หลังจากที่ผมเคยมาเล่าเรื่องที่ถูกแฟนบอกเลิกไปก่อนหน้านี้ ตอนนี้ผมได้รู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายมากขึ้นแล้ว เลยอยากมาอัปเดตเรื่องราวเพิ่มเติม รวมถึงขอระบายสิ่งที่ยังค้างคาอยู่ในใจครับ
1. สิ่งที่แฟนเก่าบอกกับผมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเรา
เขาบอกว่าเขาเบื่อที่จะต้องพูดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ กับผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะพูดไปหลายครั้งแล้ว เขามองว่าเราต่างก็ Toxic ใส่กัน คนหนึ่งบั่นทอนจิตใจ ส่วนอีกคนก็ไม่อยากตอบ และเขาบอกความรักที่มีมันดีแต่เขายังมองว่าผมไม่มีอนาคต อนาคตของเขามองไม่เห็นเราด้วย
นี่คือสิ่งที่เขาคิดเกี่ยวกับผมและความสัมพันธ์ของเรา ซึ่งผมก็รับฟังและพยายามทำความเข้าใจครับ
ผมยอมรับว่าตัวเองมีส่วนผิดจริง ๆ มีหลายเรื่องที่เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เขาเคยพูดและเตือนผมซ้ำหลายครั้งแล้ว ผมกลับยังทำให้เขารู้สึกไม่ดี ทั้งเรื่องการใช้ชีวิต การทำงาน และความสัมพันธ์ ผมยอมรับว่าผมควรปรับปรุงตัวให้ดีกว่านี้
2. เรื่องความเป็น Toxic ที่ผมยอมรับว่าตัวเองก็มีส่วนทำให้เกิดขึ้น
หลังจากแฟนย้ายไปทำงานที่หัวหิน ผมรู้สึกว่าเขาแทบไม่มีเวลาให้ผมเหมือนเมื่อก่อน ตอนแรกผมน้อยใจมาก เพราะจากคนที่เคยทักหา โทรหา และใส่ใจผมตลอด กลายเป็นคนที่แทบไม่ติดต่อมาก่อนเลย
ผมยอมรับว่าบางครั้งผมเคยทักหาและโทรหาเขารัว ๆ หลังเลิกงาน เพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่ตอบผม แต่ผมไม่เคยทักหรือโทรหาเขาตอนทำงาน ยกเว้นจะมีเรื่องสำคัญจริง ๆ
ช่วงแรกผมพยายามถามหาเหตุผลและขอคุยกันดี ๆ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการไม่ตอบ ไม่อ่านแชต หรือไม่รับสาย ขณะที่ผมเห็นว่าเขายังพูดคุยกับเพื่อน ๆ ได้ตามปกติ พอได้คุยกัน เขาก็ดูเหมือนไม่อยากตอบ และเคยบอกว่าผมยุ่งกับเขามากเกินไป
ผมจึงยิ่งน้อยใจและเริ่มถามมากขึ้น จนสุดท้ายก็กลายเป็นปัญหาระหว่างเราทั้งคู่
ผมไม่ได้บอกว่าตัวเองถูกนะครับ เพราะตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าการที่ผมถามจี้ โทรตาม หรือแสดงความน้อยใจซ้ำ ๆ อาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดและถูกกดดันได้จริง ผมยอมรับว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมต้องเรียนรู้และปรับปรุง
แต่ในช่วงประมาณหนึ่งเดือนก่อนที่เขาจะบอกเลิก ผมพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว ผมไม่บั่นทอนจิตใจ ไม่ต่อว่า และไม่ถามเรื่องเดิม ๆ อีก พยายามคุยกับเขาตามปกติ ถามว่าวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง ทำงานเหนื่อยไหม มีอะไรขาดเหลือหรือเปล่า ถ้าต้องการอะไรผมจะได้ซื้อไปให้
แต่คำตอบที่ได้รับส่วนใหญ่ก็ยังเป็นการปฏิเสธ หรือแทบไม่มีการพูดคุยต่อกันเลย
ผมจึงไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของเรามาถึงจุดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ และไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมพยายามปรับปรุงไปนั้นยังมีความหมายกับเขาอยู่บ้างหรือเปล่า
3. เรื่องที่เขาบอกว่าผมไม่มีอนาคต
เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ผมเสียใจและคาใจมากครับ เพราะผมรู้สึกว่าเขาอาจมองผมแบบนั้นมานานแล้ว โดยไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของผมในช่วงหลัง
ผมยอมรับว่าช่วงแรกหลังจากเขาย้ายงานไป เราเคยทะเลาะกันเรื่องเงิน เพราะผมยังเรียนอยู่และยังไม่สามารถช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายได้มากเท่าที่ควร
แต่หลังจากนั้น ผมก็พยายามพัฒนาตัวเองมาตลอด ผมเรียนเสริม เรียนนอกเวลา และหางานทำในวันที่ไม่มีเรียน เพื่อหารายได้และช่วยเหลือค่าใช้จ่ายภายในบ้านให้ได้มากขึ้น
จากเดิมที่ผมยังไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้เต็มที่ ตอนนี้ผมมีเงินพอที่จะจ่ายค่าน้ำค่าไฟเองได้แล้ว ผมยังพยายามประหยัดค่าไฟภายในบ้าน จากเดิมที่ค่าไฟอยู่ประมาณ 1,200–1,700 บาทต่อเดือน ตอนนี้ลดลงมาเหลือประมาณ 700–900 บาท
นอกจากนี้ ผมยังพยายามดูแลตัวเองมากขึ้นด้วย แฟนเคยบอกว่าชอบคนผอม ผมจึงตั้งใจลดน้ำหนักจาก 87 กิโลกรัม ปัจจุบันเหลือ 79 กิโลกรัม
ผมยังวางแผนเก็บเงินออมเพื่อซื้อของขวัญให้เขาในโอกาสพิเศษและวันเกิดปีหน้าอยู่เลย เพราะตอนนั้นผมยังคิดว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันต่อไป
ผมเคยพูดกับเขาอยู่เสมอว่าผมกำลังเปลี่ยนแปลงตัวเอง ชีวิตของผมกำลังดีขึ้น และขอให้รอผมเรียนจบอีกนิดเดียว เพราะอีกไม่ถึงปีก็จะจบปี 4 แล้ว ผมหวังว่าหลังจากเรียนจบ ผมจะสามารถทำงานและดูแลตัวเอง รวมถึงช่วยแบ่งเบาภาระของเขาได้มากกว่าเดิม
ผมไม่ได้บอกว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้ว แต่ผมรู้ว่าผมกำลังพยายามก้าวไปข้างหน้า และผมก็อยากให้เขาเห็นความพยายามเหล่านั้นบ้าง
4. สิ่งที่ทำให้ผมน้อยใจมากที่สุด คือการเปรียบเทียบตัวเองกับแฟนเก่าของเขา
มีเรื่องหนึ่งที่ผมคิดมาตลอดตั้งแต่เริ่มคบกัน และยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเสียใจ
ตอนที่เขาเลิกกับแฟนเก่า เขาเคยเล่าให้ผมฟังว่าแฟนเก่าทำไม่ดีกับเขาหลายอย่าง แต่ตอนที่เขาคบกับผม ผมพยายามไม่ทำสิ่งเหล่านั้นกับเขาเลย
ผมไม่เคยคิดรังเกียจเขา แม้จะรู้ว่าเขาเคยผ่านความรักและความสัมพันธ์กับผู้ชายมาหลายคน ผมไม่เคยคิดจะทิ้งเขาเพียงเพราะอดีตของเขา และไม่เคยหมดกำลังใจที่จะอยู่ข้าง ๆ เขาในวันที่เขาลำบากหรือขัดสน
ผมพร้อมจะเคียงข้างเขาเสมอ เพราะผมรักเขาในแบบที่เขาเป็น และอยากสร้างอนาคตไปด้วยกัน
แต่สิ่งที่ผมยังคาใจคือ ตอนที่เขาเลิกกับแฟนเก่าใหม่ ๆ เขายังเก็บรูปภาพและความทรงจำต่าง ๆ ของแฟนเก่าเอาไว้เต็มเฟซบุ๊กและในโทรศัพท์ แม้กระทั่งตอนที่คบกับผมแล้ว ผมยังต้องขออนุญาตให้เขาลบหรือทิ้งรูปเหล่านั้นด้วยซ้ำ
แต่พอถึงวันที่เขาเลิกกับผม เขากลับลบรูปของเราออกจากเฟซบุ๊กอย่างรวดเร็ว และขนข้าวของออกไปโดยแทบไม่เหลืออะไรไว้ให้ผมเลย แม้แต่รูปถ่ายคู่กันเพียงใบเดียว ผมก็ไม่รู้ว่าเขาเอาไปไว้ที่ไหน
ผมรู้สึกเหมือนความทรงจำที่เรามีร่วมกันถูกลบออกไปอย่างง่ายดาย ทั้งที่สำหรับผม มันมีความหมายมากจริง ๆ
หากเปรียบเทียบกันแล้ว รูปของผมที่อยู่ในโทรศัพท์เขามีประมาณ 100–200 รูป ส่วนรูปของแฟนเก่ามีเป็นพันรูป รูปถ่ายที่ถ่ายด้วยกันของเรามีเพียงรูปเดียว แต่กับแฟนเก่ามีเป็นร้อยรูป
ผมรู้ว่าจำนวนรูปถ่ายไม่ได้เป็นเครื่องวัดความรักทั้งหมด แต่เมื่อมองย้อนกลับไป ผมก็อดน้อยใจไม่ได้ว่าทำไมความทรงจำของเราถึงดูมีน้อยเหลือเกิน เมื่อเทียบกับความสัมพันธ์ครั้งก่อนของเขา
5. สิ่งที่ผมยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บ คือการที่เขาปฏิบัติต่อผมแตกต่างจากแฟนเก่า
จากที่ผมเคยฟังเพื่อนสนิทของเขาเล่าให้ฟัง แฟนเก่าของเขาแม้จะทำงานและช่วยจ่ายค่าเช่าห้องครึ่งหนึ่ง แต่ค่าอาหารหลายมื้อเขาก็เป็นคนจ่ายให้ แฟนเก่ายังเคยให้เขาช่วยซื้อรถและผ่อนโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ให้ด้วย
แม้แฟนเก่าจะทำผิดหลายอย่าง รวมถึงเรื่องที่ภายหลังจับได้ว่าแอบมีคนอื่นมาระยะหนึ่งแล้ว เขาก็ยังเคยให้โอกาสและพยายามประคับประคองความสัมพันธ์ต่อไป
ผมยังได้ยินมาว่าแฟนเก่าของเขาเคยทำงานที่เขามองว่าไม่มีอนาคต แม้จะมีการทะเลาะกันและมีปัญหาถึงขั้นใช้กำลังกัน แต่เขาก็ยังเคยให้โอกาสอีกฝ่าย
ผมไม่ได้ต้องการกล่าวโทษแฟนเก่าของเขา และเรื่องที่ผมรับรู้บางส่วนก็เป็นข้อมูลที่ได้ยินมาจากคนอื่น แต่เมื่อผมนำมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่ตัวเองเจอ ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมความสัมพันธ์ของเราถึงแตกต่างกันมากขนาดนี้
ผมกับแฟนเก่าของเขามีอายุเท่ากัน และต่างก็เคยอยู่ในช่วงเรียนเหมือนกัน แต่ในกรณีของผม เมื่อผมปฏิเสธงานเพียงวันเดียวเพราะติดเรียนและต้องส่งงานอาจารย์ แม้ผมจะใช้คำพูดกวนประสาทจนทำให้เขาไม่พอใจ ผมก็ขอโทษเขาทันทีและพยายามปรับปรุงตัว
เรื่องการท่องเที่ยวก็เช่นกัน ผมรู้สึกดีใจและขอบคุณเขาทุกครั้งที่พาไปเที่ยว แม้จะเป็นการเที่ยวเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้หรูหราอะไรมากมายก็ตาม เพราะสำหรับผม แค่ได้ใช้เวลาด้วยกันก็มีความสุขแล้ว
ผมเข้าใจว่าช่วงที่เราคบกันเป็นช่วงที่เขากำลังประสบปัญหาทางการเงิน และอาจยังไม่พร้อมใช้จ่ายเหมือนตอนที่คบกับแฟนเก่า ผมจึงไม่เคยเรียกร้องให้เขาพาไปเที่ยวแพง ๆ หรือซื้อของราคาแพงให้
แต่เมื่อผมย้อนกลับไปดูความสัมพันธ์ครั้งก่อนของเขา ซึ่งมีทั้งการพาไปเที่ยวหลายที่ การกินอาหารดี ๆ และรูปถ่ายร่วมกันมากมาย ผมก็อดน้อยใจไม่ได้ว่า ทำไมกับคนที่เคยทำผิดร้ายแรง เขาถึงยังให้โอกาสได้มากขนาดนั้น แต่กับผมที่พยายามปรับปรุงตัว กลับไม่มีโอกาสให้เราได้พูดคุยหรือแก้ไขความสัมพันธ์กันอีกเลย
ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองดีกว่าแฟนเก่าของเขา และผมก็รู้ว่าผมมีข้อผิดพลาดของตัวเอง เพียงแต่ผมเสียใจที่รู้สึกเหมือนความพยายามทั้งหมดของผมไม่เคยมีความหมายมากพอสำหรับเขา
6. สิ่งที่ผมต้องการจากเขาจริง ๆ ไม่ได้มากมายอย่างที่คิด
บอกก่อนเลยว่าแฟนผมติดมือถือมากพกติดตัวตลอด เวลาว่างเขาจะหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเสมอ และคุยเรื่องงาน และตามตรงเลย ฉันไม่ชอบจุดนี้ตรงที่เวลาคบกันอยู่ด้วยกันเขาก็ยังคงเล่นตลอด ตอนมีไรกันบางทียังเล่นเลย มันเลยทำให้ฉันคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ ที่ฉันทักไปโทรไปเขาจะไม่เห็น บางครั้งที่โทรไปเวลางาน คือโทรไปเรื่องสำคัญเกี่ยวกับกระต่ายของเขา(เขารักกระต่ายมาก) เขาไม่รับสายจนวันนั้นผมต้องแก้ปัญหาให้เองแม้จะไม่ค่อยเชี่ยวชาญ เรื่องนี้ผมไม่บอกแฟนเพราะไม่อยากให้เขากังวลเรื่องนี้
สิ่งที่ผมต้องการมาตลอด คือความใส่ใจและการสื่อสารกันบ้าง ผมอยากให้เขาบอกผมบ้างว่าไปไหน อยู่ที่ไหน หรือไปกับใคร ไม่ใช่เพราะผมต้องการควบคุมชีวิตเขา แต่เพราะผมเป็นห่วงและอยากรู้ว่าเขาปลอดภัยดีหรือไม่
ผมไม่เคยห้ามเขาออกไปเที่ยวกับเพื่อน ไม่เคยบอกว่าเขาห้ามไปไหน หรือห้ามคุยกับใคร ผมเพียงแค่อยากให้เราพูดคุยกันได้อย่างสบายใจ และไม่ต้องปล่อยให้อีกฝ่ายกังวลอยู่คนเดียว
แต่สิ่งที่ผมขอ ผมกลับรู้สึกว่าเขาไม่สามารถทำให้ผมได้
ผมเข้าใจว่าทุกคนมีงาน มีหน้าที่ มีสังคม และมีชีวิตส่วนตัว ผมไม่ได้คาดหวังให้เขาต้องอยู่กับผมตลอด 24 ชั่วโมง แต่ผมก็อยากรู้สึกบ้างว่าผมยังเป็นคนสำคัญในชีวิตของเขาอยู่
ผมไม่รู้ว่าความต้องการของผมมากเกินไปหรือเปล่า หรือเป็นเพราะวิธีที่ผมแสดงความรู้สึกออกไปทำให้อีกฝ่ายอึดอัด จนสิ่งที่ผมต้องการสื่อว่าเป็นความห่วงใย กลับกลายเป็นแรงกดดันสำหรับเขา
ผมยอมรับว่าตัวเองอาจมีส่วนทำให้เรื่องนี้แย่ลง และผมก็อยากเรียนรู้ว่าควรสื่อสารความรู้สึกอย่างไรให้ดีกว่านี้
ยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมอยากเล่า แต่ผมคิดว่าบางเรื่องควรเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างผมกับเขา เพราะถึงแม้เราจะเลิกกันแล้ว ผมก็ยังอยากให้เกียรติช่วงเวลาที่เราเคยมีร่วมกัน
สุดท้ายนี้ ผมอยากขอความคิดเห็นจากทุกคนครับ
ผมอยากรู้ว่าจากเรื่องที่ผมเล่ามาทั้งหมด ทุกคนมองว่าผมควรปรับปรุงตัวเองในเรื่องไหนบ้าง มีตรงไหนที่ผมอาจมองข้ามไป หรือมีพฤติกรรมอะไรที่ผมคิดว่าเป็นความรัก แต่กลับทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดหรือถูกบั่นทอนจิตใจ
ผมไม่ได้ต้องการให้ทุกคนเข้าข้างผม และไม่ได้ต้องการให้ใครไปต่อว่าหรือโจมตีแฟนเก่าของผม ผมเพียงแค่อยากได้มุมมองจากคนที่ไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์นี้ เพื่อให้ผมเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนมากขึ้น
ผมยอมรับว่าผมมีข้อผิดพลาด และพร้อมจะนำคำแนะนำไปปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การเรียน การทำงาน การเงิน หรือการใช้ชีวิต
ตอนนี้ผมยังเสียใจและยังมีคำถามมากมายที่ไม่มีคำตอบ แต่ผมก็อยากใช้เรื่องราวครั้งนี้เป็นบทเรียน เพื่อให้ตัวเองเติบโตขึ้นและไม่ทำผิดพลาดแบบเดิมอีก
ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาอ่านจนจบครับ ใครมีความคิดเห็นอย่างไรสามารถบอกผมได้ตรง ๆ เลย ผมพร้อมรับฟังครับ 😔💔🥀🥲
อัปเดตเรื่องความรักที่ผมเคยมาเล่าครับ อยากขอความคิดเห็นจากเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ใครจะตำหนิ ตักเตือน หรือแนะนำผมอย่างไรก็ได้ ผมพร้อมรับฟังและจะนำไปปรับปรุงตัวเองครับ
อัพเดท เรื่องความรักที่จากไปกระทันหัน
1. สิ่งที่แฟนเก่าบอกกับผมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเรา
เขาบอกว่าเขาเบื่อที่จะต้องพูดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ กับผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะพูดไปหลายครั้งแล้ว เขามองว่าเราต่างก็ Toxic ใส่กัน คนหนึ่งบั่นทอนจิตใจ ส่วนอีกคนก็ไม่อยากตอบ และเขาบอกความรักที่มีมันดีแต่เขายังมองว่าผมไม่มีอนาคต อนาคตของเขามองไม่เห็นเราด้วย
นี่คือสิ่งที่เขาคิดเกี่ยวกับผมและความสัมพันธ์ของเรา ซึ่งผมก็รับฟังและพยายามทำความเข้าใจครับ
ผมยอมรับว่าตัวเองมีส่วนผิดจริง ๆ มีหลายเรื่องที่เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เขาเคยพูดและเตือนผมซ้ำหลายครั้งแล้ว ผมกลับยังทำให้เขารู้สึกไม่ดี ทั้งเรื่องการใช้ชีวิต การทำงาน และความสัมพันธ์ ผมยอมรับว่าผมควรปรับปรุงตัวให้ดีกว่านี้
2. เรื่องความเป็น Toxic ที่ผมยอมรับว่าตัวเองก็มีส่วนทำให้เกิดขึ้น
หลังจากแฟนย้ายไปทำงานที่หัวหิน ผมรู้สึกว่าเขาแทบไม่มีเวลาให้ผมเหมือนเมื่อก่อน ตอนแรกผมน้อยใจมาก เพราะจากคนที่เคยทักหา โทรหา และใส่ใจผมตลอด กลายเป็นคนที่แทบไม่ติดต่อมาก่อนเลย
ผมยอมรับว่าบางครั้งผมเคยทักหาและโทรหาเขารัว ๆ หลังเลิกงาน เพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่ตอบผม แต่ผมไม่เคยทักหรือโทรหาเขาตอนทำงาน ยกเว้นจะมีเรื่องสำคัญจริง ๆ
ช่วงแรกผมพยายามถามหาเหตุผลและขอคุยกันดี ๆ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการไม่ตอบ ไม่อ่านแชต หรือไม่รับสาย ขณะที่ผมเห็นว่าเขายังพูดคุยกับเพื่อน ๆ ได้ตามปกติ พอได้คุยกัน เขาก็ดูเหมือนไม่อยากตอบ และเคยบอกว่าผมยุ่งกับเขามากเกินไป
ผมจึงยิ่งน้อยใจและเริ่มถามมากขึ้น จนสุดท้ายก็กลายเป็นปัญหาระหว่างเราทั้งคู่
ผมไม่ได้บอกว่าตัวเองถูกนะครับ เพราะตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าการที่ผมถามจี้ โทรตาม หรือแสดงความน้อยใจซ้ำ ๆ อาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดและถูกกดดันได้จริง ผมยอมรับว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมต้องเรียนรู้และปรับปรุง
แต่ในช่วงประมาณหนึ่งเดือนก่อนที่เขาจะบอกเลิก ผมพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว ผมไม่บั่นทอนจิตใจ ไม่ต่อว่า และไม่ถามเรื่องเดิม ๆ อีก พยายามคุยกับเขาตามปกติ ถามว่าวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง ทำงานเหนื่อยไหม มีอะไรขาดเหลือหรือเปล่า ถ้าต้องการอะไรผมจะได้ซื้อไปให้
แต่คำตอบที่ได้รับส่วนใหญ่ก็ยังเป็นการปฏิเสธ หรือแทบไม่มีการพูดคุยต่อกันเลย
ผมจึงไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของเรามาถึงจุดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ และไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมพยายามปรับปรุงไปนั้นยังมีความหมายกับเขาอยู่บ้างหรือเปล่า
3. เรื่องที่เขาบอกว่าผมไม่มีอนาคต
เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ผมเสียใจและคาใจมากครับ เพราะผมรู้สึกว่าเขาอาจมองผมแบบนั้นมานานแล้ว โดยไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของผมในช่วงหลัง
ผมยอมรับว่าช่วงแรกหลังจากเขาย้ายงานไป เราเคยทะเลาะกันเรื่องเงิน เพราะผมยังเรียนอยู่และยังไม่สามารถช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายได้มากเท่าที่ควร
แต่หลังจากนั้น ผมก็พยายามพัฒนาตัวเองมาตลอด ผมเรียนเสริม เรียนนอกเวลา และหางานทำในวันที่ไม่มีเรียน เพื่อหารายได้และช่วยเหลือค่าใช้จ่ายภายในบ้านให้ได้มากขึ้น
จากเดิมที่ผมยังไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้เต็มที่ ตอนนี้ผมมีเงินพอที่จะจ่ายค่าน้ำค่าไฟเองได้แล้ว ผมยังพยายามประหยัดค่าไฟภายในบ้าน จากเดิมที่ค่าไฟอยู่ประมาณ 1,200–1,700 บาทต่อเดือน ตอนนี้ลดลงมาเหลือประมาณ 700–900 บาท
นอกจากนี้ ผมยังพยายามดูแลตัวเองมากขึ้นด้วย แฟนเคยบอกว่าชอบคนผอม ผมจึงตั้งใจลดน้ำหนักจาก 87 กิโลกรัม ปัจจุบันเหลือ 79 กิโลกรัม
ผมยังวางแผนเก็บเงินออมเพื่อซื้อของขวัญให้เขาในโอกาสพิเศษและวันเกิดปีหน้าอยู่เลย เพราะตอนนั้นผมยังคิดว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันต่อไป
ผมเคยพูดกับเขาอยู่เสมอว่าผมกำลังเปลี่ยนแปลงตัวเอง ชีวิตของผมกำลังดีขึ้น และขอให้รอผมเรียนจบอีกนิดเดียว เพราะอีกไม่ถึงปีก็จะจบปี 4 แล้ว ผมหวังว่าหลังจากเรียนจบ ผมจะสามารถทำงานและดูแลตัวเอง รวมถึงช่วยแบ่งเบาภาระของเขาได้มากกว่าเดิม
ผมไม่ได้บอกว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้ว แต่ผมรู้ว่าผมกำลังพยายามก้าวไปข้างหน้า และผมก็อยากให้เขาเห็นความพยายามเหล่านั้นบ้าง
4. สิ่งที่ทำให้ผมน้อยใจมากที่สุด คือการเปรียบเทียบตัวเองกับแฟนเก่าของเขา
มีเรื่องหนึ่งที่ผมคิดมาตลอดตั้งแต่เริ่มคบกัน และยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเสียใจ
ตอนที่เขาเลิกกับแฟนเก่า เขาเคยเล่าให้ผมฟังว่าแฟนเก่าทำไม่ดีกับเขาหลายอย่าง แต่ตอนที่เขาคบกับผม ผมพยายามไม่ทำสิ่งเหล่านั้นกับเขาเลย
ผมไม่เคยคิดรังเกียจเขา แม้จะรู้ว่าเขาเคยผ่านความรักและความสัมพันธ์กับผู้ชายมาหลายคน ผมไม่เคยคิดจะทิ้งเขาเพียงเพราะอดีตของเขา และไม่เคยหมดกำลังใจที่จะอยู่ข้าง ๆ เขาในวันที่เขาลำบากหรือขัดสน
ผมพร้อมจะเคียงข้างเขาเสมอ เพราะผมรักเขาในแบบที่เขาเป็น และอยากสร้างอนาคตไปด้วยกัน
แต่สิ่งที่ผมยังคาใจคือ ตอนที่เขาเลิกกับแฟนเก่าใหม่ ๆ เขายังเก็บรูปภาพและความทรงจำต่าง ๆ ของแฟนเก่าเอาไว้เต็มเฟซบุ๊กและในโทรศัพท์ แม้กระทั่งตอนที่คบกับผมแล้ว ผมยังต้องขออนุญาตให้เขาลบหรือทิ้งรูปเหล่านั้นด้วยซ้ำ
แต่พอถึงวันที่เขาเลิกกับผม เขากลับลบรูปของเราออกจากเฟซบุ๊กอย่างรวดเร็ว และขนข้าวของออกไปโดยแทบไม่เหลืออะไรไว้ให้ผมเลย แม้แต่รูปถ่ายคู่กันเพียงใบเดียว ผมก็ไม่รู้ว่าเขาเอาไปไว้ที่ไหน
ผมรู้สึกเหมือนความทรงจำที่เรามีร่วมกันถูกลบออกไปอย่างง่ายดาย ทั้งที่สำหรับผม มันมีความหมายมากจริง ๆ
หากเปรียบเทียบกันแล้ว รูปของผมที่อยู่ในโทรศัพท์เขามีประมาณ 100–200 รูป ส่วนรูปของแฟนเก่ามีเป็นพันรูป รูปถ่ายที่ถ่ายด้วยกันของเรามีเพียงรูปเดียว แต่กับแฟนเก่ามีเป็นร้อยรูป
ผมรู้ว่าจำนวนรูปถ่ายไม่ได้เป็นเครื่องวัดความรักทั้งหมด แต่เมื่อมองย้อนกลับไป ผมก็อดน้อยใจไม่ได้ว่าทำไมความทรงจำของเราถึงดูมีน้อยเหลือเกิน เมื่อเทียบกับความสัมพันธ์ครั้งก่อนของเขา
5. สิ่งที่ผมยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บ คือการที่เขาปฏิบัติต่อผมแตกต่างจากแฟนเก่า
จากที่ผมเคยฟังเพื่อนสนิทของเขาเล่าให้ฟัง แฟนเก่าของเขาแม้จะทำงานและช่วยจ่ายค่าเช่าห้องครึ่งหนึ่ง แต่ค่าอาหารหลายมื้อเขาก็เป็นคนจ่ายให้ แฟนเก่ายังเคยให้เขาช่วยซื้อรถและผ่อนโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ให้ด้วย
แม้แฟนเก่าจะทำผิดหลายอย่าง รวมถึงเรื่องที่ภายหลังจับได้ว่าแอบมีคนอื่นมาระยะหนึ่งแล้ว เขาก็ยังเคยให้โอกาสและพยายามประคับประคองความสัมพันธ์ต่อไป
ผมยังได้ยินมาว่าแฟนเก่าของเขาเคยทำงานที่เขามองว่าไม่มีอนาคต แม้จะมีการทะเลาะกันและมีปัญหาถึงขั้นใช้กำลังกัน แต่เขาก็ยังเคยให้โอกาสอีกฝ่าย
ผมไม่ได้ต้องการกล่าวโทษแฟนเก่าของเขา และเรื่องที่ผมรับรู้บางส่วนก็เป็นข้อมูลที่ได้ยินมาจากคนอื่น แต่เมื่อผมนำมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่ตัวเองเจอ ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมความสัมพันธ์ของเราถึงแตกต่างกันมากขนาดนี้
ผมกับแฟนเก่าของเขามีอายุเท่ากัน และต่างก็เคยอยู่ในช่วงเรียนเหมือนกัน แต่ในกรณีของผม เมื่อผมปฏิเสธงานเพียงวันเดียวเพราะติดเรียนและต้องส่งงานอาจารย์ แม้ผมจะใช้คำพูดกวนประสาทจนทำให้เขาไม่พอใจ ผมก็ขอโทษเขาทันทีและพยายามปรับปรุงตัว
เรื่องการท่องเที่ยวก็เช่นกัน ผมรู้สึกดีใจและขอบคุณเขาทุกครั้งที่พาไปเที่ยว แม้จะเป็นการเที่ยวเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้หรูหราอะไรมากมายก็ตาม เพราะสำหรับผม แค่ได้ใช้เวลาด้วยกันก็มีความสุขแล้ว
ผมเข้าใจว่าช่วงที่เราคบกันเป็นช่วงที่เขากำลังประสบปัญหาทางการเงิน และอาจยังไม่พร้อมใช้จ่ายเหมือนตอนที่คบกับแฟนเก่า ผมจึงไม่เคยเรียกร้องให้เขาพาไปเที่ยวแพง ๆ หรือซื้อของราคาแพงให้
แต่เมื่อผมย้อนกลับไปดูความสัมพันธ์ครั้งก่อนของเขา ซึ่งมีทั้งการพาไปเที่ยวหลายที่ การกินอาหารดี ๆ และรูปถ่ายร่วมกันมากมาย ผมก็อดน้อยใจไม่ได้ว่า ทำไมกับคนที่เคยทำผิดร้ายแรง เขาถึงยังให้โอกาสได้มากขนาดนั้น แต่กับผมที่พยายามปรับปรุงตัว กลับไม่มีโอกาสให้เราได้พูดคุยหรือแก้ไขความสัมพันธ์กันอีกเลย
ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองดีกว่าแฟนเก่าของเขา และผมก็รู้ว่าผมมีข้อผิดพลาดของตัวเอง เพียงแต่ผมเสียใจที่รู้สึกเหมือนความพยายามทั้งหมดของผมไม่เคยมีความหมายมากพอสำหรับเขา
6. สิ่งที่ผมต้องการจากเขาจริง ๆ ไม่ได้มากมายอย่างที่คิด
บอกก่อนเลยว่าแฟนผมติดมือถือมากพกติดตัวตลอด เวลาว่างเขาจะหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเสมอ และคุยเรื่องงาน และตามตรงเลย ฉันไม่ชอบจุดนี้ตรงที่เวลาคบกันอยู่ด้วยกันเขาก็ยังคงเล่นตลอด ตอนมีไรกันบางทียังเล่นเลย มันเลยทำให้ฉันคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ ที่ฉันทักไปโทรไปเขาจะไม่เห็น บางครั้งที่โทรไปเวลางาน คือโทรไปเรื่องสำคัญเกี่ยวกับกระต่ายของเขา(เขารักกระต่ายมาก) เขาไม่รับสายจนวันนั้นผมต้องแก้ปัญหาให้เองแม้จะไม่ค่อยเชี่ยวชาญ เรื่องนี้ผมไม่บอกแฟนเพราะไม่อยากให้เขากังวลเรื่องนี้
สิ่งที่ผมต้องการมาตลอด คือความใส่ใจและการสื่อสารกันบ้าง ผมอยากให้เขาบอกผมบ้างว่าไปไหน อยู่ที่ไหน หรือไปกับใคร ไม่ใช่เพราะผมต้องการควบคุมชีวิตเขา แต่เพราะผมเป็นห่วงและอยากรู้ว่าเขาปลอดภัยดีหรือไม่
ผมไม่เคยห้ามเขาออกไปเที่ยวกับเพื่อน ไม่เคยบอกว่าเขาห้ามไปไหน หรือห้ามคุยกับใคร ผมเพียงแค่อยากให้เราพูดคุยกันได้อย่างสบายใจ และไม่ต้องปล่อยให้อีกฝ่ายกังวลอยู่คนเดียว
แต่สิ่งที่ผมขอ ผมกลับรู้สึกว่าเขาไม่สามารถทำให้ผมได้
ผมเข้าใจว่าทุกคนมีงาน มีหน้าที่ มีสังคม และมีชีวิตส่วนตัว ผมไม่ได้คาดหวังให้เขาต้องอยู่กับผมตลอด 24 ชั่วโมง แต่ผมก็อยากรู้สึกบ้างว่าผมยังเป็นคนสำคัญในชีวิตของเขาอยู่
ผมไม่รู้ว่าความต้องการของผมมากเกินไปหรือเปล่า หรือเป็นเพราะวิธีที่ผมแสดงความรู้สึกออกไปทำให้อีกฝ่ายอึดอัด จนสิ่งที่ผมต้องการสื่อว่าเป็นความห่วงใย กลับกลายเป็นแรงกดดันสำหรับเขา
ผมยอมรับว่าตัวเองอาจมีส่วนทำให้เรื่องนี้แย่ลง และผมก็อยากเรียนรู้ว่าควรสื่อสารความรู้สึกอย่างไรให้ดีกว่านี้
ยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมอยากเล่า แต่ผมคิดว่าบางเรื่องควรเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างผมกับเขา เพราะถึงแม้เราจะเลิกกันแล้ว ผมก็ยังอยากให้เกียรติช่วงเวลาที่เราเคยมีร่วมกัน
สุดท้ายนี้ ผมอยากขอความคิดเห็นจากทุกคนครับ
ผมอยากรู้ว่าจากเรื่องที่ผมเล่ามาทั้งหมด ทุกคนมองว่าผมควรปรับปรุงตัวเองในเรื่องไหนบ้าง มีตรงไหนที่ผมอาจมองข้ามไป หรือมีพฤติกรรมอะไรที่ผมคิดว่าเป็นความรัก แต่กลับทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดหรือถูกบั่นทอนจิตใจ
ผมไม่ได้ต้องการให้ทุกคนเข้าข้างผม และไม่ได้ต้องการให้ใครไปต่อว่าหรือโจมตีแฟนเก่าของผม ผมเพียงแค่อยากได้มุมมองจากคนที่ไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์นี้ เพื่อให้ผมเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนมากขึ้น
ผมยอมรับว่าผมมีข้อผิดพลาด และพร้อมจะนำคำแนะนำไปปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การเรียน การทำงาน การเงิน หรือการใช้ชีวิต
ตอนนี้ผมยังเสียใจและยังมีคำถามมากมายที่ไม่มีคำตอบ แต่ผมก็อยากใช้เรื่องราวครั้งนี้เป็นบทเรียน เพื่อให้ตัวเองเติบโตขึ้นและไม่ทำผิดพลาดแบบเดิมอีก
ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาอ่านจนจบครับ ใครมีความคิดเห็นอย่างไรสามารถบอกผมได้ตรง ๆ เลย ผมพร้อมรับฟังครับ 😔💔🥀🥲
อัปเดตเรื่องความรักที่ผมเคยมาเล่าครับ อยากขอความคิดเห็นจากเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ใครจะตำหนิ ตักเตือน หรือแนะนำผมอย่างไรก็ได้ ผมพร้อมรับฟังและจะนำไปปรับปรุงตัวเองครับ