ขนมบายกรีม จากข้าวเหลือสู่ขนมรสอร่อย

ขนมบายกรีม จากข้าวเหลือสู่ขนมรสอร่อย

ในแถบอีสานใต้เองก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคของไทยที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมสูงเหมือนกัน ด้วยเป็นพื้นที่ที่มีคนต่างเชื้อชาติอาศัยอยู่หนาแน่นตั้งแต่ไทย ลาว กูย เขมร หรือแม้แต่จีนก็ยังมี ซึ่งความหลากหลายนี้เองก็ทำให้อาหารของพื้นที่นี้มีความแตกต่างไปจากพื้นที่อื่น ๆ อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาหารในกลุ่มเขมรถิ่นไทยที่ไม่คุ้นหูคนไทยส่วนใหญ่นัก หนึ่งในนั้นก็คือขนมนาม “ขนมบายกรีม”
.
“บายกรีม” คำว่า “บาย” หมายถึง ข้าว ส่วน “กรีม” หมายถึง แห้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิธีการทำขนมชิ้นนี้ขึ้นมา โดยจะเป็นการนำเอาข้าวสุกที่เหลือจากแต่ละวันไปตากแดดจนแห้ง ก่อนจะนำไปคั่วจนมีสีเหลืองทอง ฟังดูคล้ายกับข้าวตังในภาคกลาง แต่ทว่าบายกรีมจะนำเอาข้าวดังกล่าวไปตำอีกทีให้ละเอียด และผสมกับวัตถุดิบอื่น ๆ อย่างกล้วย มะพร้าว น้ำตาล และเกลือ
.
เมื่อผสมกันเรียบร้อยแล้ว ขนมบายกรีมที่ได้ก็จะมีรสหวานเค็ม และมีกลิ่นหอมจากมะพร้าวและกล้วย สัมผัสจะมีความกรุบกรอบซึ่งในอดีตจะทำกินเป็นขนมให้ลูก ๆ หลาน ๆ ได้กินกัน เป็นของว่างกินเล่นที่เด็ก ๆ อีสานใต้ในอดีตที่มีเชื้อสายเขมรถิ่นไทยอาจจะเคยได้ลิ้มลอง อีกทั้งการทำขนมบายกรีมก็ฟังดูเป็นอีกหนึ่งอาหารที่เกิดขึ้นจากการลดอาหารเหลือทิ้งด้วย

อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันนี้ขนมบายกรีมก็เริ่มหากินได้ยากขึ้น คนรุ่นใหม่เองก็ไม่ได้นิยมกินขนมแบบนี้กันแล้วและหันไปกินพวกขนมอื่น ๆ หรือขนมขบเคี้ยวแทน ทำให้ภูมิปัญญาของขนมบายกรีมค่อย ๆ ลดเลือนหายไปเรื่อย ๆ หลงเหลือเพียงผู้คนไม่กี่กลุ่มที่พยายามฟื้นคืนขนมนี้ให้กลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งหนึ่ง
.
เรียบเรียงโดยเพจสุดโปรด by Bangkok Bank
.
ที่มา :จานโปรด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่