ภรรยาไปต่างประเทศบ่อย ติดต่อยากผิดปกติ เจอชุดชั้นในแบบนี้ ผมควรสงสัยไหมครับ?

ขอปรึกษาและขอความคิดเห็นจากคนที่มีประสบการณ์หรือเคยเจอสถานการณ์ใกล้เคียงครับ เพราะตอนนี้ผมค่อนข้างสับสน ไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดมากไป หรือมีเหตุให้สงสัยจริง ๆ
ผมคบกับภรรยาและแต่งงานกันมารวมประมาณ 14 ปี ช่วงประมาณ 4–5 ปีหลัง ความสัมพันธ์ค่อนข้างห่างเหินลง ไม่ค่อยหวานเหมือนเมื่อก่อน และมีความสัมพันธ์กันน้อยมาก
ช่วงประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ภรรยาเดินทางไปต่างประเทศบ่อยขึ้น ประมาณทุก 3 เดือน เช่น จีน ฮ่องกง เกาหลี ไต้หวัน
ทุกครั้งภรรยาบอกว่าไปกับกลุ่มเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมไม่เคยเจอเพื่อนกลุ่มนี้เลยแม้แต่คนเดียว ไม่เคยรู้จักหรือมีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนกลุ่มนี้จริง ๆ จึงไม่สามารถรู้ได้ว่าเวลาเดินทางแต่ละครั้ง ภรรยาไปกับเพื่อนกลุ่มนี้จริงหรือไม่
สิ่งที่ทำให้ผมเริ่มรู้สึกผิดปกติมากขึ้นคือ เวลาภรรยาเดินทาง ผมติดต่อได้ยากมาก ทั้งที่ปกติภรรยาเป็นคนติดโทรศัพท์มาก โทรหรือไลน์หากันแทบตลอด
แต่พอเดินทางต่างประเทศ กลับไม่ค่อยรับสาย ติดต่อยากมาก และบางครั้งแทบไม่โทรกลับเลย ซึ่งแตกต่างจากพฤติกรรมปกติของเขาค่อนข้างชัดเจน
อีกอย่างคือ ปกติภรรยาเล่นโซเชียลอยู่บ้าง แต่เวลาไปต่างประเทศกลับแทบไม่ลงรูปหรือรายละเอียดของทริปเลย ทำให้ผมไม่ค่อยรู้ว่าไปไหน ทำอะไร หรือไปกับใครบ้าง
สองครั้งล่าสุด หลังจากภรรยากลับจากต่างประเทศ ผมบังเอิญเจอจีสตริงและชุดชั้นในที่ค่อนข้างหวือหวามากๆ โดยเฉพาะรอบสุดท้ายนี้ อยู่ในสัมภาระ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่ค่อยเคยเห็นมาก่อน
ผมจึงเริ่มเอาหลาย ๆ เรื่องมาปะติดปะต่อกัน ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ที่ห่างเหิน การเดินทางต่างประเทศที่ถี่ขึ้น การติดต่อที่ยากผิดปกติ การไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องทริป และเรื่องชุดชั้นในที่ผมบังเอิญเจอ
ผมยอมรับว่าทั้งหมดนี้ทำให้ผมเริ่มสงสัยว่าอาจมีอะไรบางอย่างที่ผมไม่รู้ หรืออาจมีบุคคลที่สาม แต่ผมยังไม่มีหลักฐานว่าภรรยามีคนอื่น และไม่อยากกล่าวหาเธอโดยไม่มีหลักฐาน
ผมจึงอยากได้ความคิดเห็นจากคนนอกจริง ๆ ว่า สิ่งที่ผมสงสัยมีเหตุผลหรือไม่ หรือจริง ๆ แล้วพฤติกรรมทั้งหมดสามารถอธิบายด้วยเหตุผลอื่นได้
ในช่วงเดียวกันนี้ ยังมีเรื่องของพ่อผมเข้ามาพร้อมกันด้วย
พ่อผมอายุ 84 ปี มีโรคหลอดเลือดสมองอยู่เดิม แต่ปกติยังค่อนข้างแข็งแรงและช่วยเหลือตัวเองได้
ช่วงนี้พ่อเกิดล้มป่วยและต้องนอนโรงพยาบาลมาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว จากเดิมที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้ ตอนนี้เริ่มช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และต้องมีคนดูแลมากขึ้น
หลาย ๆ เรื่องจึงเกิดขึ้นพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งเรื่องพ่อ เรื่องชีวิตคู่ เรื่องลูก และเรื่องการเงิน ทำให้ช่วงนี้ผมค่อนข้างเครียดและสับสน และเริ่มต้องคิดจริงจังว่า ถ้าชีวิตคู่ไปต่อไม่ได้ ผมควรจัดการชีวิตตัวเองและเตรียมตัวอย่างไร
อีกเรื่องที่ทำให้ผมกังวลมากคือเรื่องการเงินและธุรกิจของครอบครัว
บริษัทถูกจัดตั้งหลังแต่งงาน ภรรยาเป็นกรรมการผู้จัดการและผู้ถือหุ้นเพียงคนเดียว ผมไม่มีชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นเลย แม้จะทำงานและมีส่วนร่วมในธุรกิจมาตลอด
เงินเดือนที่ผมได้รับอยู่ประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน และแต่ละเดือนผมต้องสำรองค่าใช้จ่ายภายในบ้านหลายอย่างไปก่อน แล้วค่อยมาเคลียร์กันตอนสิ้นเดือน ทำให้แทบไม่มีเงินเก็บส่วนตัว
ประมาณ 3 ปีก่อน ผมเคยเห็นยอดเงินในบัญชีบริษัทโดยบังเอิญ อยู่ประมาณ 30 ล้านบาท แต่หลังจากนั้นผมไม่ได้เห็นข้อมูลทางการเงินของบริษัทอีกเลย และภรรยาก็ไม่เคยเปิดให้ผมดูอย่างเป็นทางการ
ทรัพย์สินที่มีตอนนี้มีบ้านที่กู้ร่วมกัน และรถคนละคัน โดยรถทั้งสองคันซื้อด้วยเงินจากบัญชีบริษัท
ช่วงต้นปีเราเคยทะเลาะกันอย่างรุนแรงเรื่องเงินจนเกือบแยกทางกัน
ครั้งนั้นผมตัดสินใจใจแข็งเป็นครั้งแรก จากที่ไม่เคยกล้าพูดเรื่องนี้เลย ผมบอกภรรยาไปว่า ถ้าจะเลิกกันก็ต้องแฟร์กับผมด้วย
ตอนนั้นภรรยาเสนอเงินประมาณ 3.5 ล้านบาท พร้อมรถหนึ่งคัน หากผมยอมแยกทาง
ผมยังไม่ได้ตกลง เพราะผมไม่คิดว่าเงินจำนวนนี้เหมาะสม และที่สำคัญคือผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทรัพย์สินทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างการแต่งงานมีอะไรบ้าง
สิ่งที่ผมรู้คือ ประมาณ 3 ปีก่อนผมเคยเห็นยอดเงินในบัญชีบริษัทประมาณ 30 ล้านบาท แต่หลังจากนั้นผมไม่มีข้อมูลว่าปัจจุบันมีทรัพย์สินหรือเงินอยู่เท่าไร
ผมจึงลองหาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิของตัวเองมาบ้าง และบอกภรรยาไปว่า ถ้าหากต้องเลิกกันจริง ๆ ทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสน่าจะต้องแบ่งกันคนละครึ่งไม่ใช่หรือ
หลังจากผมพูดประโยคนี้ ภรรยาเงียบไปเลย ไม่ได้ตอบอะไร
แต่หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ เรากลับมาคุยกันและกลับมาดีกัน โดยหลัก ๆ เพราะเราต้องพูดคุยกันเรื่องลูก
อย่างไรก็ตาม ในใจผมยังอดคิดไม่ได้ว่า หรือจริง ๆ แล้วภรรยาอาจกังวลว่าจะต้องเสียทรัพย์สินจำนวนมาก หากเราแยกทางกัน
ผมไม่รู้ว่าความคิดนี้ถูกหรือผิด และไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง จึงอยากได้มุมมองจากคนนอกว่า ปฏิกิริยาของภรรยาในตอนนั้นควรตีความอย่างไร หรือไม่ควรเอามาคิดอะไรเลย
ตอนนี้ผมจึงมีคำถามอยู่ 2 เรื่องครับ
เรื่องความสัมพันธ์
จากพฤติกรรมทั้งหมดที่ผมเล่ามา ทุกคนมองว่าอย่างไรครับ
ถ้าเป็นคุณเจอสถานการณ์แบบนี้ จะเริ่มสงสัยเหมือนผมหรือไม่?
การที่ภรรยาเดินทางต่างประเทศประมาณทุก 3 เดือน โดยบอกว่าไปกับกลุ่มเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยที่ผมไม่เคยพบ การติดต่อได้ยากผิดปกติระหว่างเดินทาง การไม่ค่อยลงรูปหรือเปิดเผยรายละเอียดของทริป รวมถึงการที่ผมบังเอิญเจอชุดชั้นในลักษณะที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
เมื่อรวมกับความสัมพันธ์ของเราที่ห่างเหินกันมาหลายปี ทุกคนคิดว่ามันมีเหตุให้สงสัยมากน้อยแค่ไหนครับ?
หรือมีคำอธิบายอื่นที่เป็นไปได้ ซึ่งผมอาจกำลังมองข้ามอยู่?
ถ้าเป็นคุณ คุณจะคุยกับภรรยาตรง ๆ ถึงสิ่งที่สงสัยไหม หรือควรรอดูสถานการณ์และหาข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน?
ผมไม่อยากกล่าวหาเธอว่ามีชู้ถ้ายังไม่มีหลักฐาน แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากหลอกตัวเองหรือปล่อยให้ตัวเองอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่รู้ความจริง
เรื่องการเตรียมตัว หากสุดท้ายต้องแยกทางกัน
ในกรณีที่บริษัทถูกจัดตั้งขึ้นหลังแต่งงาน ภรรยาเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการเพียงคนเดียว ส่วนผมไม่มีชื่อในบริษัท แต่ทำงานและมีส่วนร่วมในธุรกิจมาตลอด
ผมควรตรวจสอบหรือเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เพื่อให้รู้ว่าทรัพย์สินที่เกิดขึ้นระหว่างการแต่งงานมีอะไรบ้าง และผมมีสิทธิในส่วนไหน?
โดยเฉพาะเรื่องบริษัท เงินในบัญชีบริษัท รถยนต์ บ้าน รวมถึงทรัพย์สินอื่น ๆ ที่อาจมีอยู่แต่ผมยังไม่ทราบ
ข้อเสนอเงิน 3.5 ล้านบาทพร้อมรถหนึ่งคันที่ภรรยาเคยเสนอ หากผมยอมแยกทาง ในมุมมองของทุกคนถือว่าเป็นข้อเสนอที่ควรพิจารณาหรือไม่ หรือผมควรตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมดและปรึกษาทนายก่อนที่จะตกลงอะไร?
ผมควรเตรียมตัวเรื่องเอกสารหรือข้อมูลอะไรไว้ล่วงหน้า โดยที่ไม่ทำให้สถานการณ์ในครอบครัวแย่ลงกว่าเดิม?
ผมไม่ได้ต้องการให้ทุกคนช่วยตัดสินว่าภรรยามีชู้ หรือใครผิดใครถูก เพราะตอนนี้ผมเองก็ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด
ผมแค่อยากได้มุมมองจากคนนอก โดยเฉพาะคนที่เคยผ่านเรื่องความสัมพันธ์ การนอกใจ การแยกทาง หรือปัญหาทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยา
ตอนนี้ผมมีทั้งเรื่องภรรยา เรื่องลูก เรื่องธุรกิจ เรื่องทรัพย์สิน และเรื่องพ่อที่กำลังป่วยเข้ามาพร้อม ๆ กัน จึงยอมรับว่าค่อนข้างสับสน
ผมไม่ได้อยากรีบตัดสินใจว่าจะหย่าหรือไม่หย่า แต่อยากเข้าใจสถานการณ์ให้ชัดเจน และเตรียมตัวให้พร้อมทั้งในกรณีที่เรายังไปต่อกันได้ และในกรณีที่ท้ายที่สุดต้องแยกทางกัน
ถ้าเป็นคุณอยู่ในสถานการณ์เดียวกับผม คุณจะรับมือเรื่องนี้อย่างไรครับ?
ควรเริ่มจากการคุยกับภรรยา หาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ หรือควรเตรียมเรื่องทรัพย์สินและสิทธิของตัวเองไว้ก่อนเผื่อสุดท้ายต้องแยกทางกัน?
ขอความคิดเห็นแบบตรง ๆ ได้เลยครับ ผมพร้อมรับฟังทุกมุมมองครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่