พระองค์ทรงพระประชวรด้วยพระอาการไข้ และเมื่อทรงทราบว่าพระอาการอาจไม่ทุเลา จึงมีพระบรมราชโองการให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ และเจ้าพระยาภูธราภัย เข้าเฝ้าฯ เพื่อมอบหมายให้ช่วยกันดูแลราชการแผ่นดินและพระราชโอรสธิดา ก่อนเสด็จสวรรคตเมื่อเวลา ๒๑ นาฬิกา ๐๕ นาที สิริพระชนมพรรษา ๖๔ พรรษา และทรงดำรงสิริราชสมบัติ ๑๖ ปี ๖ เดือน


สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี พระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔

วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๓๙๕ สมเด็จพระนางเธอ พระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดี พระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต ขณะมีพระชนมายุเพียง ๑๗ พรรษา พระบรมศพได้รับการถวายพระเกียรติยศตามราชประเพณี ก่อนอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริให้นำพระราชทรัพย์ส่วนหนึ่งของพระองค์ไปบำเพ็ญพระราชกุศล บูรณะพระอาราม และสร้างวัดโสมนัสวิหารเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระอัครมเหสี


พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖

วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๒๘ พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลศิริราช สิริพระชันษา ๘๐ ปี พระองค์ทรงเป็นพระราชมารดาของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ภายหลังการสิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระศพตามพระเกียรติยศ และพระราชทานพระโกศทองน้อยประดิษฐานพระศพ ก่อนพระราชทานเพลิงพระศพ ณ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหารในเดือนมีนาคม ๒๕๒๙


พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙


วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเวลา ๑๕ นาฬิกา ๕๒ นาที สิริพระชนมพรรษา ๘๙ พรรษา และทรงครองสิริราชสมบัติ ๗๐ ปี การเสด็จสวรรคตของพระองค์เกิดขึ้นภายหลังเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราชตั้งแต่วันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๗ และสำนักพระราชวังได้ออกประกาศให้ประชาชนทราบถึงพระอาการมาโดยลำดับ




วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๓๘๐ สมเด็จพระศรีสุลาลัย พระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และพระราชมารดาในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต สิริพระชนมายุ ๖๘ พรรษา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระบรมศพขึ้นประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ก่อนประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงตามพระราชประเพณี


วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๓๗๙ สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี พระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และพระราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต ด้วยพระโรคชรา สิริพระชนมายุ ๖๙ พรรษา พระบรมศพประดิษฐานอยู่ ณ พระราชวังเดิม ก่อนอัญเชิญไปประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิง ณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวงในปีถัดมา ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาพระอัฐิขึ้นเป็นกรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ และในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกพระนามาภิไธยว่า สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี


สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๖๒ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หรือสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี เสด็จสวรรคต ณ พระตำหนักพญาไท สิริพระชนมพรรษา ๕๕ พรรษา พระองค์ทรงเป็นพระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังการเสด็จสวรรคต พระบรมศพได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ก่อนประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๔๖๓




๒๑ ตุลาคม ❤️ วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ❤️


สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๓

สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก อภิเษกสมรสกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระราชโอรส-พระราชธิดา ๓ พระองค์ ดังนี้

๑. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี
๒. พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘
๓. พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระนามที่นิยมเรียกกันว่า “สมเด็จย่า” ทั้งนี้พระองค์ยังได้ประกอบพระราชกรณียกิจเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขาที่อาศัยในถิ่นทุรกันดาร และได้พระราชทานความช่วยเหลือผ่านทางเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เปรียบเสมือนพระองค์เสด็จมาจากฟากฟ้าช่วยให้พวกเขามีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น ชาวไทยภูเขาจึงถวายพระสมัญญานามว่า “แม่ฟ้าหลวง”


สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้เสด็จประทับรักษาพระอาการประชวร ณ ตึก ๘๔ ปี โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๘ แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ พระอาการประชวรได้ทรุดหนักลงตามลำดับ และพระอาการคงอยู่ในภาวะวิกฤต จนกระทั่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ สิริพระชนมายุ ๙๕ พรรษา 

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ลงสู่พระหีบตามพระราชประสงค์ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระบรมราชชนนี ประดิษฐานหีบทรงพระบรมศพหลังพระแท่นสุวรรณเบญจดล โดยมีพระโกศทองใหญ่ประดิษฐานบนพระแท่นเพื่อประกอบพระราชอิสริยยศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง พระราชสรีรางคารถูกเชิญไปบรรจุ ณ อนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา สุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร


พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕


วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๔๕๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อเวลา ๒ นาฬิกา ๔๕ นาที สิริพระชนมพรรษา ๕๗ พรรษา และทรงดำรงสิริราชสมบัติ ๔๒ ปี ภายหลังการเสด็จสวรรคต รัฐบาลกำหนดให้วันที่ ๒๓ ตุลาคมของทุกปีเป็นวันปิยมหาราช เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจตลอดรัชสมัยของพระองค์


สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๘ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อเวลา ๒๑ นาฬิกา ๒๑ นาที สิริพระชนมพรรษา ๙๓ พรรษา ภายหลังทรงพระประชวรและเข้ารับการรักษาพระอาการ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยสำนักพระราชวังประกาศว่าพระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ ก่อนเสด็จสวรรคตด้วยพระอาการสงบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระบรมศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี และประดิษฐานพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง


เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนตุลาคมตลอดช่วงเวลาของกรุงรัตนโกสินทร์จึงปรากฏทั้งการเสด็จสวรรคตของพระมหากษัตริย์ การเสด็จสวรรคตของพระบรมราชินีและพระอัครมเหสี ตลอดจนการสิ้นพระชนม์ของพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ ทำให้เดือนตุลาคมปรากฏเป็นช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ไทยที่เกี่ยวเนื่องกับการสูญเสียและการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมวงศานุวงศ์แห่งราชวงศ์จักรี


เรื่อง: มยุเรศร่อนรา

#ตุลาคม #เดือนแห่งความอาลัย #ราชวงศ์จักรี #พระมหากษัตริย์ #พระบรมราชินี #พระอัครมเหสี #พระบรมวงศานุวงศ์ #ประวัติศาสตร์ไทย #พระราชประวัติ #สวรรคต #สิ้นพระชนม์ #ความทรงจำ #เจริญกรุง

ที่มา: facebook เจริญกรุง




💛🙏  พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  🙏💛


💙🙏  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  🙏💙


💛💙 ธ สถิตในดวงใจไทยตราบนิจนิรันดร์ 💛💙


🙏 น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ 🙏
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่