สวัสดีค่ะ
เรื่องราวของเราเป็นเรื่องความรักในวัยเรียน เป็นคนคุยกันได้ไม่ถึงเดือนแล้วคบกัน(ยังคบไม่ถึงเดือนเช่นกัน) ขอแทนนามสมมุติผู้ชายว่าA ตอนแรกความสัมพันธ์เป็นแค่เพื่อนกันปกติค่ะ แต่เราเริ่มสังเกตพฤติกรรมAช่วงเดือนก่อนเลยเอาไปปรึกษากับเพื่อน ผลสรุปก็คืออีกฝ่ายชอบเราจริง เราในตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมากกว่าเพื่อนเลยค่ะแต่ดันดสรุปคิดไปเองว่าชอบเหมือนกัน ตอนนั้นอะไรก็ดีไปหมด ซื้อของให้บ้าง ทักมาคุยบ้าง จนวันหนึ่งเลื่อนสถานะเป็นคนคุย อะไรที่เคยดีก็ไม่มีความรู้สึกดีเลยค่ะ อีกฝ่ายค่อยข้างเอาแต่ใจ เวลามีปัญหามักจะเงียบมากกว่าพูด ชอบคิดไปเอง และไม่ให้เกียรติความรู้สึกเราเลย กลับกันเป็นฝ่ายเราตลอดที่คอยทักหาและเริ่มเคลียร์ใจกันเสมอ มีปัญหาอะไรที่ไม่สบายใจเราจะเป็นฝ่ายชัดเจนก่อนตลอด เป็นฝ่ายง้อ เป็นฝ่ายโทรตามทั้งที่อีกฝ่ายไม่คิดจะรับ เรานั่งร้องไห้อยู่ข้างๆเขาก็ไม่เคยถาม จนเราเริ่มรู้สึกเอะใจว่าแบบนี้มันดีสำหรับเราแล้วหรอ แต่สุดท้ายก็กลับไปคืนดีแล้วคบกัน ตอนแรกที่เขาขอคบเรามีความลังเล ด้วยความกลุ้มใจในหลายเรื่อง ทั้งการเรียน เวลาส่วนตัว หรือแม้แต่เรื่องของเขา ทำให้ตอนนั้นเราเป็นฝ่ายบอกไปว่าเรายังลังเลอยู่ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือข้อความสั้นห้วน ' เออ ' แล้วก็หายไปเลย ไม่ตอบกลับ จนเรารู้สึกไม่ดีถึงทักไปถามซ้ำ ทั้งเสียใจ ทั้งรู้สึกผิด พอเจอหน้ากันที่โรงเรียนก็เมินเฉย จนเราต้องเป็นฝ่ายเข้าหาเหมือนเดิมถึงจะยอมคุย สุดท้ายก็ได้คบกัน. . .แต่พูดจากใจจริง พักหลังเรารู้ตัวค่ะว่าความรู้สึกที่มีไม่เหมือนเดิม เราเสียความรู้สึกมาหลายครั้งจนเหนื่อยเกินกว่าจะเป็นฝ่ายเข้าหาก่อนเหมือนเดิม รู้สึกว่าชีวิตตอนอยู่คนเดียวมันสบายใจมากกว่า เราอยากกลับไปเป็นเพื่อนธรรมดา แต่ด้วยความที่เรียนห้องเดียวกัน แล้วเรารู้ดีว่าอีกฝ่าย ไม่เป็นเพื่อนกับแฟนเก่า เราเลยรู้สึกไม่ดี เพราะอีกฝ่ายมักจะชอบเปรียบเทียบเรื่องแฟนเก่าให้ฟัง นินทาให้ฟัง และสิ่งที่ทำให้เราเสียความรู้สึกมากพอสมควรคือการที่อีกฝ่ายพูดถึงแฟนเก่าคนล่าสุด แล้วยังแซวเรื่องแฟนเก่าของแฟนเก่าเขาให้ฟังขำๆ แต่เราไม่ตลกเลย ปัจจุบันกำลังคบกันอยู่ค่ะ แต่คิดไว้แล้วว่าจะเลิก ตัวเรารู้ดีว่าถ้าเลิกกันครั้งนี้อาจจะมองหน้ากันไม่ติด แต่เราอยากเห็นแก่ตัวรักษาความรู้สึกของตัวเองมากกว่า อยากใช้ชีวิตปกติ อยากโฟกัสกับการเรียน และอนาคตของตัวเอง. . .
อยากบอกเลิกแฟน แต่กลัวมีปัญหาเพราะเรียนห้องเดียวกัน
เรื่องราวของเราเป็นเรื่องความรักในวัยเรียน เป็นคนคุยกันได้ไม่ถึงเดือนแล้วคบกัน(ยังคบไม่ถึงเดือนเช่นกัน) ขอแทนนามสมมุติผู้ชายว่าA ตอนแรกความสัมพันธ์เป็นแค่เพื่อนกันปกติค่ะ แต่เราเริ่มสังเกตพฤติกรรมAช่วงเดือนก่อนเลยเอาไปปรึกษากับเพื่อน ผลสรุปก็คืออีกฝ่ายชอบเราจริง เราในตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมากกว่าเพื่อนเลยค่ะแต่ดันดสรุปคิดไปเองว่าชอบเหมือนกัน ตอนนั้นอะไรก็ดีไปหมด ซื้อของให้บ้าง ทักมาคุยบ้าง จนวันหนึ่งเลื่อนสถานะเป็นคนคุย อะไรที่เคยดีก็ไม่มีความรู้สึกดีเลยค่ะ อีกฝ่ายค่อยข้างเอาแต่ใจ เวลามีปัญหามักจะเงียบมากกว่าพูด ชอบคิดไปเอง และไม่ให้เกียรติความรู้สึกเราเลย กลับกันเป็นฝ่ายเราตลอดที่คอยทักหาและเริ่มเคลียร์ใจกันเสมอ มีปัญหาอะไรที่ไม่สบายใจเราจะเป็นฝ่ายชัดเจนก่อนตลอด เป็นฝ่ายง้อ เป็นฝ่ายโทรตามทั้งที่อีกฝ่ายไม่คิดจะรับ เรานั่งร้องไห้อยู่ข้างๆเขาก็ไม่เคยถาม จนเราเริ่มรู้สึกเอะใจว่าแบบนี้มันดีสำหรับเราแล้วหรอ แต่สุดท้ายก็กลับไปคืนดีแล้วคบกัน ตอนแรกที่เขาขอคบเรามีความลังเล ด้วยความกลุ้มใจในหลายเรื่อง ทั้งการเรียน เวลาส่วนตัว หรือแม้แต่เรื่องของเขา ทำให้ตอนนั้นเราเป็นฝ่ายบอกไปว่าเรายังลังเลอยู่ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือข้อความสั้นห้วน ' เออ ' แล้วก็หายไปเลย ไม่ตอบกลับ จนเรารู้สึกไม่ดีถึงทักไปถามซ้ำ ทั้งเสียใจ ทั้งรู้สึกผิด พอเจอหน้ากันที่โรงเรียนก็เมินเฉย จนเราต้องเป็นฝ่ายเข้าหาเหมือนเดิมถึงจะยอมคุย สุดท้ายก็ได้คบกัน. . .แต่พูดจากใจจริง พักหลังเรารู้ตัวค่ะว่าความรู้สึกที่มีไม่เหมือนเดิม เราเสียความรู้สึกมาหลายครั้งจนเหนื่อยเกินกว่าจะเป็นฝ่ายเข้าหาก่อนเหมือนเดิม รู้สึกว่าชีวิตตอนอยู่คนเดียวมันสบายใจมากกว่า เราอยากกลับไปเป็นเพื่อนธรรมดา แต่ด้วยความที่เรียนห้องเดียวกัน แล้วเรารู้ดีว่าอีกฝ่าย ไม่เป็นเพื่อนกับแฟนเก่า เราเลยรู้สึกไม่ดี เพราะอีกฝ่ายมักจะชอบเปรียบเทียบเรื่องแฟนเก่าให้ฟัง นินทาให้ฟัง และสิ่งที่ทำให้เราเสียความรู้สึกมากพอสมควรคือการที่อีกฝ่ายพูดถึงแฟนเก่าคนล่าสุด แล้วยังแซวเรื่องแฟนเก่าของแฟนเก่าเขาให้ฟังขำๆ แต่เราไม่ตลกเลย ปัจจุบันกำลังคบกันอยู่ค่ะ แต่คิดไว้แล้วว่าจะเลิก ตัวเรารู้ดีว่าถ้าเลิกกันครั้งนี้อาจจะมองหน้ากันไม่ติด แต่เราอยากเห็นแก่ตัวรักษาความรู้สึกของตัวเองมากกว่า อยากใช้ชีวิตปกติ อยากโฟกัสกับการเรียน และอนาคตของตัวเอง. . .