เรื่องมันเริ่มจากตอนไปตรวจสุขภาพประจำปีครับ(ไปตรวจเองแล้วเบิกบริษัท) เจาะเลือดเสร็จก็นั่งรออยู่หน้าห้อง แล้วเห็นพี่คนหนึ่งถือหลอดเลือดเราใส่ถุงซิป เดินออกไป
ผมก็นั่งคิดเล่น ๆ ว่าแล้วหลอดเลือดเรามันจะไปไหนต่อ นั่งรถนานไหม ร้อนไหม ถ้าระหว่างทางรถติดหนัก ๆ ล่ะจะเป็นอะไรหรือเปล่า
คิดแล้วก็ปล่อยผ่าน แต่พอกลับบ้านมันติดอยู่ในหัว เลยไปหาอ่านเล่น ๆ ครับ
เวลาได้ยินคำว่า "ผลแล็บผิด" เรามักนึกถึงเครื่องตรวจก่อนเลยใช่ไหมครับ แต่มีงานวิจัยไทยชิ้นหนึ่งที่ห้องแล็บโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตามเก็บข้อมูลอยู่ 6 เดือน ดูตัวอย่างไปเก้าแสนกว่ารายการ แล้วพบว่าความผิดพลาดช่วงก่อนเอาเข้าเครื่อง มีถึง 95.2% ที่เกิดนอกห้องแล็บ คือไปเกิดตอนเจาะ ตอนติดฉลาก ตอนแพ็ค ตอนส่ง ไม่ใช่ที่ตัวเครื่อง
อีกอย่างที่อ่านแล้วขนลุกเบา ๆ คือถ้าเลือดเจอความร้อนหรือถูกทิ้งไว้นานเกินไป มันไม่ได้เน่าหรือเปลี่ยนสีให้เห็นนะครับ หลอดยังสวย เลือดยังอยู่ครบเหมือนเดิม แต่ค่าที่วัดได้ข้างในเคลื่อนไปแล้ว ถ้าไม่มีใครจดไว้ว่าเที่ยวนั้นร้อนแค่ไหน ใช้เวลากี่ชั่วโมง ก็แทบไม่มีทางรู้เลย
พอรู้แบบนี้แล้วย้อนไปนึกถึงพี่ที่ถือกล่องโฟม ผมว่างานเขาสำคัญกว่าที่ตาเห็นเยอะเลยครับ เราไม่เคยเห็นหน้าเขาในผลตรวจ แต่ผลตรวจที่เราถือกลับบ้านผ่านมือเขามาแล้ว
เลยอยากชวนคุยครับ ใครเคยโดนให้กลับไปเจาะเลือดใหม่บ้าง ตอนนั้นเขาบอกเหตุผลว่าอะไร
ใครทำงานสายแล็บหรือคลินิก เวลาตัวอย่างมาถึงแล้วสภาพไม่โอเค เจอบ่อยแค่ไหนครับ แล้วปกติทำยังไงกันต่อ
ส่วนคนที่ขนส่งสายนี้โดยตรง เวลาติดอยู่กลางถนนนาน ๆ แล้วของยังอยู่บนรถ มีขั้นตอนของมันไหม หรือแล้วแต่หน้างาน
ถามเพราะอยากรู้จริง ๆ ครับ เรื่องนี้อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด แต่แทบไม่มีใครพูดถึงเลย ขอบคุณครับ
เลือดที่เราเจาะไปตรวจ กว่าจะถึงห้องแล็บ มันเดินทางยังไงบ้างครับ
ผมก็นั่งคิดเล่น ๆ ว่าแล้วหลอดเลือดเรามันจะไปไหนต่อ นั่งรถนานไหม ร้อนไหม ถ้าระหว่างทางรถติดหนัก ๆ ล่ะจะเป็นอะไรหรือเปล่า
คิดแล้วก็ปล่อยผ่าน แต่พอกลับบ้านมันติดอยู่ในหัว เลยไปหาอ่านเล่น ๆ ครับ
เวลาได้ยินคำว่า "ผลแล็บผิด" เรามักนึกถึงเครื่องตรวจก่อนเลยใช่ไหมครับ แต่มีงานวิจัยไทยชิ้นหนึ่งที่ห้องแล็บโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตามเก็บข้อมูลอยู่ 6 เดือน ดูตัวอย่างไปเก้าแสนกว่ารายการ แล้วพบว่าความผิดพลาดช่วงก่อนเอาเข้าเครื่อง มีถึง 95.2% ที่เกิดนอกห้องแล็บ คือไปเกิดตอนเจาะ ตอนติดฉลาก ตอนแพ็ค ตอนส่ง ไม่ใช่ที่ตัวเครื่อง
อีกอย่างที่อ่านแล้วขนลุกเบา ๆ คือถ้าเลือดเจอความร้อนหรือถูกทิ้งไว้นานเกินไป มันไม่ได้เน่าหรือเปลี่ยนสีให้เห็นนะครับ หลอดยังสวย เลือดยังอยู่ครบเหมือนเดิม แต่ค่าที่วัดได้ข้างในเคลื่อนไปแล้ว ถ้าไม่มีใครจดไว้ว่าเที่ยวนั้นร้อนแค่ไหน ใช้เวลากี่ชั่วโมง ก็แทบไม่มีทางรู้เลย
พอรู้แบบนี้แล้วย้อนไปนึกถึงพี่ที่ถือกล่องโฟม ผมว่างานเขาสำคัญกว่าที่ตาเห็นเยอะเลยครับ เราไม่เคยเห็นหน้าเขาในผลตรวจ แต่ผลตรวจที่เราถือกลับบ้านผ่านมือเขามาแล้ว
เลยอยากชวนคุยครับ ใครเคยโดนให้กลับไปเจาะเลือดใหม่บ้าง ตอนนั้นเขาบอกเหตุผลว่าอะไร
ใครทำงานสายแล็บหรือคลินิก เวลาตัวอย่างมาถึงแล้วสภาพไม่โอเค เจอบ่อยแค่ไหนครับ แล้วปกติทำยังไงกันต่อ
ส่วนคนที่ขนส่งสายนี้โดยตรง เวลาติดอยู่กลางถนนนาน ๆ แล้วของยังอยู่บนรถ มีขั้นตอนของมันไหม หรือแล้วแต่หน้างาน
ถามเพราะอยากรู้จริง ๆ ครับ เรื่องนี้อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด แต่แทบไม่มีใครพูดถึงเลย ขอบคุณครับ