คืนนี้ใครเคยเป็นแบบนี้บ้างครับ
กลางวันยังพอทนได้
แต่พอตกกลางคืน เริ่มคันแขน คันขา คันหลัง คันไปทั้งตัว จนต้องตื่นมาเกา
พอส่องกระจกก็ไม่เห็นผื่นชัด ๆ ไม่มีตุ่ม ไม่มีลมพิษ
หลายคนเลยคิดว่า
“คงผิวแห้ง เดี๋ยวทาครีมก็หาย”
ผิวแห้งเป็นสาเหตุได้จริงครับ โดยเฉพาะคนอายุเยอะขึ้น อาบน้ำอุ่นบ่อย หรืออยู่ห้องแอร์นาน ๆ
แต่ถ้า คันทั่วตัวเรื้อรัง โดยแทบไม่มีผื่นให้เห็น ผมไม่อยากให้มองแค่เรื่องผิวหนังอย่างเดียว เพราะบางครั้งต้นเหตุอาจมาจากตับ ไต เลือด ไทรอยด์ ยาที่ใช้อยู่ หรือโรคภายในอื่นครับ
1. เริ่มจากเรื่องง่ายที่สุดก่อน “ผิวแห้ง” โดยเฉพาะคนอายุเยอะ
บางคนไม่มีโรคอะไรซับซ้อนเลยครับ
แค่ผิวสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติมากขึ้น
ยิ่งถ้า
อาบน้ำอุ่นจัด
อาบน้ำนาน
ฟอกสบู่ทั้งตัววันละหลายรอบ
อยู่ห้องแอร์ตลอด
ไม่ค่อยทาครีมบำรุง
พอตกกลางคืนที่เราไม่ได้ยุ่งกับอะไรแล้ว ความรู้สึกคันก็จะเด่นขึ้น
วิธีสังเกตคือผิวมักแห้ง ลอกเป็นขุยบาง ๆ หรือรู้สึกตึงหลังอาบน้ำ แม้ไม่มีผื่นแดงชัดครับ
ถ้าเป็นแบบนี้ ลองเริ่มจากลดน้ำอุ่น ใช้สบู่อ่อนเฉพาะบริเวณจำเป็น และทามอยส์เจอไรเซอร์ทันทีหลังอาบน้ำ
แต่ถ้าทำแล้วไม่ดีขึ้น หรือคันหนักจนต้องตื่นทุกคืน ต้องมองสาเหตุอื่นต่อครับ
2. ถ้าคันมากตอนกลางคืน ต้องคิดถึง “ตับและทางเดินน้ำดี” ด้วย
อันนี้เป็นจุดที่คนทั่วไปไม่ค่อยนึกถึงครับ
โรคบางอย่างที่ทำให้น้ำดีไหลออกจากตับไม่ดี อาจทำให้เกิดอาการคันได้
บางคนไม่มีผื่นเลย
แต่อาจรู้สึกคันมากตาม
ฝ่ามือ
ฝ่าเท้า
แขนขา
หรือคันทั่วตัว
และบางคนจะรู้สึกชัดมากตอนกลางคืน
ถ้ามีร่วมกับ
ตาเหลือง ตัวเหลือง
ปัสสาวะสีเข้ม
อุจจาระสีซีดลง
แน่นหรือเจ็บชายโครงขวา
น้ำหนักลด
เบื่ออาหาร
อันนี้ไม่ควรจบด้วยการซื้อยาแก้แพ้กินเองครับ
ควรตรวจค่าตับและดูว่ามีปัญหาทางเดินน้ำดีหรือไม่
3. ไตทำงานลดลง ก็ทำให้คันทั่วตัวได้
โดยเฉพาะในคนที่มีโรคไตเรื้อรังค่อนข้างมากครับ
อาการคันจากโรคไตบางคนไม่มีผื่นตั้งต้นเลย
แต่พอเกาบ่อยเข้า ผิวถึงเริ่มมีรอยถลอก รอยดำ หรือรอยเกา
กลไกไม่ได้เกิดจาก “ของเสียออกมาทางผิว” แบบที่บางคนเข้าใจนะครับ
จริง ๆ ซับซ้อนกว่านั้น มีทั้งการเปลี่ยนแปลงของระบบประสาท การอักเสบ และสารต่าง ๆ ที่คั่งเมื่อไตทำงานลดลง
ถ้ามี
ค่าไตลดลง
ขาบวม
ปัสสาวะผิดปกติ
อ่อนเพลีย
หรือมีโรคไตอยู่แล้ว
แล้วเริ่มคันมากขึ้น อย่ามองว่าเป็นเรื่องผิวอย่างเดียวครับ
4. บางครั้งปัญหาอยู่ที่ “เลือด” ไม่ใช่ผิว
คนที่ขาดธาตุเหล็ก หรือมีโรคเลือดบางชนิด สามารถมีอาการคันได้ครับ
โดยเฉพาะถ้ามีอาการร่วมอย่าง
ซีด
เหนื่อยง่าย
ใจสั่น
เวียนหัว
อ่อนแรง
อีกกลุ่มหนึ่งคือโรคเลือดบางชนิดที่ทำให้เม็ดเลือดแดงสูงผิดปกติ ซึ่งบางคนจะมีอาการคันหลังอาบน้ำ โดยเฉพาะน้ำอุ่น
ถ้าใครคันเรื้อรังโดยไม่มีผื่น แล้วตรวจผิวก็ไม่เจอสาเหตุ
ค่าเม็ดเลือด CBC และค่าที่เกี่ยวกับธาตุเหล็กอาจเป็นหนึ่งในสิ่งที่แพทย์พิจารณาตรวจครับ
ไม่ได้หมายความว่าคันแล้วต้องเป็นโรคเลือดนะครับ
แต่อาการแบบนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่เราไม่ควรจบแค่ครีมทาผิว
5. ไทรอยด์ผิดปกติก็ทำให้คันได้
ทั้งไทรอยด์ทำงานมากเกินและน้อยเกินสามารถกระทบผิวหนังได้ครับ
ถ้าไทรอยด์ทำงานน้อย ผิวมักแห้งขึ้น ทำให้คันง่าย
แต่ถ้าไทรอยด์ทำงานมากเกิน บางคนจะร้อนง่าย เหงื่อออกมาก และคันได้เหมือนกัน
ลองดูอาการอื่นร่วมด้วย เช่น
น้ำหนักขึ้นหรือลงผิดปกติ
ใจสั่น
ขี้หนาวหรือขี้ร้อนมากขึ้น
ท้องผูกหรือถ่ายบ่อย
อ่อนเพลีย
มือสั่น
ถ้ามีหลายอย่างมาด้วยกัน การตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ (TSH) อาจช่วยหาคำตอบได้ครับ
6. ยาบางตัวและอาหารเสริมก็เป็นต้นเหตุได้
อันนี้อย่าลืมครับ
ถ้าอยู่ดี ๆ เริ่มคันหลังจาก
เริ่มยาใหม่
เพิ่มขนาดยา
เปลี่ยนอาหารเสริม
หรือใช้สมุนไพรบางชนิด
ต้องเล่าให้แพทย์ฟังด้วย
ยาหลายกลุ่มสามารถทำให้คันหรือเกิดปฏิกิริยาแพ้ได้ บางครั้งยังไม่เห็นผื่นชัดในช่วงแรก
แต่ตรงนี้ผมไม่แนะนำให้หยุดยาประจำเองนะครับ
เพราะบางตัวเป็นยาความดัน ยาหัวใจ หรือยาที่จำเป็น
ให้เอารายชื่อยาทั้งหมดไปไล่ดูร่วมกันว่ามีตัวไหนน่าสงสัยกว่า
7. ถ้าคันจนตื่นทุกคืนและน้ำหนักลด ต้องหาสาเหตุให้จริงจัง
ตรงนี้ผมอยากให้ระวังครับ
คันเรื้อรังทั่วตัวโดยไม่มีผื่น ในบางกรณีอาจสัมพันธ์กับโรคภายในที่สำคัญ รวมถึงโรคมะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะโรคของระบบเลือดและต่อมน้ำเหลือง
แต่ผมไม่อยากให้เห็นคำว่า “คัน” แล้วคิดไปถึงมะเร็งทันทีนะครับ
ส่วนใหญ่ยังมีสาเหตุที่พบบ่อยกว่านั้นมาก
สิ่งที่ทำให้ผมอยากตรวจเพิ่มคือถ้ามีอาการร่วม เช่น
น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
ไข้เรื้อรัง
เหงื่อออกกลางคืนมากผิดปกติ
ต่อมน้ำเหลืองโต
เหนื่อยง่ายมาก
เบื่ออาหาร
แบบนี้ควรตรวจหาสาเหตุ ไม่ใช่กินยาแก้แพ้ต่อเป็นเดือนครับ
ถ้าคันทั้งตัว ไม่มีผื่น ควรเริ่มเช็กอะไร?
อย่างแรกอย่าเพิ่งซื้อครีมสิบกระปุกครับ
ลองดูเป็นลำดับ
• เช็กว่าผิวแห้งไหม และช่วงนี้อาบน้ำอุ่นหรือใช้สบู่แรงเกินไปหรือเปล่า
• ทบทวนยาและอาหารเสริมที่เพิ่งเริ่ม
• ถ้าคันเรื้อรังหลายสัปดาห์ ควรประเมินกับแพทย์
• การตรวจที่อาจพิจารณาตามอาการ เช่น CBC, ค่าไต, ค่าตับ, น้ำตาล และ TSH
• ถ้ามีตัวเหลือง ปัสสาวะเข้ม น้ำหนักลด ไข้ หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรตรวจเร็วขึ้นครับ
ไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องตรวจทุกค่า
ให้ดูจากอายุ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และอาการร่วมเป็นหลักครับ
แล้วคืนนี้ถ้ายังคันอยู่ ทำยังไงให้ทรมานน้อยลง?
ถ้ายังไม่มีสัญญาณอันตรายและผิวค่อนข้างแห้ง ลองเริ่มจาก
อาบน้ำอุณหภูมิธรรมดาหรืออุ่นไม่มาก
ไม่ขัดหรือถูผิวแรง
ทามอยส์เจอไรเซอร์เนื้อเข้มข้นหลังอาบน้ำ
ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศและไม่ระคายผิว
ทำห้องไม่ให้ร้อนเกินไป
ตัดเล็บสั้นเพื่อลดแผลจากการเกา
ส่วนยาแก้แพ้ บางสาเหตุช่วยได้ บางสาเหตุแทบไม่ช่วยเลยครับ
โดยเฉพาะอาการคันจากตับหรือไต ไม่ได้เกิดจากภูมิแพ้อย่างเดียว
ถ้ากินแล้วไม่ดีขึ้น ก็อย่าเพิ่มยาเองไปเรื่อย ๆ
ถ้ากลางคืนคันทั้งตัวจนต้องตื่น แต่ส่องผิวแล้วแทบไม่มีผื่น
อย่าเพิ่งคิดว่า
“คงแพ้อะไรสักอย่าง”
สาเหตุอาจง่ายแค่ผิวแห้งก็ได้ครับ
แต่ถ้าเป็นต่อเนื่อง เราต้องคิดให้กว้างขึ้นทั้ง
ตับ ทางเดินน้ำดี ไต เลือด ไทรอยด์ ยา
และโรคภายในบางชนิด
ผมอยากให้จำง่าย ๆ ว่า
“ไม่มีผื่น ไม่ได้แปลว่าไม่มีสาเหตุ”
โดยเฉพาะถ้าคันจนรบกวนการนอน เป็นต่อหลายสัปดาห์ หรือมีน้ำหนักลด ตัวเหลือง ซีด ไข้ หรืออ่อนเพลียผิดปกติร่วมด้วย ควรไปหาคำตอบครับ
คืนนี้ถ้าคันอีก อย่าเกาจนเป็นแผลแล้วทนต่อไปเป็นเดือน
เพราะบางครั้งผิวหนังอาจเป็นแค่คนส่งข้อความ แต่ต้นทางของข้อความอยู่ลึกกว่านั้นครับ
กลางคืนคันทั้งตัวจนต้องตื่น! ไม่มีผื่น ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ผิวหนัง