เมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพหัวใจ หลายคนมักนึกถึงการคุมอาหาร การวิ่งออกกำลังกาย หรือการพักผ่อนให้เพียงพอ แต่รู้หรือไม่ว่า
“กิจกรรมทางเพศ” หรือ “เซ็กส์” ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยธรรมชาติที่มีส่วนช่วยส่งเสริมระบบหลอดเลือดและหัวใจให้แข็งแรงได้เช่นกัน โดยมีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับอย่างแพร่หลาย
1. ช่วยขยายหลอดเลือดและควบคุมความดัน
กลไกสำคัญขณะเกิดอารมณ์ทางเพศและการถึงจุดสุดยอด (Orgasm) คือการที่ร่างกายกระตุ้นการหลั่งสาร
“ไนตริกออกไซด์”
(Nitric Oxide) สารชนิดนี้ทำหน้าที่ส่งสัญญาณให้เซลล์บุผนังหลอดเลือดผ่อนคลาย เกิดการขยายตัว ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้สะดวกขึ้นงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Biological Psychology พบว่า ผู้ที่มีกิจกรรมทางเพศอย่างสม่ำเสมอมีระดับความดันโลหิตช่วงตัวบน (Systolic Blood Pressure) ตอบสนองต่อภาวะความเครียดได้ดีกว่า และมีระดับความดันโลหิตโดยรวมต่ำกว่าผู้ที่ไม่มีกิจกรรมทางเพศอย่างเห็นได้ชัด
2. บริหารกล้ามเนื้อหัวใจเทียบเท่าการออกกำลังกายระดับปานกลาง
ในทางสรีรวิทยา การมีเพศสัมพันธ์จัดเป็นกิจกรรมที่ใช้พลังงานประมาณ 3–4 METs (Metabolic Equivalents) ซึ่งเทียบเท่ากับการเดินเร็ว หรือการเดินขึ้นบันได 2 ชั้น หัวใจจะเต้นเร็วขึ้นและสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายมากขึ้น เป็นการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจไปในตัว
การศึกษาคลาสสิกจาก Massachusetts Male Aging Study (MMAS) รวมถึงงานวิจัยติดตามผลระยะยาวที่ตีพิมพ์ใน The American Journal of Cardiology สรุปไว้ว่า ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ น้อยกว่าผู้ที่มีเพศสัมพันธ์เพียงเดือนละครั้งหรือน้อยกว่า สูงถึง 50%
3. ลดความเครียด คลายการอักเสบในหลอดเลือด
ความเครียดเรื้อรังส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นตัวการทำให้หลอดเลือดหดตัวและเพิ่มการอักเสบในผนังหลอดเลือด นำไปสู่ภาวะหลอดเลือดแข็งตัว
การมีเซ็กส์ช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน ออกซิโทซิน (Oxytocin) หรือฮอร์โมนแห่งความผูกพัน และ เอนดอร์ฟิน (Endorphins) ซึ่งช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดลง ส่งผลให้หลอดเลือดผ่อนคลายและลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันจากความเครียดสะสม
4. ปรับสมดุลฮอร์โมนเพศเพื่อปกป้องหลอดเลือด
กิจกรรมทางเพศมีส่วนช่วยรักษาระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในผู้ชาย และเอสโตรเจนในผู้หญิง ฮอร์โมนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลไขมันในเลือด โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) ซึ่งทำหน้าที่เก็บกวาดไขมันเลวออกจากผนังหลอดเลือด
* ข้อควรระวังทางการแพทย์ *
แม้เซ็กส์จะมีประโยชน์ต่อหัวใจ แต่สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดและหัวใจ มีข้อควรระวังสำคัญจาก สมาคมหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association - AHA) ดังนี้
ประเมินความพร้อมของร่างกาย: หากสามารถเดินขึ้นบันได 2 ชั้นหรือเดินเร็วได้โดยไม่มีอาการแน่นหน้าอก หอบ หรือเหนื่อยหอบผิดปกติ โดยทั่วไปถือว่าปลอดภัยสำหรับการมีเพศสัมพันธ์
ระวังการใช้ยาร่วมกัน: ผู้ป่วยโรคหัวใจที่รับประทานยาขยายหลอดเลือดกลุ่มไนเตรท (Nitrates) ห้ามใช้ยารักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (เช่น PDE5 inhibitors) ร่วมด้วยโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ความดันโลหิตตกอย่างรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงชีวิต
สุดท้ายแล้ว การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยและมีความสุข ไม่เพียงแต่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ในชีวิตคู่เท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมธรรมชาติที่ช่วยดูแลระบบหลอดเลือดและหัวใจให้แข็งแรงไปพร้อมกัน
ที่มา :
https://mgronline.com/goodhealth/detail/9690000089149?tbref=hp
เซ็กส์กับหัวใจ: เผยงานวิจัยเรื่องบนเตียง ลดเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจได้สูงถึง 50%
เมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพหัวใจ หลายคนมักนึกถึงการคุมอาหาร การวิ่งออกกำลังกาย หรือการพักผ่อนให้เพียงพอ แต่รู้หรือไม่ว่า “กิจกรรมทางเพศ” หรือ “เซ็กส์” ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยธรรมชาติที่มีส่วนช่วยส่งเสริมระบบหลอดเลือดและหัวใจให้แข็งแรงได้เช่นกัน โดยมีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับอย่างแพร่หลาย
1. ช่วยขยายหลอดเลือดและควบคุมความดัน
กลไกสำคัญขณะเกิดอารมณ์ทางเพศและการถึงจุดสุดยอด (Orgasm) คือการที่ร่างกายกระตุ้นการหลั่งสาร “ไนตริกออกไซด์”
(Nitric Oxide) สารชนิดนี้ทำหน้าที่ส่งสัญญาณให้เซลล์บุผนังหลอดเลือดผ่อนคลาย เกิดการขยายตัว ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้สะดวกขึ้นงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Biological Psychology พบว่า ผู้ที่มีกิจกรรมทางเพศอย่างสม่ำเสมอมีระดับความดันโลหิตช่วงตัวบน (Systolic Blood Pressure) ตอบสนองต่อภาวะความเครียดได้ดีกว่า และมีระดับความดันโลหิตโดยรวมต่ำกว่าผู้ที่ไม่มีกิจกรรมทางเพศอย่างเห็นได้ชัด
2. บริหารกล้ามเนื้อหัวใจเทียบเท่าการออกกำลังกายระดับปานกลาง
ในทางสรีรวิทยา การมีเพศสัมพันธ์จัดเป็นกิจกรรมที่ใช้พลังงานประมาณ 3–4 METs (Metabolic Equivalents) ซึ่งเทียบเท่ากับการเดินเร็ว หรือการเดินขึ้นบันได 2 ชั้น หัวใจจะเต้นเร็วขึ้นและสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายมากขึ้น เป็นการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจไปในตัว
การศึกษาคลาสสิกจาก Massachusetts Male Aging Study (MMAS) รวมถึงงานวิจัยติดตามผลระยะยาวที่ตีพิมพ์ใน The American Journal of Cardiology สรุปไว้ว่า ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ น้อยกว่าผู้ที่มีเพศสัมพันธ์เพียงเดือนละครั้งหรือน้อยกว่า สูงถึง 50%
ความเครียดเรื้อรังส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นตัวการทำให้หลอดเลือดหดตัวและเพิ่มการอักเสบในผนังหลอดเลือด นำไปสู่ภาวะหลอดเลือดแข็งตัว
การมีเซ็กส์ช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน ออกซิโทซิน (Oxytocin) หรือฮอร์โมนแห่งความผูกพัน และ เอนดอร์ฟิน (Endorphins) ซึ่งช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดลง ส่งผลให้หลอดเลือดผ่อนคลายและลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันจากความเครียดสะสม
4. ปรับสมดุลฮอร์โมนเพศเพื่อปกป้องหลอดเลือด
กิจกรรมทางเพศมีส่วนช่วยรักษาระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในผู้ชาย และเอสโตรเจนในผู้หญิง ฮอร์โมนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลไขมันในเลือด โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) ซึ่งทำหน้าที่เก็บกวาดไขมันเลวออกจากผนังหลอดเลือด
* ข้อควรระวังทางการแพทย์ *
แม้เซ็กส์จะมีประโยชน์ต่อหัวใจ แต่สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดและหัวใจ มีข้อควรระวังสำคัญจาก สมาคมหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association - AHA) ดังนี้
ประเมินความพร้อมของร่างกาย: หากสามารถเดินขึ้นบันได 2 ชั้นหรือเดินเร็วได้โดยไม่มีอาการแน่นหน้าอก หอบ หรือเหนื่อยหอบผิดปกติ โดยทั่วไปถือว่าปลอดภัยสำหรับการมีเพศสัมพันธ์
ระวังการใช้ยาร่วมกัน: ผู้ป่วยโรคหัวใจที่รับประทานยาขยายหลอดเลือดกลุ่มไนเตรท (Nitrates) ห้ามใช้ยารักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (เช่น PDE5 inhibitors) ร่วมด้วยโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ความดันโลหิตตกอย่างรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงชีวิต
สุดท้ายแล้ว การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยและมีความสุข ไม่เพียงแต่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ในชีวิตคู่เท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมธรรมชาติที่ช่วยดูแลระบบหลอดเลือดและหัวใจให้แข็งแรงไปพร้อมกัน