[CR] รีวิว "Hono Yakiniku" บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นเสิร์ฟวัตถุดิบเกรดพรีเมียมกว่า 200 เมนูใจกลางสยามเริ่มต้นที่คนละ 599++

แวะช็อปปิ้งห้างสรรพสินค้าสวมบทบาทวัยรุ่นแถวสยามปัจจุบันมีเหล่าร้านอาหารเปิดใหม่แนวคิดน่าสนใจเพียบแต่สำหรับวันนี้เราขอเลือกเพียงหนึ่งแบรนด์ซึ่งเป็นกระแสถูกพูดถึงบนโลกโซเชียลบ่อยๆได้แก่ "Hono Yakiniku" ほの 焼肉 (โฮโนะยากินิคุ) โดดเด่นเรื่องปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นใช้เฉพาะวัตถุดิบนำเข้าเกรดพรีเมียมกว่า 200 เมนูทานไม่อั้นตลอด 01:45 ชั่วโมง เริ่มต้นคนละ 599 บาท++ (ยังไม่รวม Vat. 7% และ Service Charge 10%) โดยเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนมิถุนายน 69 แต่ได้คะแนนรีวิวสูงถึง 4.8 ดาวจากจำนวนลูกค้ากว่า 100 ท่านแสดงถึงความอร่อยเด็ดไม่ธรรมดา วิธีเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะแนะนำ BTS สายสีเขียวลงสถานีสยามประตูทางออก 1 เข้าสะพานเชื่อมมุ่งสู่ Siam Center จุดหมายตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ฝั่งหน้าบันไดเลื่อนใกล้ลานกิจกรรมน้ำพุของพารากอนพอดีหาไม่ยากอย่างที่คิด ถ้าขับรถเองอย่าลืมเก็บใบเสร็จเมื่อรับประทานครบ 500-4,000 บาทไปลงทะเบียนตรงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้านล่างเพื่อขอรับสิทธิ์จอดนานสูงสุด 4-8 ชั่วโมง (กดเพื่อชมรายละเอียดบนเว็บไซต์ของ One Siam : https://citly.me/Yv0AX) เห็นสัญลักษณ์ 炎 แปลว่าเปลวไฟแบบนี้ก็แสดงว่าเราถึงแล้วครับ


ก่อนเข้าสู่ภายในร้านน้องพนักงานช่วยอธิบายเรื่องราคาและเงื่อนไขต่างๆโดยคอร์สปิ้งย่างของแบรนด์ "Hono Yakiniku" จัดแบ่งออกเป็น 5 ระดับทั้ง 1. Akari 599 ฿++ (705 Net.) 2. Kaori 799 ฿++ (940 Net.) 3. Takumi 1,199 ฿++ (1,411 Net.) 4. Kiwami 1,499 ฿++ (1,764 Net.) คอร์สแพงสุด 5. Hono 1,999 ฿++ (2,352 Net.) เด็กเล็กมีส่วนสูงไม่เกิน 1 เมตรกินฟรี ระหว่าง 100-120 เซนติเมตรต้องชำระ 352 > 470 > 705 > 882 และ 1,176 สุทธิตามลำดับ สามารถสั่งอาหารได้ตลอด 90 นาทีเสร็จแล้วก็นั่งฟินต่อจนครบ 01:45 ชั่วโมง ผ่านโถงทางเดินตกแต่งบรรยากาศสไตล์ Luxury Japanese Style เน้นเรียบง่ายหรูหราใช้งานได้จริงตามปรัชญาเซนแต่ละโต๊ะรองรับลูกค้าได้ประมาณ 4-6 คน ถ้ากลุ่มใหญ่กว่านั้นแนะนำโทรจองล่วงหน้าเหมาแยกโซนไม่ต้องรบกวนคนอื่น โดดเด่นด้วยแสงฝั่งหน้าต่างผสมผสานหลอด LED บนฝ้าขนาดใหญ่ให้ความรู้สึกเหมือนสตูดิโอถ่ายภาพหรือวิดีโอยังไงผิวก็สวยขาวนวลละมุนถูกใจเหล่าสาวๆตรงกลางวางตุ๊กตามาสคอต "น้องโฮโนะ" ลักษณะดั่งก้อนแดงขาสั้นคล้ายสุนัขดวงตากลมโตคิ้วสีน้ำเงินจมูกโตเขียนสัญลักษณ์ไฟที่หน้าผากดูน่ารักไปอีกแบบครับผม




เลือกโต๊ะที่เราอยากนั่งให้เรียบร้อยสำรวจเตาย่างยากินิคุตรงกลางเป็นระบบขดลวดไฟฟ้ามีสวิตช์เปิด-ปิดปรับระดับความแรงซ่อนอยู่ข้างๆไม่ซับซ้อนเรียนรู้ไม่นานใช้งานสะดวก เตรียมอุปกรณ์พื้นฐานเอาไว้ครบทั้งจานแบ่งส่วนตัว/ถ้วยใส่น้ำจิ้มสลับเกลือ/ตะเกียบไม้/หลอดพลาสติกชนิดใช้แล้วทิ้ง/แก้วน้ำพร้อมกระดาษรองสีแดง,น้ำเงินพิมพ์ลวดลายญี่ปุ่นให้ความรู้สึกหรูหรา สำหรับวันนี้ผมกับแฟนขอเลือกคอร์สระดับสูงสุดนั่นคือ HONŌ ท่านละ 1,999 บาท++ (2,352 Net.) ออเดอร์ได้ทุกอย่างกว่า 200 รายการไฮไลท์เด็ดห้ามพลาดเช่น เนื้อคุโรเกะวากิว A4 / ปูทาระบะสด / หมูไอเบอริโก้สเปน / ปลาทูน่าครีบน้ำเงินโอโทโร่,ชูโทโร่,อากามิ / มาได / ชิมะอาจิ / เป๋าฮื้ออาวาบิ / อูนิสายพันธุ์บาฟุน / ตับปลาอังโกะ / ไข่แซลมอนอิคุระ / โฮตาเตะ / อามะเอบิ / ปูหิมะซูไว / โฮตารุอิกะหรือปลาหมึกหิ่งห้อย / ฟัวกราส์ / อุนางิ / ฮามาจิ / แซลมอน แล่ปรุงจัดเสิร์ฟเป็นซูชิ,ซาชิมิ,อูซูสึกุริ,แฮนด์โรลสาหร่าย,มินิดงบุริและอาหารทานเล่นอื่นๆกดเพื่อชมเล่มฉบับออนไลน์ที่ลิงก์นี้ > https://citly.me/XwsMq < วิธีสั่งต้องสแกน QR Code ส่งถึงห้องครัวเมื่อรับประทานเสร็จแล้วหยิบใบแจ้งเวลาไปชำระเงินตรงเคาน์เตอร์แคชเชียร์ด้านหน้าร้านครับ




จุดเด่นของแบรนด์ "Hono Yakiniku" แม้จะเพิ่งเปิดใหม่ไม่นานนักแต่พยายามสร้างความแตกต่างจากร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นเจ้าอื่นๆในประเทศไทยนั่นก็คือเรื่องน้ำจิ้มสามารถเลือกฟินได้ 5 สูตรนั่นก็คือ 1. Yakiniku บาร์บีคิวดั้งเดิมธรรมดาคุ้นเคย 2. Hono Sauce สำหรับปิ้งย่างข้นผลไม้หอมน้ำมันงาชัด 3. Miso Dare มิโซะชนิดเข้มข้นไว้ห่อผักกับเนื้อก่อนนำเข้าปาก 4. Sushi Sashimi Shoyu ซีอิ๊วโชยุฉบับโฮมเมดสำหรับจิ้มปลาดิบซูชิแตะวาซาบิอูมามิฉุนขึ้นจมูก 5. Amakuchi Shoyu หวานปนเค็มกลมกล่อมเหมาะดองไข่แดงก่อนจุ่มเนื้อย่างหรือปรับใช้เสริมรสชาติเมนูอื่นตามสะดวก แล้วยังนำเกลือสมุทรเกรดพรีเมียมเหมือนภัตตาคารเทมปุระชื่อดังมาไว้บนโต๊ะให้เราลองชิมถึง 4 แบบทั้ง 1. Truffle Salt เกล็ดหยาบผสมสีดำจากเห็ดทรัฟเฟิลแท้ 100% 2. Yuzu Salt ผงบดละเอียดสีเหลืองหอมเปลือกส้มยูซุธรรมชาติ 3. Matcha Salt สีเขียวสดใสเทียบชั้นพิธีการติดขมช่วงปลายลิ้นชวนซับซ้อนล้ำลึกอธิบายยาก 4. Wasabi Salt ฉุนเบาบางสดชื่นไม่หนักหน่วงเกินเข้ากันดีกับเนื้อวากิวญี่ปุ่นไขมันแทรกเยอะๆตัดเลี่ยนช่วยให้กินต่อได้อีกยาวนานเปลี่ยนยากินิคุที่คุ้นเคยตลอดให้พิเศษยิ่งขึ้นใครเห็นก็ต้องอยากลองบ้างแน่นอน


วันนี้เราตั้งใจเลือกคอร์สแพงสุดระดับ HONŌ ท่านละ 1,999 ฿++ (2,352 Net.) เพราะอยากจะลองกินเมนูนี้ให้ได้นั่นก็คือ "A4 Kuroge Wagyu Rib Rosu" ส่วนริบอายสไตล์ภัตตาคารสเต็กเฮาส์พรีเมียมแทรกไขมันสลับคอลลาเจนลายหินอ่อนสวยอลังการสมกับเป็นเกรดคัดพิเศษสไลซ์แผ่นใหญ่หนาประมาณ 0.3 เซนติเมตร ขึ้นชื่อว่าราชาแห่งวัวขนดำ-เขาสั้นสายพันธุ์คุโรเกะเลี้ยงในฟาร์มโดยควบคุมมาตรฐานเรื่องความสะอาดอย่างเคร่งครัดจนได้รับเครื่องหมาย "วากิวสากล" จากสมาคมการค้าประเทศญี่ปุ่นการันตีคุณภาพสินค้าก่อนส่งออกไปทั่วโลก จัดเสิร์ฟหนึ่งจานจำนวนสองชิ้นยักษ์วางเรียงซ้อนกันแทบเต็มภาชนะมาพร้อมไข่แดงไก่แบรนด์โมริทามะแม้รับประทานดิบยังปลอดภัยต่อสุขภาพแช่ดองซีอิ๊วโชยุหวานเข้มข้นเข้าเนื้อดี เอื้อมมือเปิดสวิตช์เตาย่างระบบขดลวดไฟฟ้าข้างโต๊ะปรับเร่งระดับแรงรอผิวด้านนอกกรอบเกรียมแต่ข้างในยังคงความชุ่มฉ่ำสีอมชมพูเล็กน้อยจิ้มซอส Amakuchi Shoyu หวานเค็มนัวไข่แดงฉบับคลาสสิกเคี้ยวเต็มคำไหลลื่นลงคอ ถ้ารู้สึกว่ารสชาติค่อนข้างรุนแรงเกินสามารถปรับเปลี่ยนโดยวางบนข้าวสวยโคชิฮิคาริ-โรยเกลือสมุทรไม่ซ้ำกันถึง 4 ชนิดสัมผัสกลิ่นหอมตามธรรมชาติก็ฟินอีกแบบครับผม




ถ้ารู้สึกว่ารายการก่อนหน้านี้เสิร์ฟแผ่นใหญ่เกินไปบนโต๊ะเตรียมกรรไกรให้ลูกค้าตัดแบ่งเป็นขนาดกำลังพอดีคำนอกจากนี้ยังมีเนื้อวัวส่วนอื่นที่ห้ามพลาดบนคอร์สบุฟเฟ่ต์ระดับสูงอีกเพียบทั้ง "A4 Kuroge Wagyu Sankaku Bara" บริเวณซี่โครงส่วนปลายใกล้พื้นท้องถัดใต้สันคอก่อนจะถึงสามชั้นขอบไขมันเด่นชัดพร้อมแทรกลายละเอียดหินอ่อนสวยงามเท่ากันทุกอณูเหมาะสำหรับคนชอบความนุ่มคีบเข้าปากละลายหายทันทีแทบไม่ต้องออกแรงเคี้ยว / "A4 Kuroge Wagyu Rump" ส่วนสะโพกต้องเคลื่อนไหวเยอะปกติต้องเหนียวแต่เนื่องจากวิธีการขุนด้วยธัญพืชเวลานานตามมาตรฐานของฟาร์มในประเทศญี่ปุ่นก่อนวางจำหน่ายยังคงความฉ่ำเคี้ยวสนุกรสชาติเข้มข้นชัดเจนเอ็นคอลลาเจนธรรมชาติย่างบนเตาไฟฟ้าให้แค่พอสุกสีอมชมพูเล็กน้อย สลับความอร่อยเรื่อยๆไม่รู้สึกเบื่อด้วยน้ำจิ้ม 3 สูตรได้แก่ 1. Yakiniku ต้นตำรับบางเบาแทบไม่รบกวนความดั้งเดิมเติมพริกขี้หนู,กระเทียมสับ,น้ำมะนาวนิดหน่อยเรียบง่ายแสนคุ้นเคย 2. Hono คล้ายอันแรกแต่เหมือนเพิ่มผลไม้บดละเอียดลงไปจึงสัมผัสแน่นน้ำมันงาเด่นชัดเจนตอบโจทย์คนที่ชื่นชอบความจัดจ้าน 3. Miso Dare มิโซะหวานนัวห่อผักตามด้วยกิมจิยัดใส่ปากคำโตอร่อยเด็ดสุด




กลัวว่าฟาดเนื้อชั้นดียังไม่คุ้มนั่งไปสักพักเดี๋ยวต้องเลี่ยนจุกแน่นอนก็ต้องลองเปลี่ยนส่วนอื่นซึ่งคุณภาพพรีเมียมไม่แพ้กันโดยลดไขมันน้อยลงปรับเปลี่ยนให้หลากหลายด้วย "A4 Kuroge Wagyu Uchi Momo" บริเวณสะโพกใกล้สันหลังยังเกิดการขยับร่างกายนิดหน่อยติดเอ็นคอลลาเจนเหนียวน้อยกว่าช่วงรัมพ์ปกติค่อนข้างลีนแดงโปรตีนสูงตอบโจทย์สายนักกล้ามแต่เมื่อขึ้นชื่อว่าราชาแห่งวัวสายพันธุ์คุโรเกะขนดำสนิทก็ต้องติดมันนิดหน่อยพอเคี้ยวแล้วอร่อยนุ่ม / "A4 Kuroge Wagyu Harami" ส่วนกะบังลมกั้นระหว่างช่องอกและท้องบางคนเรียกว่าขั้วตับเพราะเส้นยาวล้อมรอบเครื่องในเอาไว้ปกตินิยมเอาไปตุ๋นจนเปื่อยดีเมื่อย่างกลับเหนียวหนึบสู้ฟันรสชาติเข้มข้นอร่อยเพลินอีกแบบจึงเป็นอีกจานที่ได้รับความนิยมตามร้านยากินิคุ สั่ง "ข้าวสวยญี่ปุ่น" / "ข้าวผัดกระเทียม" / "กิมจิเกาหลี" / "ใบผักกรีนคอส" / "ซุปมิโซะวากาเมะ" / "กระเทียมเสียบไม้" ไว้ฟินคู่กับเนื้อจิ้มเกลือถึง 4 สูตรเช่น 1. Truffle Salt เกล็ดหยาบผสมสีดำจากเห็ดทรัฟเฟิลแท้ 2. Yuzu Salt ผงละเอียดสีเหลืองสวยจากเปลือกส้มยูซุธรรมชาติ 3. Matcha Salt สีเขียวขมปลายลิ้นซับซ้อนล้ำลึกอธิบายยาก 4. Wasabi Salt ฉุนเบาสดชื่นแต่หยุดกินต่อไม่ได้




******* เกิน 10,000 ตัวอักษร ขออนุญาตเขียนรีวิวต่อในช่อง Comment แทนนะครับ *******
ชื่อสินค้า:   Hono Yakiniku Siam Center ชั้น 2
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่