กินแบบไทยๆ อร่อยชุบชูใจ แค่รู้เคล็ดลับจับคู่เมนูให้ได้มื้อสุขภาพ
อาหารไทยเป็น Comfort Food ชุบชูใจและเชื่อมโยงกับความทรงจำ ทั้งยังช่วยให้เราดูแลสุขภาพได้ง่ายๆ ด้วยหลักการจับคู่เมนูอาหารตามวิถีการกินแบบไทยที่กินข้าวเป็นสำรับ เพื่อให้ได้โภชนาการที่สมดุล ครบถ้วนในทุกมื้อ โดยไม่ต้องฝืนปรุงจืด ทำให้การกินเป็นเรื่องง่าย ทำได้ทุกวัน และเข้ากับวิถีชีวิตของคนไทย
ไข่พะโล้ แกงส้ม แกงอ่อม ไข่เจียว
อาหารที่คุ้นเคยสักจานพาเราหวนนึกถึงความทรงจำวัยเด็กที่ผูกไว้กับประสบการณ์ ผู้คน บรรยากาศ หรือโมเมนต์ที่เกิดขึ้นตอนล้อมวงกินข้าวในครอบครัวได้ทันทีที่ลิ้มรสและกลิ่น เพราะอาหารไม่ใช่เรื่องของการกินอิ่ม หรือโภชนาการเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงถึงความทรงจำ บางเมนูเป็นอาหารเฉพาะถิ่น บ้างเป็นอาหารงานบุญเชื่อมโยงกับประเพณี ซึ่งสะท้อนตัวตนและรากเหง้าทางวัฒนธรรมได้อย่างถึงรสถึงชาติ
อาหารไทยจึงเป็น Comfort Food ที่เรากินเมื่อไรก็อุ่นใจ สบายใจ เป็นรสที่คุ้นเคย แม้หลายคนอาจสงสัยว่า อาหารไทยเป็นอาหารสุขภาพไหม? ในเมื่อมีทั้งเมนูทอด กะทิ แท้จริงแล้วอาหารไทยกินเพื่อดูแลสุขภาพได้ แค่รู้หลักการเลือกและจับคู่เมนูอาหารให้ได้โภชนาการ เป็นแนวกินเพื่อดูแลสุขภาพที่ยั่งยืนและเข้ากับวิถีชีวิตของคนไทย
เคล็ดลับจับคู่เมนูมื้อสุขภาพ : แนวทางการรับประทานเพื่อสุขภาพอย่างยั่งยืน
อาหารไทยบางเมนูอาจไม่ได้มีโภชนาการครบ แต่คนไทยเรากินข้าวเป็นสำรับมาแต่ไหนแต่ไร ไม่เพียงแต่จับคู่รสชาติให้อร่อยครบรส ยังมีการจัดสำรับอาหารให้มีโภชนาการครบถ้วน มีผักน้ำพริกเป็นพื้นฐานสำรับ มีแกง ต้ม ทอด ยำ ฯลฯ หลากหลายและกินได้ทั้งครอบครัว แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป การกินข้าวเป็นสำรับแบบครอบครัวใหญ่เหมือนแต่ก่อนมีไม่มาก ครอบครัวเล็กลง จะกินข้าวให้โภชนาการครบเลยทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ถ้ารู้หลักการจับคู่เมนูกับข้าวแค่ 2-3 อย่างก็จัดให้โภชนาการครบได้ ไม่ว่ามื้อนั้นจะกินเป็นสำรับ ข้าวราดแกง อาหารจานเดียว หรือบุฟเฟ่ต์ก็ตาม
หลักการง่ายๆ คือจัดให้อาหาร 1 มื้อ มีครบ 5 หมู่ ได้แก่ ข้าว แป้ง เนื้อสัตว์หรือแหล่งโปรตีน ผัก ผลไม้ ไขมันและเครื่องปรุงรสในปริมาณที่เหมาะสม
-
บาลานซ์ไขมัน: เมนูที่มีไขมันยังกินได้ แต่ควรระวังไม่ให้ทั้งมื้อมีไขมันสูงเกินไป อีกทั้งความถี่ในการกินอาหารไขมันสูงต้องไม่บ่อยเกิน จับคู่เมนูที่มีไขมันสูง เช่น แกงกะทิ ของทอด หมูสามชั้น กับเมนูที่มีไขมันต่ำ เช่น ยำรวมมิตร ปลานึ่ง น้ำพริกตาแดง เป็นต้น เพื่อบาลานซ์ให้ได้รับไขมันไม่มากเกินไปในแต่ละมื้อ
-
เติมกากใยให้มื้อโปรตีน: แม้ว่าเมนูหลักที่เราเลือกจะไม่มีผักเป็นส่วนประกอบก็ไม่ใช่ปัญหา แค่เพิ่มเมนูข้างเคียงที่ช่วยเติมกากใยให้มื้ออาหาร เท่านี้ก็ได้อร่อยกับจานหลัก และสมดุลสุขภาพไปพร้อมกัน จับคู่เมนูที่ใช้เนื้อสัตว์เป็นหลัก เช่น ปลาทอด หมูกระเทียม ไก่ย่าง กับเมนูที่มีผักมาก เช่น แกงส้ม ผัดผักรวมมิตร ส้มตำ
-
เสริมโปรตีนให้มื้อผัก: คนที่กินเจ กินมังสวิรัติ หรือชอบกินผักเป็นหลัก หากไม่ได้รับโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ให้เพิ่มโปรตีนจากพืช เช่น ต้มจับฉ่าย กะหล่ำปลีตุ๋น ควรเสริมด้วยเมนูให้โปรตีน เช่น โปรตีนเกษตร เต้าหู้หรือโปรตีนกลุ่ม Plant-based
-
ต้านโซเดียมด้วยโพแทสเซียม: อาหารไทยบางเมนูอาจเลี่ยงรสจัดจ้านไม่ได้ จับคู่เมนูรสจัด โซเดียมสูง เช่น แกงไตปลา ปลาร้า น้ำพริก กับผักหลากสี ซึ่งมีโพแทสเซียมสูง มีส่วนช่วยในการขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย อีกทั้งให้ลดการซดน้ำซุป น้ำแกง และดื่มน้ำให้เพียงพอก็ช่วยให้ร่างกายขับโซเดียมได้ดีขึ้น สำรับอาหารไทยมีการจับคู่เมนูที่ช่วยให้ร่างกายขับโซเดียมอยู่หลายเมนู เช่น น้ำพริกที่มีรสจัด ต้องกินคู่กับผักสดและผักลวกหลายชนิด หรือกินแกงไตปลาก็ต้องมีผักเหนาะ (ผักเคียง) ที่ช่วยดับรสเผ็ดร้อนและขับโซเดียมไปพร้อมกัน
ท้ายที่สุดแล้ว อาหารสุขภาพไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารที่ฝืนกิน จืดชืด หรือถูกจำกัดรสชาติเสมอไป คุณยังกินอาหารจานโปรดให้อร่อย และมีสุขภาพดีไปพร้อมกันได้ เพียงแค่ประยุกต์ใช้ศิลปะการจัดสำรับอาหารไทยและ "หลักการจับคู่เมนู" ให้สมดุล บาลานซ์สัดส่วนโภชนาการในแต่ละมื้อให้พอดี เท่านี้ก็มีความสุขกับรสชาติที่คุ้นเคย พร้อมดูแลสุขภาพในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน
ที่มา
กินแบบไทยๆ อร่อยชุบชูใจ แค่รู้เคล็ดลับจับคู่เมนูให้ได้มื้อสุขภาพ
กินแบบไทยๆ อร่อยชุบชูใจ แค่รู้เคล็ดลับจับคู่เมนูให้ได้มื้อสุขภาพ
อาหารไทยเป็น Comfort Food ชุบชูใจและเชื่อมโยงกับความทรงจำ ทั้งยังช่วยให้เราดูแลสุขภาพได้ง่ายๆ ด้วยหลักการจับคู่เมนูอาหารตามวิถีการกินแบบไทยที่กินข้าวเป็นสำรับ เพื่อให้ได้โภชนาการที่สมดุล ครบถ้วนในทุกมื้อ โดยไม่ต้องฝืนปรุงจืด ทำให้การกินเป็นเรื่องง่าย ทำได้ทุกวัน และเข้ากับวิถีชีวิตของคนไทย
ไข่พะโล้ แกงส้ม แกงอ่อม ไข่เจียว
อาหารที่คุ้นเคยสักจานพาเราหวนนึกถึงความทรงจำวัยเด็กที่ผูกไว้กับประสบการณ์ ผู้คน บรรยากาศ หรือโมเมนต์ที่เกิดขึ้นตอนล้อมวงกินข้าวในครอบครัวได้ทันทีที่ลิ้มรสและกลิ่น เพราะอาหารไม่ใช่เรื่องของการกินอิ่ม หรือโภชนาการเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงถึงความทรงจำ บางเมนูเป็นอาหารเฉพาะถิ่น บ้างเป็นอาหารงานบุญเชื่อมโยงกับประเพณี ซึ่งสะท้อนตัวตนและรากเหง้าทางวัฒนธรรมได้อย่างถึงรสถึงชาติ
อาหารไทยจึงเป็น Comfort Food ที่เรากินเมื่อไรก็อุ่นใจ สบายใจ เป็นรสที่คุ้นเคย แม้หลายคนอาจสงสัยว่า อาหารไทยเป็นอาหารสุขภาพไหม? ในเมื่อมีทั้งเมนูทอด กะทิ แท้จริงแล้วอาหารไทยกินเพื่อดูแลสุขภาพได้ แค่รู้หลักการเลือกและจับคู่เมนูอาหารให้ได้โภชนาการ เป็นแนวกินเพื่อดูแลสุขภาพที่ยั่งยืนและเข้ากับวิถีชีวิตของคนไทย
เคล็ดลับจับคู่เมนูมื้อสุขภาพ : แนวทางการรับประทานเพื่อสุขภาพอย่างยั่งยืน
อาหารไทยบางเมนูอาจไม่ได้มีโภชนาการครบ แต่คนไทยเรากินข้าวเป็นสำรับมาแต่ไหนแต่ไร ไม่เพียงแต่จับคู่รสชาติให้อร่อยครบรส ยังมีการจัดสำรับอาหารให้มีโภชนาการครบถ้วน มีผักน้ำพริกเป็นพื้นฐานสำรับ มีแกง ต้ม ทอด ยำ ฯลฯ หลากหลายและกินได้ทั้งครอบครัว แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป การกินข้าวเป็นสำรับแบบครอบครัวใหญ่เหมือนแต่ก่อนมีไม่มาก ครอบครัวเล็กลง จะกินข้าวให้โภชนาการครบเลยทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ถ้ารู้หลักการจับคู่เมนูกับข้าวแค่ 2-3 อย่างก็จัดให้โภชนาการครบได้ ไม่ว่ามื้อนั้นจะกินเป็นสำรับ ข้าวราดแกง อาหารจานเดียว หรือบุฟเฟ่ต์ก็ตาม
หลักการง่ายๆ คือจัดให้อาหาร 1 มื้อ มีครบ 5 หมู่ ได้แก่ ข้าว แป้ง เนื้อสัตว์หรือแหล่งโปรตีน ผัก ผลไม้ ไขมันและเครื่องปรุงรสในปริมาณที่เหมาะสม
- บาลานซ์ไขมัน: เมนูที่มีไขมันยังกินได้ แต่ควรระวังไม่ให้ทั้งมื้อมีไขมันสูงเกินไป อีกทั้งความถี่ในการกินอาหารไขมันสูงต้องไม่บ่อยเกิน จับคู่เมนูที่มีไขมันสูง เช่น แกงกะทิ ของทอด หมูสามชั้น กับเมนูที่มีไขมันต่ำ เช่น ยำรวมมิตร ปลานึ่ง น้ำพริกตาแดง เป็นต้น เพื่อบาลานซ์ให้ได้รับไขมันไม่มากเกินไปในแต่ละมื้อ
- เติมกากใยให้มื้อโปรตีน: แม้ว่าเมนูหลักที่เราเลือกจะไม่มีผักเป็นส่วนประกอบก็ไม่ใช่ปัญหา แค่เพิ่มเมนูข้างเคียงที่ช่วยเติมกากใยให้มื้ออาหาร เท่านี้ก็ได้อร่อยกับจานหลัก และสมดุลสุขภาพไปพร้อมกัน จับคู่เมนูที่ใช้เนื้อสัตว์เป็นหลัก เช่น ปลาทอด หมูกระเทียม ไก่ย่าง กับเมนูที่มีผักมาก เช่น แกงส้ม ผัดผักรวมมิตร ส้มตำ
- เสริมโปรตีนให้มื้อผัก: คนที่กินเจ กินมังสวิรัติ หรือชอบกินผักเป็นหลัก หากไม่ได้รับโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ให้เพิ่มโปรตีนจากพืช เช่น ต้มจับฉ่าย กะหล่ำปลีตุ๋น ควรเสริมด้วยเมนูให้โปรตีน เช่น โปรตีนเกษตร เต้าหู้หรือโปรตีนกลุ่ม Plant-based
- ต้านโซเดียมด้วยโพแทสเซียม: อาหารไทยบางเมนูอาจเลี่ยงรสจัดจ้านไม่ได้ จับคู่เมนูรสจัด โซเดียมสูง เช่น แกงไตปลา ปลาร้า น้ำพริก กับผักหลากสี ซึ่งมีโพแทสเซียมสูง มีส่วนช่วยในการขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย อีกทั้งให้ลดการซดน้ำซุป น้ำแกง และดื่มน้ำให้เพียงพอก็ช่วยให้ร่างกายขับโซเดียมได้ดีขึ้น สำรับอาหารไทยมีการจับคู่เมนูที่ช่วยให้ร่างกายขับโซเดียมอยู่หลายเมนู เช่น น้ำพริกที่มีรสจัด ต้องกินคู่กับผักสดและผักลวกหลายชนิด หรือกินแกงไตปลาก็ต้องมีผักเหนาะ (ผักเคียง) ที่ช่วยดับรสเผ็ดร้อนและขับโซเดียมไปพร้อมกัน
ท้ายที่สุดแล้ว อาหารสุขภาพไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารที่ฝืนกิน จืดชืด หรือถูกจำกัดรสชาติเสมอไป คุณยังกินอาหารจานโปรดให้อร่อย และมีสุขภาพดีไปพร้อมกันได้ เพียงแค่ประยุกต์ใช้ศิลปะการจัดสำรับอาหารไทยและ "หลักการจับคู่เมนู" ให้สมดุล บาลานซ์สัดส่วนโภชนาการในแต่ละมื้อให้พอดี เท่านี้ก็มีความสุขกับรสชาติที่คุ้นเคย พร้อมดูแลสุขภาพในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน
ที่มา