เราขอเล่าเรื่องของเรานะคะ เราอายุมากกว่าสามี 4 ปี ตอนแต่งงานสามีก็รู้ว่าเราอายุมากกว่า แต่งงานกันมา 6 - 7 ปี เรามีภาวะเกี่ยวกับ ปจด. ไม่มาตามกำหนด เวลามาก็จะมีมากมายแทบไปไหนไม่ได้เลย ต้องใช้ยาอยู่ 1 ปี พอไปตรวจอีกครั้งก็พบเนื้องอกขนาดค่อนข้างใหญ่ที่กล้ามเนื้อมดลูก คุณหมอก็เลยให้คุยกันว่าจะแก้ไขยังไง ทางเลือกมี 2 ทาง 1. ถ้าเลือกอยากจะมีลูกให้ตัดเลาะเนื้องอกและเอามดลูกไว้ (แต่เนื้องอกจะกลับมาอีก) 2. ตัดทิ้งจบปัญหา สรุปสามีเลือกให้ตัดเลย เราก็เลยไม่มีมดลูกมา 10 ปีแล้ว ** ในระหว่างที่อยู่ด้วยกันช่วงต้น สามีไม่เคยมีความสนใจเรื่องลูกเลย ไม่สนใจเรื่องวันไข่ตก หรือพยายามจะต้องมีให้ได้ ไม่เคยลุ้นว่าเราจะมี ปจด. ไหม พอ ปจด. เราขาดก็แค่เราตรวจแล้วบอกว่าไม่มีก็จบ ไม่มีอาการผิดหวังอะไร **
10 ปีหลังจากตัดมดลูกก็ปกติชีวิตไม่มีอะไร พอมากลางปีนี้ เค้ามาบอกเราว่าอยากมีลูก เราอึ้งนะ เรา 50 แล้ว มดลูกก็ไม่มี พอถามสามีเค้าก็บอกเราไม่ผิด เค้าผิดเอง เค้าเห็นแก่ตัว ไม่รู้จะทำยังไง ใน 1 เดือนที่ผ่านมาเค้าก็กลับไปกลับมา จะมี ไม่มี จะไป ไม่ไป 4 - 5 ครั้ง จนมาสุดท้ายเค้าบอกว่าขออยู่คนเดียว ขอเป็นอิสระมีพื้นที่ของตัวเอง และขอดูแลเราแบบกัลยาณมิตร เราก็ตกลงนะ โดยระหว่างนี้เค้าก็อยู่ กทม.คนเดียว เสาร์ - อาทิตย์ ไม่ต้องกลับเพื่อความสบายใจจะได้ไม่กดดันที่ต้องมาเจอเรากับครอบครัวเรา แต่การดูแลที่เค้าบอกเรายังไม่เห็นเลย เค้าบอกว่าก็ไลน์หาวันละครั้ง (ส่งสวัสดีตอนเช้า) โทรหาวันละ 2 ครั้งๆ ละ สั้นๆ ไม่เกิน 5 นาที บางที 1 นาที ** เราตกลงกันว่าไม่รับบุตรบุญธรรม หรือการอุ้มบุญ เค้าอยากมีลูกของตัวเองเท่านั้น **
เรานัดจิตแพทย์ให้เค้าไปพบ ซึ่งเค้าก็ยินดีไปและยืนยันว่าจะรักษาจนกว่าจิตแพทย์จะยืนยันว่าเค้าโอเคแล้ว ตอนนี้เราก็เลยตกลงกันว่าอยู่กันแบบนี้ โดยต่างฝ่ายจะไม่ทำอะไรที่จะเกิดความผิดซ้ำซ้อนกันเด็ดขาด โดยจะไม่เริ่มความสัมพันธ์ใหม่กับใคร ต้องคุยกันให้ได้ข้อตกลงสุดท้ายเสียก่อน เพราะถ้าไม่ยึดถือข้อตกลงนี้ปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ได้จะเกิดขึ้นทันที และครอบครัวใหม่ที่เค้าหวังมันจะมีสภาพดูไม่ได้เลย ซึ่งก็ตกลงกันแบบนี้
เราตกลงโฟกัสกันที่ระยะเวลาที่เราจะย้ายไปทำงานที่เดียวกับเค้า เพราะตกลงกันมาเป็น 10 ปีแล้ว ว่าต้องทำในปี 70 ซึ่งถือว่าเป็นข้อตกลงร่วมที่รับทราบโดยทุกๆคน เพราะหัวหน้าที่ทำงานเก่าเราเกษียณ ถ้าเราอยู่ต่อก็รับเละ เราเลยเลือกย้าย
ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน 16 ปี เราไม่เคยทะเลาะกันเลย ยังรักให้เกียรติกัน แม่แต่ขณะที่พิมพ์อยู่ เราก็ไม่โกรธ ไม่เกลียดเค้าเลย ในทางกลับกัน เราสงสารเค้านะ แต่สุดท้ายก็สงสารตัวเองมากกว่า ตอนนี้สภาพเราพังมาก กลางวันต้องมาทำงาน ตอนเย็นกลับบ้านก็นอนไม่หลับ
ลึกๆ ในใจคิดว่าทำไมเค้าเปลี่ยนไปขนาดนี้ เค้าบอกเค้าทนมานาน จนไม่ไหวแล้ว ตอนเค้าอยู่กับเรา เราและเค้าต่างดูแลกันและกันเป็นอย่างดี ไม่มีใครติดใจเรื่องการดูแล ไม่มีใครคิดว่าอีกคนยังทำดีไม่พอ เราเสียใจจริงๆ ไปต่อไม่เป็นเลย ปกติเราง่อยมากนะ แทบไม่เคยทำอะไรเองเลย ในแง่การเดินทาง งานช่าง แต่เรื่องการจัดการในครอบครัวเราทำได้เองทั้งหมด คงต้องใช้เวลาจริงๆเนอะ เราถึงจะผ่านไปได้
16 ปี สำหรับเรามันนานมากๆ นานจนเราเผลอยึดเค้าไว้กับเราไปแล้ว พอรู้ว่ามันจะไม่ใช่แบบเดิม มันก็ใจหาย วูบๆ ไม่รู้ว่าจะจบยังไง คู่ของเราไม่ได้ทะเลาะกันนะคะ และคิดว่าสุดท้ายถ้าต้องแยกทาง เรื่องเงินก็จะไม่ใช่ปัญหาด้วย เพราะมีการแบ่งสัดส่วนกันชัดเจนตั้งแต่ต้น เค้าให้เราเก็บเงินของครอบครัวที่เค้าโอนให้เราทุกเดือน (แต่เราเชื่อว่าไม่ถึง 8 หลัก ที่เราให้เค้า) เราไม่ได้สื่อสารเรื่องนี้เพื่อจะแสดงว่ามีฐานะ แต่อยากบอกเล่าให้ครบทุกมุมนะคะ
สุดท้ายเพื่อนๆ ว่าเราจะทำยังไงดี จะใช้ชีวิตแบบหมดพลังยังไงต่อ ให้ดีที่สุดคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะ
แต่งงานมา 16 ปี ไม่มีลูกด้วยกัน มาถึงวันนี้สามีขอแยกออกไปเพราะอยากมีลูก
10 ปีหลังจากตัดมดลูกก็ปกติชีวิตไม่มีอะไร พอมากลางปีนี้ เค้ามาบอกเราว่าอยากมีลูก เราอึ้งนะ เรา 50 แล้ว มดลูกก็ไม่มี พอถามสามีเค้าก็บอกเราไม่ผิด เค้าผิดเอง เค้าเห็นแก่ตัว ไม่รู้จะทำยังไง ใน 1 เดือนที่ผ่านมาเค้าก็กลับไปกลับมา จะมี ไม่มี จะไป ไม่ไป 4 - 5 ครั้ง จนมาสุดท้ายเค้าบอกว่าขออยู่คนเดียว ขอเป็นอิสระมีพื้นที่ของตัวเอง และขอดูแลเราแบบกัลยาณมิตร เราก็ตกลงนะ โดยระหว่างนี้เค้าก็อยู่ กทม.คนเดียว เสาร์ - อาทิตย์ ไม่ต้องกลับเพื่อความสบายใจจะได้ไม่กดดันที่ต้องมาเจอเรากับครอบครัวเรา แต่การดูแลที่เค้าบอกเรายังไม่เห็นเลย เค้าบอกว่าก็ไลน์หาวันละครั้ง (ส่งสวัสดีตอนเช้า) โทรหาวันละ 2 ครั้งๆ ละ สั้นๆ ไม่เกิน 5 นาที บางที 1 นาที ** เราตกลงกันว่าไม่รับบุตรบุญธรรม หรือการอุ้มบุญ เค้าอยากมีลูกของตัวเองเท่านั้น **
เรานัดจิตแพทย์ให้เค้าไปพบ ซึ่งเค้าก็ยินดีไปและยืนยันว่าจะรักษาจนกว่าจิตแพทย์จะยืนยันว่าเค้าโอเคแล้ว ตอนนี้เราก็เลยตกลงกันว่าอยู่กันแบบนี้ โดยต่างฝ่ายจะไม่ทำอะไรที่จะเกิดความผิดซ้ำซ้อนกันเด็ดขาด โดยจะไม่เริ่มความสัมพันธ์ใหม่กับใคร ต้องคุยกันให้ได้ข้อตกลงสุดท้ายเสียก่อน เพราะถ้าไม่ยึดถือข้อตกลงนี้ปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ได้จะเกิดขึ้นทันที และครอบครัวใหม่ที่เค้าหวังมันจะมีสภาพดูไม่ได้เลย ซึ่งก็ตกลงกันแบบนี้
เราตกลงโฟกัสกันที่ระยะเวลาที่เราจะย้ายไปทำงานที่เดียวกับเค้า เพราะตกลงกันมาเป็น 10 ปีแล้ว ว่าต้องทำในปี 70 ซึ่งถือว่าเป็นข้อตกลงร่วมที่รับทราบโดยทุกๆคน เพราะหัวหน้าที่ทำงานเก่าเราเกษียณ ถ้าเราอยู่ต่อก็รับเละ เราเลยเลือกย้าย
ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน 16 ปี เราไม่เคยทะเลาะกันเลย ยังรักให้เกียรติกัน แม่แต่ขณะที่พิมพ์อยู่ เราก็ไม่โกรธ ไม่เกลียดเค้าเลย ในทางกลับกัน เราสงสารเค้านะ แต่สุดท้ายก็สงสารตัวเองมากกว่า ตอนนี้สภาพเราพังมาก กลางวันต้องมาทำงาน ตอนเย็นกลับบ้านก็นอนไม่หลับ
ลึกๆ ในใจคิดว่าทำไมเค้าเปลี่ยนไปขนาดนี้ เค้าบอกเค้าทนมานาน จนไม่ไหวแล้ว ตอนเค้าอยู่กับเรา เราและเค้าต่างดูแลกันและกันเป็นอย่างดี ไม่มีใครติดใจเรื่องการดูแล ไม่มีใครคิดว่าอีกคนยังทำดีไม่พอ เราเสียใจจริงๆ ไปต่อไม่เป็นเลย ปกติเราง่อยมากนะ แทบไม่เคยทำอะไรเองเลย ในแง่การเดินทาง งานช่าง แต่เรื่องการจัดการในครอบครัวเราทำได้เองทั้งหมด คงต้องใช้เวลาจริงๆเนอะ เราถึงจะผ่านไปได้
16 ปี สำหรับเรามันนานมากๆ นานจนเราเผลอยึดเค้าไว้กับเราไปแล้ว พอรู้ว่ามันจะไม่ใช่แบบเดิม มันก็ใจหาย วูบๆ ไม่รู้ว่าจะจบยังไง คู่ของเราไม่ได้ทะเลาะกันนะคะ และคิดว่าสุดท้ายถ้าต้องแยกทาง เรื่องเงินก็จะไม่ใช่ปัญหาด้วย เพราะมีการแบ่งสัดส่วนกันชัดเจนตั้งแต่ต้น เค้าให้เราเก็บเงินของครอบครัวที่เค้าโอนให้เราทุกเดือน (แต่เราเชื่อว่าไม่ถึง 8 หลัก ที่เราให้เค้า) เราไม่ได้สื่อสารเรื่องนี้เพื่อจะแสดงว่ามีฐานะ แต่อยากบอกเล่าให้ครบทุกมุมนะคะ
สุดท้ายเพื่อนๆ ว่าเราจะทำยังไงดี จะใช้ชีวิตแบบหมดพลังยังไงต่อ ให้ดีที่สุดคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะ