🚨 2 สารอาหารที่หลายคน “คิดว่ากินพอ” 🥩🥬 แต่จริง ๆ อาจยังไม่ถึง ⚠️

หลายคนตั้งใจดูแลสุขภาพ กินอาหารครบมื้อ เลือกอาหารดีขึ้น และคิดว่าน่าจะได้รับสารอาหารเพียงพอแล้วค่ะ แต่ในความเป็นจริง ยังมีสารอาหารพื้นฐาน 2 อย่างที่หลายคน “รู้ว่าสำคัญ” แต่กลับได้รับไม่ถึงในแต่ละวันค่ะ

นั่นคือ “โปรตีน” และ “ไฟเบอร์”

สองอย่างนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น เพราะเกี่ยวข้องทั้งกับมวลกล้ามเนื้อ ระบบขับถ่าย ระบบเผาผลาญ และสุขภาพของจุลินทรีย์ในลำไส้ค่ะ


🥩 1. โปรตีน — รู้ว่าสำคัญ แต่กินจริงอาจยังไม่ถึง
ทุกวันนี้คนเริ่มให้ความสำคัญกับโปรตีนมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องดีค่ะ เพราะโปรตีนไม่ได้มีไว้สำหรับคนเล่นกล้ามเท่านั้น แต่ยังเป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ รวมถึงช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ ซึ่งยิ่งสำคัญขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้นค่ะ

📝 ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมไม่ได้มีตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับอายุ น้ำหนัก สุขภาพ และระดับการออกกำลังกาย
ตัวอย่างเช่น คนที่ออกกำลังกายและตั้งเป้าโปรตีนประมาณ 1.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หากหนัก 50 กิโลกรัม ก็จะต้องได้โปรตีนประมาณ 80 กรัมต่อวันค่ะ
📍 ฟังดูเหมือนไม่เยอะ แต่พอต้องกินให้ถึงจากอาหารจริง ๆ ทุกวัน ก็อาจไม่ง่ายค่ะ
เพราะเนื้อสัตว์หรือปลาประมาณ 100 กรัม โดยทั่วไปให้โปรตีนราว 20–30 กรัม ดังนั้นถ้าจะพึ่งเนื้อสัตว์อย่างเดียวให้ถึงเป้าทุกวัน บางคนอาจต้องกินในปริมาณค่อนข้างมากค่ะ

💡 วิธีที่ทำได้จริงกว่าคือ กระจายโปรตีนจากหลายแหล่ง เช่น ไข่ ปลา นม เต้าหู้ ถั่ว และเนื้อสัตว์
ส่วนวันที่กินจากอาหารไม่ถึง โปรตีนชงดื่มหรือโปรตีนพร้อมดื่มก็สามารถใช้เป็น “ตัวช่วยเสริม” ได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งอย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ


🥬 2. ไฟเบอร์ — ตัวที่หลายคนขาดโดยไม่รู้ตัว
อีกอย่างที่มักถูกมองข้ามคือ “ไฟเบอร์”
โดยทั่วไปเราควรได้รับใยอาหารประมาณ 25–30 กรัมต่อวัน แต่ในชีวิตจริง หลายคนกินผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสีน้อยเกินไป ทำให้ได้รับไฟเบอร์ไม่ถึงค่ะ

ปัญหาคือ หลายคนคิดว่าไฟเบอร์มีหน้าที่แค่ช่วยเรื่องขับถ่าย
แต่จริง ๆ แล้ว ไฟเบอร์บางชนิดยังเป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสุขภาพหลายระบบของร่างกายค่ะ

ดังนั้น การดูแลลำไส้จึงไม่ได้มีแค่เรื่อง “กินโปรไบโอติก” เท่านั้น แต่ต้องมีอาหารให้จุลินทรีย์เหล่านั้นด้วย และอาหารของจุลินทรีย์ที่หลายคนอาจเคยได้ยิน ก็คือ “พรีไบโอติก” ค่ะ

🥗 แล้วจะเพิ่มไฟเบอร์ให้ถึงได้อย่างไร?
ไม่จำเป็นต้องนั่งคำนวณทุกมื้อค่ะ ลองเริ่มจาก 3 วิธีง่าย ๆ

1️⃣ เพิ่มผักให้ได้ประมาณครึ่งหนึ่งของจาน
ไม่ว่าจะกินข้าวกะเพรา ข้าวมันไก่ หรืออาหารจานเดียว ลองเพิ่มผักเข้าไปอีกสักหน่อยให้เป็นนิสัย นอกจากผักแล้ว ไฟเบอร์ยังได้จากผลไม้ทั้งผล ถั่ว เมล็ดพืช และธัญพืชไม่ขัดสีด้วยค่ะ

2️⃣ ถ้ากินผักเยอะ ๆ ไม่ไหว ลองใช้วิธีปั่น
การนำผักหลายสี หลายชนิดมาปั่นรวมกัน อาจช่วยให้กินผักได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าต้องการไฟเบอร์ ควรปั่นทั้งเนื้อและไม่กรองกากออกค่ะ

3️⃣ เพิ่มอาหารที่มีพรีไบโอติก
พรีไบโอติกคือสารที่จุลินทรีย์ดีในลำไส้สามารถนำไปใช้เป็นอาหารได้ ตัวอย่างที่พบได้บ่อย เช่น Inulin, FOS, GOS และ XOS เราสามารถได้จากอาหาร หรือในบางคนอาจใช้พรีไบโอติกเสริมเป็นตัวช่วยค่ะ
แต่ควรค่อย ๆ เพิ่ม ไม่จำเป็นต้องเริ่มในปริมาณมาก เพราะถ้าได้รับมากเกินไปในช่วงแรก อาจทำให้ท้องอืด แน่นท้อง หรือผายลมมากขึ้นได้ค่ะ


🌱 ลองเช็กง่าย ๆ ค่ะว่า วันนี้เราได้ “โปรตีน” และ “ไฟเบอร์” เพียงพอหรือยัง?
เพราะถึงจะรู้ว่าสำคัญ แต่ในชีวิตจริง หลายคนก็ยังทำให้ถึงได้ยากค่ะ
หลักคือ พยายามให้ได้จากอาหารธรรมชาติเป็นหลัก และถ้ายังไม่ถึง โปรตีนหรือไฟเบอร์เสริมก็สามารถเป็น “ตัวช่วย” ได้ค่ะ


ที่มา : อย่าฝากชีวิตไว้กับหมอ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่