เพียงแค่เสียงฮัมเพลง 'เถียนมีมี่' ลอยมา... ใบหน้าหวานละมุนของเธอก็ปรากฏขึ้นทันที...
'เติ้งลี่จวิน' ราชินีเพลงจีนผู้ใช้เสียงสะกดคนทั้งโลก แต่ใครจะเชื่อว่า ชีวิตที่สวยงามราวกับเทพนิยายของเธอ... กลับต้องมาปิดฉากลงอย่างกะทันหันและเต็มไปด้วยเงื่อนงำ ณ ห้อง 1502 ที่ 'ประเทศไทย' เรื่องราวเบื้องหลังเสียงเพลงและวันสุดท้ายของเธอเป็นอย่างไร? ช่อง
letsgettoknow2 จะมาเล่าให้ฟังครับ

ย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้น... เติ้งลี่จวิน หรือ "เทเรซา เติ้ง" เธอเกิดเมื่อวันที่ 29 มกราคม 1953 ที่ไต้หวัน เธอคือแก้วตาดวงใจและเป็น "ลูกสาวเพียงคนเดียว" ท่ามกลางพี่ชายและน้องชายรวมกันถึง 5 คน ครอบครัวของเธอเป็นผู้อพยพที่หนีภัยสงครามมาจากจีนแผ่นดินใหญ่หลังจากพรรคคอมมิวนิสต์เข้าครองอำนาจ พ่อของเธอเป็นทหารเก่า ทำให้ชีวิตวัยเด็กต้องเติบโตมาในหมู่บ้านทหารท่ามกลางความขัดสน
แต่สิ่งที่ช่วยเยียวยาหัวใจของเด็กหญิงคนนี้ก็คือ "เสียงเพลง" ครับ เติ้งลี่จวิน ซึมซับความรักในดนตรีมาจากคุณพ่อคุณแม่ที่ชอบดูงิ้วและโอเปรา พออายุได้แค่ 6 ขวบ พรสวรรค์ของเธอก็เริ่มฉายแววเด่นชัด จนเพื่อนของพ่อซึ่งเป็นครูฝึกวงดนตรีทหารอากาศมองเห็นแวว และพาเธอไปฝึกร้องเพลงต่อหน้าผู้ชมที่เป็นทหาร... และการร้องเพลงต่อหน้ากองทัพนี่แหละครับ ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นหน้าที่ที่เธอทำมาตลอดชีวิต จนได้รับฉายาว่า
"ขวัญใจทหารหาญ"
พอเธออายุได้ 11 ขวบ เธอก็คว้าใจกรรมการด้วยการชนะรางวัลใหญ่จากการประกวดร้องเพลงโอเปรา (Visiting Yingtai) หลังจากนั้น งานร้องเพลงก็หลั่งไหลเข้ามาจนเธอแทบไม่มีเวลาเรียนเลย จนสุดท้ายเด็กน้อยในวัยเพียง 15 ปี ต้องตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนมัธยม เพื่อมุ่งหน้าสู่อาชีพนักร้องอย่างเต็มตัว ช่วงแรกเธอลุยงานหนักมากครับ ถึงขั้นขึ้นแสดงที่ "ปารีส ไนท์" ในไทเป ติดต่อกันยาวนานถึง 70 วัน และหลังจากนั้นเธอได้เซ็นสัญญาออกอัลบั้มในไต้หวัน เสน่ห์และน้ำเสียงอันไพเราะของเธอก็ก้าวข้ามพรมแดนทันที
ในปี 1976 เติ้งลี่จวินในวัย 20 ปี ตัดสินใจก้าวเข้าสู่ตลาดเพลงที่ปราบเซียนที่สุดในยุคนั้น นั่นคือ "ประเทศญี่ปุ่น" ภายใต้สังกัด Polydor Records เพลงภาษาญี่ปุ่นของเธออย่าง
"Airport" ทำยอดขายถล่มทลายถึง 7 แสนแผ่น และส่งให้เธอคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของญี่ปุ่นมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่
หลังจากนั้น ชื่อเสียงของเธอก็กระจายไปทั่วเอเชียราวกับไฟลามทุ่ง ไม่ว่าจะเป็นในไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือเวียดนาม และเธอยังมีความสามารถพิเศษ ร้องเพลงได้หลากภาษา ทั้งจีนกลาง กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และภาษาอังกฤษ เพลงเด่นๆ อย่าง เถียนมีมี่ และ รักฉันนั้นเพื่อเธอ กลายเป็นเพลงฮิตเปิดกันทุกบ้าน

แต่คุณผู้ฟังครับ... ถึงแม้ว่าในโลกของเสียงเพลง เธอจะร้องเพลงรักได้หวานซึ้งกินใจแค่ไหน แต่ในชีวิตจริง ความรักของเธอกลับไม่ค่อยสมหวังและอาภัพเหลือเกิน...
เริ่มจาก "รักแรก" กับ หลิน เจิ้นฟา ชายหนุ่มชาวอินโดนีเซียที่เธอคบหาด้วย แต่ก็ต้องจบลงด้วยความโศกเศร้าเมื่อฝ่ายชายเสียชีวิตกะทันหันด้วยโรคหัวใจ... ต่อมากับพระเอกนักบู๊ชื่อดังอย่าง "เฉินหลง" ซึ่งก็เป็นความรักเพียงช่วงสั้นๆ ก่อนจะเลิกรากันไป... จากนั้นเธอได้หมั้นหมายกับ กัว คงเฉิง ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีชื่อดัง แต่ด้วยเงื่อนไขของครอบครัวฝ่ายชายที่บังคับให้เธอต้อง "ตัดขาดจากการร้องเพลงทั้งหมด" ศักดิ์ศรีความเป็นศิลปินทำให้เธอเลือกที่จะเดินออกมา... จนกระทั่งท้ายที่สุด เธอได้พบรักกับช่างภาพชาวฝรั่งเศสที่อายุห่างกันกว่า 15 ปี ชื่อ "สตีเว่น พอล" และเธอถูกขอเธอแต่งงานที่วัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทยของเรานี่เองครับ
ช่วงปี 1984 - 1989 ถูกยกให้เป็น
"ปีทอง" ของเธออย่างแท้จริง เธอกลายเป็นนักร้องคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้ารางวัลใหญ่ของญี่ปุ่นติดต่อกันถึง 4 ปีซ้อน และอัลบั้มที่เธอภูมิใจมากที่สุดอย่าง "ต้านต้านโยวฉิง" (淡淡幽情) ที่นำบทกลอนสมัยราชวงศ์ถังและซ่งมาแต่งเป็นเพลงสากล ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซของเอเชีย
แต่สิ่งที่คุณผู้ชมต้องทึ่งที่สุดในตัวของผู้หญิงคนนี้ คือการที่เสียงเพลงของเธอสามารถ "ทลายกำแพงทางการเมือง" ได้ครับ! ในช่วงยุค 70 ถึง 80 ความสัมพันธ์ระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวันตึงเครียดมาก ทางการจีนสั่งแบนเพลงของศิลปินไต้หวันอย่างเด็ดขาดเพราะมองว่าเป็นเรื่องของทุนนิยม... แต่กำแพงกฎหมายก็กั้นพลังแห่งความคิดถึงไม่ได้ครับ ชาวจีนแผ่นดินใหญ่แอบลักลอบซื้อเทปของเติ้งลี่จวินจากตลาดมืด เพลงของเธอถูกแอบเปิดในทุกที่ ตั้งแต่สถานเริงรมย์ไปจนถึงบ้านพักของข้าราชการระดับสูง จนเกิดคำเปรียบเปรยขำๆ ในยุคนั้นว่า...
"ยามกลางวัน เมืองจีนถูกปกครองโดยผู้นำ เติ้งเสี่ยวผิง... แต่ยามกลางคืน เมืองจีนจะถูกครอบครองโดย เติ้งลี่จวิน" ผู้คนจึงเรียกเธอด้วยความเอ็นดูว่า
"เสี่ยวเติ้ง" หรือเติ้งน้อย เพราะเธอมีแซ่เดียวกับผู้นำจีนนั่นเอง สื่อฮ่องกงถึงกับยกย่องว่า เธอทำหน้าที่เป็นนักการทูตที่เชื่อมหัวใจชาวจีนหลายล้านคนทั่วโลกได้สำเร็จ ในขณะที่นักการเมืองหลายคนล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
แต่แล้ว... ในช่วงที่ชีวิตกำลังอยู่ในจุดสูงสุด สัญญาณเตือนเรื่องสุขภาพก็เริ่มปรากฏ เติ้งลี่จวินป่วยเป็นโรคหอบหืดเรื้อรัง เธอเริ่มรับงานน้อยลงและเดินทางท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน จนกระทั่งต้นปี 1995 เธอเลือกเดินทางมาพักผ่อนระยะยาวที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับ "สตีเว่น พอล" แฟนหนุ่มชาวฝรั่งเศส ทั้งคู่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและมีความสุขที่นี่ จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจในบทเพลงสั้นๆ ที่เธอสื่อถึงเมืองเชียงใหม่ นั่นก็คือเพลง
"เรื่องราวเล็กๆ แห่งเมืองน้อย" (小城故事 - เซีย่วเฉิงกู้ซื่อ)
เธอใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุขที่ประเทศไทยจนกระทั่ง ในวันที่ 8 พฤษภาคม ปีเดียวกัน... วันที่ช็อกคนทั้งโลกก็มาถึง...ขณะที่แฟนหนุ่มออกไปซื้อของข้างนอกโรงแรม เติ้งลี่จวินที่อยู่ในห้องพักเลขที่ 1502 คนเดียว เกิดอาการหอบหืดกำเริบขึ้นมาอย่างรุนแรงเฉียบพลัน พนักงานโรงแรมพบร่างของเธอนอนทุรนทุรายอยู่หน้าห้อง ในมือข้างหนึ่งยังกำยาพ่นขยายหลอดลมไว้แน่น ทุกคนรีบนำตัวเธอส่งโรงพยาบาลเชียงใหม่-ราม แต่... มันก็สายเกินไปแล้วครับ เธอเสียชีวิตก่อนจะถึงมือหมอ ปิดฉากชีวิตราชินีเพลงจีนด้วยวัยเพียง 42 ปีเท่านั้น

ข่าวดังกล่าวกลายเป็นประเด็นร้อนแรงทันที มีกระแสข่าวลือลึกลับแจ้งไปยังสถานกงสุลว่าเธออาจถูกฆาตกรรม เพราะพบรอยช้ำที่บริเวณลำคอด้านซ้าย ประกอบกับแฟนหนุ่มมีท่าทีเครียดจัดและหายตัวไปชั่วคราว แต่ในที่สุด แพทย์และญาติของเธอได้ออกมายืนยันว่า รอยช้ำนั้นน่าจะเกิดจากจังหวะที่เธอทุรนทุรายตะเกียกตะกายเพื่อขอความช่วยเหลือ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตมาจากโรคหอบหืดขั้นรุนแรงเนื่องจากอากาศในห้องเย็นเกินไป ครอบครัวไม่ติดใจเอาความ และได้นำร่างของเธอกลับไปประกอบพิธีศพแบบรัฐพิธีอย่างสมเกียรติในวันที่ 28 พฤษภาคม 2538 ที่ไต้หวัน โลงศพของเธอถูกคลุมด้วยธงชาติไต้หวัน โดยอดีตประธานาธิบดีลีเต็งฮุย ท่ามกลางแฟนเพลงหลายพันคนที่มาร่วมไว้อาลัยน้ำตานองหน้า ก่อนร่างของเธอจะถูกฝังที่สุสานจินเป่าซาน เมืองจินซาน ที่รายล้อมด้วยทิวเขาอันเงียบสงบ

แม้ว่าวันนี้ตัวของเธอจะจากโลกนี้ไปนานกว่า 30 ปีแล้วนะครับ แต่บทเพลงของเธอยังคงทำหน้าที่เยียวยาหัวใจผู้คนอยู่เสมอ... แม้กระทั่งในปี 2013 เทคโนโลยีระดับโลกยังเคยชุบชีวิตในรูปแบบโฮโลแกรม ให้เธอกลับมายืนร้องเพลงร่วมกับ "เจย์ โจว" บนเวทีคอนเสิร์ต ทำเอาแฟนเพลงทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ถึงกับน้ำตาซึมกันเลยทีเดียว
และทั้งหมดนี้ ก็คือเรื่องราวของ เติ้งลี่จวิน ผู้หญิงไม่ใช่แค่ศิลปินที่มีเสียงหวานปานน้ำผึ้ง แต่เธอคือสัญลักษณ์ของยุคสมัย คือผู้เชื่อมวัฒนธรรม และคือตำนานที่ฝังรากลึกอยู่ในใจของคนฟังเพลงทั่วโลกอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย แล้วคุณผู้ฟังล่ะครับ ชอบเพลงไหนของเติ้งลี่จวินที่สุด? หรือมีความทรงจำอะไรกับเพลงของเธอ คอมเมนต์มาคุยกันได้ด้านล่างนี้เลยนะครับ แ
ล้วพบกันใหม่ตอนหน้า สวัสดีครับ!"
เรื่องจริงที่ไม่ลับของ เติ้งลี่จวิน (邓丽筠) by ช่องยูทูบ @letsgettoknowher2 (ep 08)
ย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้น... เติ้งลี่จวิน หรือ "เทเรซา เติ้ง" เธอเกิดเมื่อวันที่ 29 มกราคม 1953 ที่ไต้หวัน เธอคือแก้วตาดวงใจและเป็น "ลูกสาวเพียงคนเดียว" ท่ามกลางพี่ชายและน้องชายรวมกันถึง 5 คน ครอบครัวของเธอเป็นผู้อพยพที่หนีภัยสงครามมาจากจีนแผ่นดินใหญ่หลังจากพรรคคอมมิวนิสต์เข้าครองอำนาจ พ่อของเธอเป็นทหารเก่า ทำให้ชีวิตวัยเด็กต้องเติบโตมาในหมู่บ้านทหารท่ามกลางความขัดสน
แต่สิ่งที่ช่วยเยียวยาหัวใจของเด็กหญิงคนนี้ก็คือ "เสียงเพลง" ครับ เติ้งลี่จวิน ซึมซับความรักในดนตรีมาจากคุณพ่อคุณแม่ที่ชอบดูงิ้วและโอเปรา พออายุได้แค่ 6 ขวบ พรสวรรค์ของเธอก็เริ่มฉายแววเด่นชัด จนเพื่อนของพ่อซึ่งเป็นครูฝึกวงดนตรีทหารอากาศมองเห็นแวว และพาเธอไปฝึกร้องเพลงต่อหน้าผู้ชมที่เป็นทหาร... และการร้องเพลงต่อหน้ากองทัพนี่แหละครับ ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นหน้าที่ที่เธอทำมาตลอดชีวิต จนได้รับฉายาว่า "ขวัญใจทหารหาญ"
ในปี 1976 เติ้งลี่จวินในวัย 20 ปี ตัดสินใจก้าวเข้าสู่ตลาดเพลงที่ปราบเซียนที่สุดในยุคนั้น นั่นคือ "ประเทศญี่ปุ่น" ภายใต้สังกัด Polydor Records เพลงภาษาญี่ปุ่นของเธออย่าง "Airport" ทำยอดขายถล่มทลายถึง 7 แสนแผ่น และส่งให้เธอคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของญี่ปุ่นมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่
หลังจากนั้น ชื่อเสียงของเธอก็กระจายไปทั่วเอเชียราวกับไฟลามทุ่ง ไม่ว่าจะเป็นในไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือเวียดนาม และเธอยังมีความสามารถพิเศษ ร้องเพลงได้หลากภาษา ทั้งจีนกลาง กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และภาษาอังกฤษ เพลงเด่นๆ อย่าง เถียนมีมี่ และ รักฉันนั้นเพื่อเธอ กลายเป็นเพลงฮิตเปิดกันทุกบ้าน
แต่คุณผู้ฟังครับ... ถึงแม้ว่าในโลกของเสียงเพลง เธอจะร้องเพลงรักได้หวานซึ้งกินใจแค่ไหน แต่ในชีวิตจริง ความรักของเธอกลับไม่ค่อยสมหวังและอาภัพเหลือเกิน...
เริ่มจาก "รักแรก" กับ หลิน เจิ้นฟา ชายหนุ่มชาวอินโดนีเซียที่เธอคบหาด้วย แต่ก็ต้องจบลงด้วยความโศกเศร้าเมื่อฝ่ายชายเสียชีวิตกะทันหันด้วยโรคหัวใจ... ต่อมากับพระเอกนักบู๊ชื่อดังอย่าง "เฉินหลง" ซึ่งก็เป็นความรักเพียงช่วงสั้นๆ ก่อนจะเลิกรากันไป... จากนั้นเธอได้หมั้นหมายกับ กัว คงเฉิง ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีชื่อดัง แต่ด้วยเงื่อนไขของครอบครัวฝ่ายชายที่บังคับให้เธอต้อง "ตัดขาดจากการร้องเพลงทั้งหมด" ศักดิ์ศรีความเป็นศิลปินทำให้เธอเลือกที่จะเดินออกมา... จนกระทั่งท้ายที่สุด เธอได้พบรักกับช่างภาพชาวฝรั่งเศสที่อายุห่างกันกว่า 15 ปี ชื่อ "สตีเว่น พอล" และเธอถูกขอเธอแต่งงานที่วัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทยของเรานี่เองครับ
แต่สิ่งที่คุณผู้ชมต้องทึ่งที่สุดในตัวของผู้หญิงคนนี้ คือการที่เสียงเพลงของเธอสามารถ "ทลายกำแพงทางการเมือง" ได้ครับ! ในช่วงยุค 70 ถึง 80 ความสัมพันธ์ระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวันตึงเครียดมาก ทางการจีนสั่งแบนเพลงของศิลปินไต้หวันอย่างเด็ดขาดเพราะมองว่าเป็นเรื่องของทุนนิยม... แต่กำแพงกฎหมายก็กั้นพลังแห่งความคิดถึงไม่ได้ครับ ชาวจีนแผ่นดินใหญ่แอบลักลอบซื้อเทปของเติ้งลี่จวินจากตลาดมืด เพลงของเธอถูกแอบเปิดในทุกที่ ตั้งแต่สถานเริงรมย์ไปจนถึงบ้านพักของข้าราชการระดับสูง จนเกิดคำเปรียบเปรยขำๆ ในยุคนั้นว่า... "ยามกลางวัน เมืองจีนถูกปกครองโดยผู้นำ เติ้งเสี่ยวผิง... แต่ยามกลางคืน เมืองจีนจะถูกครอบครองโดย เติ้งลี่จวิน" ผู้คนจึงเรียกเธอด้วยความเอ็นดูว่า "เสี่ยวเติ้ง" หรือเติ้งน้อย เพราะเธอมีแซ่เดียวกับผู้นำจีนนั่นเอง สื่อฮ่องกงถึงกับยกย่องว่า เธอทำหน้าที่เป็นนักการทูตที่เชื่อมหัวใจชาวจีนหลายล้านคนทั่วโลกได้สำเร็จ ในขณะที่นักการเมืองหลายคนล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
เธอใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุขที่ประเทศไทยจนกระทั่ง ในวันที่ 8 พฤษภาคม ปีเดียวกัน... วันที่ช็อกคนทั้งโลกก็มาถึง...ขณะที่แฟนหนุ่มออกไปซื้อของข้างนอกโรงแรม เติ้งลี่จวินที่อยู่ในห้องพักเลขที่ 1502 คนเดียว เกิดอาการหอบหืดกำเริบขึ้นมาอย่างรุนแรงเฉียบพลัน พนักงานโรงแรมพบร่างของเธอนอนทุรนทุรายอยู่หน้าห้อง ในมือข้างหนึ่งยังกำยาพ่นขยายหลอดลมไว้แน่น ทุกคนรีบนำตัวเธอส่งโรงพยาบาลเชียงใหม่-ราม แต่... มันก็สายเกินไปแล้วครับ เธอเสียชีวิตก่อนจะถึงมือหมอ ปิดฉากชีวิตราชินีเพลงจีนด้วยวัยเพียง 42 ปีเท่านั้น
ข่าวดังกล่าวกลายเป็นประเด็นร้อนแรงทันที มีกระแสข่าวลือลึกลับแจ้งไปยังสถานกงสุลว่าเธออาจถูกฆาตกรรม เพราะพบรอยช้ำที่บริเวณลำคอด้านซ้าย ประกอบกับแฟนหนุ่มมีท่าทีเครียดจัดและหายตัวไปชั่วคราว แต่ในที่สุด แพทย์และญาติของเธอได้ออกมายืนยันว่า รอยช้ำนั้นน่าจะเกิดจากจังหวะที่เธอทุรนทุรายตะเกียกตะกายเพื่อขอความช่วยเหลือ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตมาจากโรคหอบหืดขั้นรุนแรงเนื่องจากอากาศในห้องเย็นเกินไป ครอบครัวไม่ติดใจเอาความ และได้นำร่างของเธอกลับไปประกอบพิธีศพแบบรัฐพิธีอย่างสมเกียรติในวันที่ 28 พฤษภาคม 2538 ที่ไต้หวัน โลงศพของเธอถูกคลุมด้วยธงชาติไต้หวัน โดยอดีตประธานาธิบดีลีเต็งฮุย ท่ามกลางแฟนเพลงหลายพันคนที่มาร่วมไว้อาลัยน้ำตานองหน้า ก่อนร่างของเธอจะถูกฝังที่สุสานจินเป่าซาน เมืองจินซาน ที่รายล้อมด้วยทิวเขาอันเงียบสงบ
และทั้งหมดนี้ ก็คือเรื่องราวของ เติ้งลี่จวิน ผู้หญิงไม่ใช่แค่ศิลปินที่มีเสียงหวานปานน้ำผึ้ง แต่เธอคือสัญลักษณ์ของยุคสมัย คือผู้เชื่อมวัฒนธรรม และคือตำนานที่ฝังรากลึกอยู่ในใจของคนฟังเพลงทั่วโลกอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย แล้วคุณผู้ฟังล่ะครับ ชอบเพลงไหนของเติ้งลี่จวินที่สุด? หรือมีความทรงจำอะไรกับเพลงของเธอ คอมเมนต์มาคุยกันได้ด้านล่างนี้เลยนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้า สวัสดีครับ!"