JJNY : “ดร.เรือบิน” ส่งข้อมูลให้ผู้ตรวจการ│สภาหวิดล่ม! นับองค์ประชุมกลางดึก│ปชน.ข้องใจงบฯ แรงงานสงขลา│53 จว.ฝนถล่มหนัก

“ดร.เรือบิน” ส่งข้อมูลสุดท้าย ชี้ว่าเลือกตั้งไม่ลับ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว
https://www.thairath.co.th/news/politic/2958532
.

.
“ธรรม์ธีร์”  โพสต์ภาพส่งข้อมูลสุดท้าย พิสูจน์ว่า “เลือกตั้งไม่ลับ” ทั้ง 2 ใบ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว  ก่อนศาลตัดสิน 28 ก.ย. นี้ ชี้โค้ดแบบเล่ม แค่มีผู้มาใช้สิทธิ 20 คน ที่รับบัตรเล่มเดียวกัน ก็รู้แล้วว่าลงคะแนนอย่างไรทั้งกลุ่ม

วันที่  9 กันยายน 2569 นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า
.
วัตถุดิบสุดท้ายที่พิสูจน์ว่า เลือกตั้งไม่ลับ ทั้งสองใบ ได้ถูกส่งให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว วันนี้ผมรีบยื่นหนังสือให้ข้อเท็จจริงต่อผู้ตรวจการแผ่นดินฉบับที่ 3 สำหรับคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง (คดี ต.30/2569 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ) เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญกำหนดวันยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีไว้ภายในศุกร์นี้ ผู้ตรวจการฯ จึงต้องได้ข้อมูลก่อนหน้านั้น
.
ในหนังสือ 2 ฉบับแรก (ยื่นเมื่อ 25 มี.ค. และ 9 เม.ย.) และคณะส่งเรื่องบาร์โค้ดที่สแกนแล้วได้เลขเดียวกับต้นขั้วบัตร กับเรื่องข้อมูล “ลำดับในบัญชี” ที่รั่วไหล พร้อมไฟล์วัตถุดิบที่ผมไปเก็บเองในวันเลือกตั้งใหม่ 22 กุมภาพันธ์ (คลิปวิดีโอการมาใช้สิทธิ และรูปถ่ายบัตรชมพูกับบัตรเขียวตอนนับคะแนนครบทั้ง 308 ใบ ถ่ายจากพื้นที่ตั้งกล้องของสื่อมวลชน ฯลฯ) แต่ไม่ได้ส่งวัตถุดิบสุดท้ายที่ทำให้แม้กระทั่งโค้ดแบบเป็นเล่ม (บัตร 20 ใบใช้รหัสเดียวกัน) ก็สามารถรู้ความลับในการลงคะแนนของกลุ่ม 20 คนได้ พร้อมผลวิเคราะห์ลำดับการลงคะแนนของบัตรเขียว
.
สิ่งนั้นคือผล Exit Poll  เมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับวัตถุดิบที่ส่งไปแล้ว จะทำให้รู้การลงคะแนนตามลำดับของผู้มาใช้สิทธิแม้แต่กับ QR Code ที่ดูเหมือนไม่เรียง (สแกนมาแล้วหาความสัมพันธ์ที่เรียงกันไม่ได้) แบบเป็นเล่ม ให้แม่นยำขึ้นได้
.
จากที่ตนเองทำศูนย์โพล วันที่ 22 ก.พ. ก็ถือโอกาสไปทำ Exit Poll ด้วย ทำให้ได้บันทึกการลงคะแนนของผู้ใช้สิทธิที่ยินยอมให้สัมภาษณ์และเปิดเผยผลการลงคะแนน บันทึกเวลาที่ผู้ใช้สิทธิคนดังกล่าวออกจากคูหา เป็นจำนวนมากพอที่จะใช้ทดสอบทิศทางการหยิบนับได้
.
สิ่งนี้ทำให้เราได้ “จุดอ้างอิง” ที่เอาไปประกอบกับคลิปจุดลงชื่อ และพฤติกรรมของหีบบัตรตอนนับ ซึ่งข้อมูลชี้ว่าเป็นแบบ “หย่อนทีหลัง ถูกหยิบก่อน” (LIFO) ด้วยอัตราส่วนประมาณ 93:1 เมื่อเทียบกับทิศทางตรงข้าม และบัตรที่จ่ายจากเล่มเดียวกันยังเกาะกลุ่มกันอยู่ในกองแม้อาจผ่านการเขย่าหีบก่อนนับบ้างแล้ว
.
ดังนั้นต่อให้เป็นโค้ดแบบเล่ม เมื่อนำข้อมูลเหล่านี้ ที่เก็บโดยเปิดเผยและมีความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร ก็เพียงพอแล้วที่จะบอกได้ว่า “ผู้มาใช้สิทธิ 20 คนที่รับบัตรเล่มเดียวกันนี้ ลงคะแนนอย่างไรทั้งกลุ่ม” (ผลรวมของเล่มอ่านได้จากภาพตรงๆ ส่วนที่ว่าเล่มนั้นเป็นของคน 20 คนชุดไหน ยึดสมมติฐานเรื่องการจ่ายบัตรเรียงเล่ม ซึ่ง กกต. มีเอกสารตรวจได้) และถ้ามีการจัดคนมาต่อแถวรับบัตรติดกันจนเต็มเล่ม เพียงรู้เวลาของคนแรก ก็ตรวจได้ว่าเล่มนั้นกาไปทางไหน และข้อมูลว่าลำดับใดเลือกอะไรในบัตรเขียว พร้อมค่าความเชื่อมั่น ได้ถูกส่งให้ท่านผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว โดยขออนุญาตไม่โพสต์ข้อมูลนี้สาธารณะ เพื่อคุ้มครองความลับของผู้ใช้สิทธิ
.
ศูนย์โพลไหนที่ทำ Exit Poll ในหน่วยที่มีคนถ่ายภาพตอนนับคะแนน ก็ทำแบบเดียวกันได้ และนั่นคือความหมายของคำว่า “อยู่ในวิสัยที่ตรวจสอบได้” ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวางหลักไว้ ส่วนผู้ที่ถือต้นขั้วบัตรและรู้ว่ารหัสใดคือเล่มใด ไม่ต้องประมาณอะไรเลย แค่ถ่ายรูปบัตรตอนนับคะแนนก็รู้ทันทีว่าบัตรใบนี้เป็นของ 1 ใน 20 คน โดยไม่ต้องใช้คลิปกับโพลแบบนี้
.
“ด้วยความเคารพ จากข้อมูลทั้งหมดที่ผมเก็บและวิเคราะห์มาตลอด 7 เดือนนี้ ความเห็นของผมในฐานะผู้ให้ข้อเท็จจริงคือการลงคะแนนเลือกตั้งครั้งนี้ อยู่ในวิสัยที่ตรวจสอบได้ว่าใครเลือกใคร จึง เลือกตั้งไม่ลับ ทั้งสองใบ ทั้งบัตรชมพูและบัตรเขียวครับ ส่วนน้ำหนักของข้อมูลนี้ในคดี เป็นดุลพินิจของผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลรัฐธรรมนูญโดยแท้ ซึ่งผมได้ส่งข้อมูลทั้งหมดผ่านทางผู้ตรวจการฯ แล้ว ก็ขอรอและน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลฯ พร้อมกับประชาชนไทยทุกคนในวันที่ 28 ก.ย. นี้ครับ” นายธรรม์ธีร์  กล่าว
.
https://www.facebook.com/thuntee/posts/pfbid02xsfF8sMdg4xiNcRbZNqmcEw1rxtRicfwgWQ9d8518HqSo3GiWCMGtAYna2MTvRCAl
.

.
สภาหวิดล่ม! ฝ่ายค้านนับองค์ประชุมกลางดึก สู้เกมสะพัด ภท.ยื้อ ห่วงฮั้วสว.เจอถล่ม ช่วงถกงบกกต.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5882831
.
สภาหวิดล่ม! ฝ่ายค้านนับองค์ประชุมกลางดึก สู้เกมสะพัด ภท.ยื้อ ห่วงฮั้วสว.เจอถล่ม ช่วงถกงบกกต.
.
เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่ 3
.
จากนั้น เวลา 23.00 น. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกหารือว่า เมื่อสักครู่ประธานสภาฯ ได้ใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจว่าวันที่ 10 กันยายน จะพิจารณาพ.ร.บ.งบฯ 70 ต่อ ซึ่งฝ่ายค้านเราไม่ได้ขัดข้อง แต่เห็นว่าหากวันที่ 10 กันยายน อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบฯ 70 เสร็จสิ้น ในวันที่ 11 กันยายนมีความประสงค์ที่จะพิจารณาสองวาระสำคัญคือญัตติปัญหาชายแดนใต้และรายงานของกกต. ซึ่งนายโสภณยินดีจะนัดประชุมในวันที่ 11 กันยายนหรือไม่ ซึ่งหวังว่าเพื่อนสมาชิกจะยังคงสะดวกเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ฝ่ายค้านได้หารือและเห็นตรงกันว่าเราพร้อมที่จะให้มีการนัดประชุมในวันที่ 11 กันยายนเพื่อพูดคุยกัน 2 เรื่องดังกล่าว
.
นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
.
กล่าวว่า นายโสภณยังไม่ได้บอกว่าเห็นด้วย แต่ท่านยินดีที่จะดำเนินการ หากวิปทั้ง 2 ฝ่ายเห็นตรงกันวันนี้ท่านต้องคุยกันให้เรียบร้อย ฉะนั้น ขอให้วิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลไปคุยกัน แต่ตนขอดำเนินการประชุมต่อ เนื่องจากร่างงบประมาณก็มีความสำคัญในขณะนี้
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศช่วงดึก เป็นไปด้วยความราบรื่น โดยช่วงหนึ่งระหว่างการพิจารณามาตรา 24 กระทรวงศึกษาธิการ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ได้ลงมาพูดคุย สส.ของพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง ในฐานะประธานวิปรัฐบาล นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย ในฐานะวิปรัฐบาล ขณะที่ สส.พรรคประชาชน ก็มีการจับกลุ่มพูดคุยกันเช่นเดียวกัน อาทิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค
.
กระทั่ง เวลา 23.30 น. มีรายงานว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล นำโดยพรรคภูมิใจไทย ได้มีการหารือและนัดหมาย สส. เพื่อเตรียมความพร้อมในการร่วมประชุมอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะพิจารณาถึงมาตรา 32 ว่าด้วยงบประมาณหน่วยงานขององค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ ซึ่งเป็นที่จับตาว่าจะมีการอภิปรายพาดพิงถึงงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย
.
โดยแหล่งข่าวจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ระบุว่า พรรคร่วมรัฐบาลมีความตั้งใจจะอภิปรายลากยาวให้มาตรา 32 ดังกล่าวพิจารณาแล้วเสร็จภายในคืนนี้ แม้ว่าจะล่วงเลยไปถึงเวลา 03.00-05.00 น. เพื่อให้ช่วงเวลาที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะอภิปรายถึงสำนักงาน กกต. รวมถึงคดีฮั้ว สว. ไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่เป็นที่สนใจของประชาชน เพราะหากอภิปรายในช่วงเช้าของวันที่ 10 กันยายน คาดว่าประชาชนจะให้ความสนใจติดตามการอภิปรายมากกว่า
.
สอดคล้องกับบรรยากาศที่ในช่วงหนึ่ง น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ได้ลงจากบัลลังก์มาพูดคุยหารือกับ สส.พรรคภูมิใจไทย บริเวณที่นั่งด้านล่างในช่วงเวลาประมาณ 23.30 น.
.
อย่างไรก็ตาม แม้ประธานในที่ประชุมจะขอให้คณะกรรมการประสานงานร่วม (วิป) ทั้ง 2 ฝ่ายไปหารือกันว่าจะมีการกำหนดวาระในวันที่ 10-11 กันยายนอย่างไร ซึ่งเดิมทีมีการหารือด้วยวาจากันว่า จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ให้แล้วเสร็จในวันที่ 10 กันยายน และนัดประชุมสภาฯ ในวันที่ 11 กันยายน เพื่อพิจารณาญัตติด่วนสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ ตามด้วยวาระรับทราบรายงานการปฏิบัติงานในปี 2567 ของสำนักงาน กกต.
.
ล่าสุด เวลา 23.45 น. นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ได้แก้สถานการณ์โดยการขอให้นับองค์ประชุม ระหว่างการพิจารณาในมาตรา 25 งบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลบางคน ขอให้รอสมาชิกเดินทางกลับเข้ามาเป็นองค์ประชุมก่อน
.
ขณะที่ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ฝ่ายค้านพร้อมถอนญัตติให้นับองค์ประชุม หากวันนี้มีความชัดเจนว่าจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ให้จบในวันที่ 10 กันยายนภายในเวลาเท่าไร เพราะตนเห็นใจเจ้าหน้าที่ อีกทั้งฝ่ายค้านพร้อมให้ความร่วมมือในการถอนชื่อผู้อภิปรายออกแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร
.
โดยระหว่างที่นายปกรณ์วุฒิกำลังหารือ ได้มี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลส่งเสียงแทรกเป็นระยะ ทำให้นายปกรณ์วุฒิปรามว่า ขอให้มีมารยาทหน่อย
.
ต่อมา นายประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้หารือว่า เราเหนื่อยล้ามาหลายวัน แต่เราเห็นตรงกันใช้หรือไม่ว่า คืนนี้หลังเที่ยงคืนไปแล้ว ประธานจะพักการประชุมและนัดประชุมต่อ ซึ่งเคยปฏิบัติกันมาช้านาน สมัยก่อนประชุม 7 วัน 7 คืนก็เคยมาแล้ว จึงเห็นว่าสมาชิกควรหาทางออกร่วมกัน
.
จนในที่สุดเวลา 23.55 น. นายเลิศศักดิ์ได้ปิดการแสดงตน พบว่ามีองค์ประชุมทั้งหมด 284 คน ถือว่าครบองค์ประชุม ทำให้การประชุมดำเนินต่อไปได้ โดยนายเลิศศักดิ์กำชับให้สมาชิกหารือร่วมกัน
.

.
ปชน. ข้องใจงบฯ พัฒนาฝีมือแรงงานสงขลา 16.5 ล้าน อุปกรณ์ไม่ตรงใบเสนอราคา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5882636
.
ปชน. กังขางบสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานฯ สงขลา เอกสารของหน่วยงานไม่ตรงกับใบเสนอราคา 8 รายการ อึ้ง ชุดฝึกรถยนต์ไฟฟ้าแต่กลับมีอุปกรณ์รถยนต์สันดาป สภาฯ ส่อลากยาวงบฯ 70 พิจารณาไม่ทันตามกำหนดเดิม เหตุ ส.ส. ต่อคิวอภิปรายเพียบ จ่อประชุม 10 ก.ย.เพิ่ม
.
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 9 กันยายน นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปราย ว่า ขอปรับลดงบประมาณกรมพัฒนาฝีมือแรงงงาน เนื่องจากถูกใช้ไปอย่างไม่มีแผนชัดเจน ตัวเลขความคุ้มค่าต่างๆ ไม่ชัดเจน อาทิ โครงการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 12 จังหวัดสงขลา ในส่วนชุดอบรมเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า วงเงิน 16.5 ล้านบาท เอกสารโครงการมีจำนวนไม่ตรงกัน เช่น ชุดฝึกเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เอกสารของหน่วยงานกำหนดไว้ 1 ชุด แต่ใบเสนอราคา กลับคิดมา 3 ชุด เครื่องมือสำหรับตรวจสอบสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เอกสารกำหนดไว้ 1 ชุด แต่ใบเสนอราคา กำหนดไว้ 2 ชุด ตนตรวจพบปัญหาแบบเดียวกัน 8 รายการ คิดเป็นเงินจากจำนวนที่เกินมาทั้งสิ้น 501,000 บาท ปัญหานี้ไม่ได้เกิดปัญหาจากใบเสนอราคาของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่เกิดเหมือนกันในใบเสนอราคาทั้ง 4 ฉบับที่แนบประกอบมาให้อนุฯกมธ.ครุภัณฑ์
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่