📍ปิดตำนาน “รถเมล์ครีมแดง” จ่อเปลี่ยนเป็นรถเมล์ EV ทั้งหมด
.
“รถเมล์ครีมแดง” หรือที่หลายคนเรียกว่า “รถเมล์ร้อน” เป็นหนึ่งในภาพจำที่อยู่คู่คนกรุงเทพฯ มานานหลายสิบปี รถโดยสารที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศซึ่งเคยเป็นทางเลือกสำคัญของคนเมือง กำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ หลัง องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เตรียมนำรถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า หรือรถเมล์ EV จำนวน 1,520 คัน เข้ามาทดแทนรถเมล์ครีมแดงจำนวนเท่ากัน
.
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการนำรถใหม่เข้ามาวิ่งแทนรถเก่า แต่เป็นการปรับระบบรถโดยสารของ ขสมก. ทั้งการจัดเส้นทาง อู่รถ ระบบชาร์จ การซ่อมบำรุง ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยของผู้โดยสาร ขณะที่โจทย์สำคัญอีกด้านคือ จะทำอย่างไรให้ประชาชนได้ใช้รถที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ต้องแบกรับค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้นมากเกินไป
.
สำหรับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ มีรายละเอียดสำคัญตั้งแต่รถใหม่จะเข้ามาเมื่อไร ไปจนถึงวันที่รถครีมแดงจะค่อย ๆ ลดบทบาทลง
.
📍รถใหม่ 1,520 คัน เข้ามาแทนรถครีมแดง 1,520 คัน
.
ปัจจุบัน ขสมก. มีรถโดยสารในระบบประมาณ 3,000 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถเมล์ครีมแดงจำนวน 1,520 คัน ซึ่งรถกลุ่มนี้จะถูกแทนที่ด้วยรถเมล์ EV จำนวน 1,520 คันตามโครงการจัดหารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด
.
นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. ระบุว่า หลักการคือเมื่อรถเมล์ใหม่เข้ามา รถเมล์ครีมแดงก็จะไม่ได้วิ่งในเส้นทางที่เป็นรถโดยสารประจำทางอีก และจะทยอยปลดระวางออกไป โดยหากรับรถใหม่เข้ามา 500 คัน รถครีมแดงก็จะทยอยออกไปประมาณ 500 คันเช่นกัน
.
ปัจจุบันรถเมล์ครีมแดงมีทั้งหมด 1,520 คัน และ ขสมก. ตั้งเป้าว่ารถกลุ่มนี้จะต้องพร้อมใช้งานประมาณ 95% ของจำนวนทั้งหมด หรืออยู่ที่ประมาณ 1,400 กว่าคัน
.
การเปลี่ยนรถดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางของรัฐบาลที่ต้องการลดการเดินทางด้วยรถร้อน และผลักดันให้ประชาชนใช้รถโดยสารปรับอากาศที่ใช้พลังงานสะอาด เพื่อให้การเดินทางสะดวกสบายขึ้น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของระบบขนส่งในเมือง
.
📍ทยอยรับมอบ 3 ลอต ก่อนนำรถออกวิ่งจริง
.
รถเมล์ EV จำนวน 1,520 คัน มีแผนส่งมอบเป็น 3 ลอต โดยเบื้องต้นกำหนดให้สิ้นเดือนมีนาคม 2570 รับมอบ 500 คัน สิ้นเดือนเมษายนอีก 500 คัน และช่วงปลายเดือนพฤษภาคมรับมอบล็อตสุดท้ายประมาณ 520 คัน
.
อย่างไรก็ตาม การรับมอบอาจไม่ได้หมายความว่ารถทุกคันจะต้องมาถึงพร้อมกันในวันสุดท้ายของแต่ละเดือน เพราะหากรถมีความพร้อมก่อนกำหนด ขสมก. สามารถประสานคณะกรรมการตรวจรับเข้ามาพิจารณาตรวจสอบได้ โดยจะต้องเป็นไปตามกรอบและเงื่อนไขของสัญญา
.
ขสมก. ยังได้หารือกับนครชัยแอร์ในฐานะคู่สัญญาไว้ว่า หากมีความคืบหน้าในแต่ละขั้นตอน ขสมก. อาจเข้าไปตรวจสอบเป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่ารถจะสามารถส่งมอบได้ทันตามกำหนด และหากรถประกอบเสร็จก่อน ก็จะต้องพิจารณาร่วมกันอีกครั้งว่าสามารถรับรถก่อนกำหนดได้หรือไม่ โดยต้องดูควบคู่กับความพร้อมของอู่ ขสมก. ด้วย
.
ทั้งนี้ หากรถมีความพร้อมมากกว่า 500 คัน ก็อาจพิจารณารับมอบเป็นล็อตใหญ่ได้ แต่เบื้องต้นยังต้องเดินตามกรอบสัญญา คือ มีนาคม เมษายน และพฤษภาคม
.
📍รับรถแล้ว ยังต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนออกให้บริการ
.
รถที่ส่งมอบให้ ขสมก. จะยังไม่ถูกนำออกวิ่งให้บริการทันที เพราะต้องมีช่วงเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะการให้พนักงานขับรถได้ทดลองขับและคุ้นเคยกับรถรุ่นใหม่ รวมถึงฝึกการรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
.
ขสมก. ประเมินว่าหลังรับรถล็อตแรกแล้ว จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการทดลองเส้นทางและเตรียมความพร้อม ก่อนจะเริ่มปล่อยรถกลุ่มแรกออกให้บริการประชาชน
.
สำหรับรถทดลองจำนวน 2 คัน จะถูกนำมาทดลองวิ่งเพื่อดูความปลอดภัย ตรวจสอบระบบต่างๆ ว่ามีความเหมาะสมกับสภาพการใช้งานในประเทศไทยหรือไม่ รวมถึงให้พนักงานขับรถของ ขสมก. ได้ทดลองขับก่อนรถจริงจะเข้ามาครบตามโครงการ
.
📍รถ EV จะวิ่งเกือบ 50 เส้นทาง จากทั้งหมดประมาณ 107 เส้นทาง
.
รถใหม่จำนวน 1,520 คัน จะถูกจัดสรรลงในเส้นทางที่ ขสมก. ให้บริการประมาณเกือบ 50 เส้นทาง จากทั้งหมดราว 107 เส้นทาง โดยจะมีทั้งเส้นทางในเขตเมือง หรือ City Bus และเส้นทางเชื่อมต่อจากชานเมืองเข้าสู่เมือง หรือ Commuter Bus
.
สำหรับกลุ่ม City Bus จะเป็นเส้นทางที่วิ่งอยู่ในเขตเมือง เช่น รถที่วิ่งเป็นวงกลมในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงเส้นทางในย่าน CBD หลัก เช่น สีลม บางรัก คลองเตย และพระราม 4
.
ส่วน Commuter Bus จะเน้นการเชื่อมต่อจากพื้นที่ชานเมืองเข้าสู่เขตเมือง เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชน
.
ขณะเดียวกัน ขสมก. ยังอยู่ระหว่างการ Reroute หรือปรับเส้นทางเดินรถ โดยกรมการขนส่งทางบกก็มีแนวทางเร่งรัดเรื่องการ Reroute เช่นกัน เพื่อให้การใช้รถ EV มีความเหมาะสมกับเส้นทางมากที่สุด
.
📍ค่าโดยสารอาจเพิ่มจาก 8 บาท แต่รัฐบาลหาทางลดภาระ
.
ประเด็นที่ประชาชนต้องจับตาคือค่าโดยสาร เพราะปัจจุบันรถเมล์ครีมแดงคิดค่าโดยสาร 8 บาทตลอดสาย ขณะที่รถโดยสารปรับอากาศตามเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบกจะอยู่ที่ประมาณ 15-25 บาท
.
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกำลังหาทางออกเพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรับภาระค่าเดินทางเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม โดยมีแนวทางที่อาจพิจารณาทั้งการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือการพัฒนาโครงสร้างค่าโดยสารร่วมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
.
📍เฟส 2 เตรียมรถใหม่อีก 800 คัน
.
นอกจากนี้ หลังจากส่งมอบรถ EV จำนวน 1,520 คันในเฟสแรกเสร็จสิ้นแล้ว ขสมก. ยังมีแผนจัดหารถใหม่ในเฟส 2 อีก 800 คัน โดยขอรับงบประมาณไว้กว่า 8,000 ล้านบาท
.
ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณางบประมาณ หากได้รับการอนุมัติ ขสมก. สามารถเดินหน้าโครงการต่อได้ โดยคาดว่ารถใหม่ในเฟส 2 น่าจะเข้ามาในช่วงปี 2571
.
ทั้งนี้ เฟส 2 อยู่ในกรอบการของบประมาณประจำปี โดยเป็นงบประมาณตั้งแต่ปี 2570 ไปจนถึงปี 2576 หรือประมาณ 7 ปี และคาดว่าการดำเนินการจะรวดเร็วกว่าโครงการรถกลุ่มเดิม เนื่องจากโครงการเดิมเป็นการจัดหารถชุดใหญ่ที่เกิดขึ้นหลังจากไม่มีการจัดหารถใหม่มานานกว่า 30 ปี และมีขั้นตอนการจัดทำ TOR รวมถึงการประชาพิจารณ์ประมาณ 17-18 ครั้ง
.
หากเฟส 2 เดินหน้าได้ตามแผน รถเมล์ใหม่อีกชุดจึงอาจเข้ามาเสริมการเปลี่ยนผ่านของ ขสมก. ในช่วงปี 2571
.
ขณะเดียวกัน จำนวนผู้โดยสารของ ขสมก. ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 550,000-650,000 คนต่อวันในวันธรรมดา และประมาณ 300,000-400,000 คนในวันหยุด โดย ขสมก. มองว่าช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นแนวโน้มประชาชนกลับมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น
.
หนึ่งในปัจจัยคือการมีแอปพลิเคชัน ViaBus ที่ช่วยให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลการเดินรถได้ง่ายขึ้น ทั้งเวลาที่รถจะมาถึงและจำนวนรถที่ยังเหลืออยู่บนเส้นทาง รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผ่านแต่ละเขตการเดินรถ
.
หากในอนาคตมีรถใหม่เข้ามาและมีการ Reroute เส้นทางให้ทำหน้าที่เป็น Feeder เชื่อมต่อไปยังสถานที่สำคัญและระบบขนส่งอื่นๆมากขึ้น ขสมก. มองว่าจำนวนผู้โดยสารในวันหยุดก็มีโอกาสเพิ่มขึ้น
.
#รถเมล์ #รถเมล์ครีมแดง #รถเมล์ร้อน #รถเมล์ไฟฟ้า #โละรถเมล์ร้อน #ขสมก #เปลี่ยนผ่านพลังงาน #Wealth #PPTVWealth
ปิดตำนาน “รถเมล์ครีมแดง” จ่อเปลี่ยนเป็นรถเมล์ EV ทั้งหมด https://pptv36.news/22ZS?FCL
https://web.facebook.com/PPTVWealth/posts/pfbid02SjRLrDAPwP3ZSK7iogEuHnYzJUH7GR8FZPrSH5XCkonD1aVqAdMWiHh2UXtkgbJQl
📍🚏🚍 ปี 2570 ปิดตำนาน “รถเมล์ครีมแดง” จ่อเปลี่ยนเป็นรถเมล์ EV ทั้งหมด คาดค่าโดยสารประมาณ 15-25 บาท
📍ปิดตำนาน “รถเมล์ครีมแดง” จ่อเปลี่ยนเป็นรถเมล์ EV ทั้งหมด
.
“รถเมล์ครีมแดง” หรือที่หลายคนเรียกว่า “รถเมล์ร้อน” เป็นหนึ่งในภาพจำที่อยู่คู่คนกรุงเทพฯ มานานหลายสิบปี รถโดยสารที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศซึ่งเคยเป็นทางเลือกสำคัญของคนเมือง กำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ หลัง องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เตรียมนำรถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า หรือรถเมล์ EV จำนวน 1,520 คัน เข้ามาทดแทนรถเมล์ครีมแดงจำนวนเท่ากัน
.
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการนำรถใหม่เข้ามาวิ่งแทนรถเก่า แต่เป็นการปรับระบบรถโดยสารของ ขสมก. ทั้งการจัดเส้นทาง อู่รถ ระบบชาร์จ การซ่อมบำรุง ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยของผู้โดยสาร ขณะที่โจทย์สำคัญอีกด้านคือ จะทำอย่างไรให้ประชาชนได้ใช้รถที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ต้องแบกรับค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้นมากเกินไป
.
สำหรับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ มีรายละเอียดสำคัญตั้งแต่รถใหม่จะเข้ามาเมื่อไร ไปจนถึงวันที่รถครีมแดงจะค่อย ๆ ลดบทบาทลง
.
📍รถใหม่ 1,520 คัน เข้ามาแทนรถครีมแดง 1,520 คัน
.
ปัจจุบัน ขสมก. มีรถโดยสารในระบบประมาณ 3,000 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถเมล์ครีมแดงจำนวน 1,520 คัน ซึ่งรถกลุ่มนี้จะถูกแทนที่ด้วยรถเมล์ EV จำนวน 1,520 คันตามโครงการจัดหารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด
.
นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. ระบุว่า หลักการคือเมื่อรถเมล์ใหม่เข้ามา รถเมล์ครีมแดงก็จะไม่ได้วิ่งในเส้นทางที่เป็นรถโดยสารประจำทางอีก และจะทยอยปลดระวางออกไป โดยหากรับรถใหม่เข้ามา 500 คัน รถครีมแดงก็จะทยอยออกไปประมาณ 500 คันเช่นกัน
.
ปัจจุบันรถเมล์ครีมแดงมีทั้งหมด 1,520 คัน และ ขสมก. ตั้งเป้าว่ารถกลุ่มนี้จะต้องพร้อมใช้งานประมาณ 95% ของจำนวนทั้งหมด หรืออยู่ที่ประมาณ 1,400 กว่าคัน
.
การเปลี่ยนรถดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางของรัฐบาลที่ต้องการลดการเดินทางด้วยรถร้อน และผลักดันให้ประชาชนใช้รถโดยสารปรับอากาศที่ใช้พลังงานสะอาด เพื่อให้การเดินทางสะดวกสบายขึ้น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของระบบขนส่งในเมือง
.
📍ทยอยรับมอบ 3 ลอต ก่อนนำรถออกวิ่งจริง
.
รถเมล์ EV จำนวน 1,520 คัน มีแผนส่งมอบเป็น 3 ลอต โดยเบื้องต้นกำหนดให้สิ้นเดือนมีนาคม 2570 รับมอบ 500 คัน สิ้นเดือนเมษายนอีก 500 คัน และช่วงปลายเดือนพฤษภาคมรับมอบล็อตสุดท้ายประมาณ 520 คัน
.
อย่างไรก็ตาม การรับมอบอาจไม่ได้หมายความว่ารถทุกคันจะต้องมาถึงพร้อมกันในวันสุดท้ายของแต่ละเดือน เพราะหากรถมีความพร้อมก่อนกำหนด ขสมก. สามารถประสานคณะกรรมการตรวจรับเข้ามาพิจารณาตรวจสอบได้ โดยจะต้องเป็นไปตามกรอบและเงื่อนไขของสัญญา
.
ขสมก. ยังได้หารือกับนครชัยแอร์ในฐานะคู่สัญญาไว้ว่า หากมีความคืบหน้าในแต่ละขั้นตอน ขสมก. อาจเข้าไปตรวจสอบเป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่ารถจะสามารถส่งมอบได้ทันตามกำหนด และหากรถประกอบเสร็จก่อน ก็จะต้องพิจารณาร่วมกันอีกครั้งว่าสามารถรับรถก่อนกำหนดได้หรือไม่ โดยต้องดูควบคู่กับความพร้อมของอู่ ขสมก. ด้วย
.
ทั้งนี้ หากรถมีความพร้อมมากกว่า 500 คัน ก็อาจพิจารณารับมอบเป็นล็อตใหญ่ได้ แต่เบื้องต้นยังต้องเดินตามกรอบสัญญา คือ มีนาคม เมษายน และพฤษภาคม
.
📍รับรถแล้ว ยังต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนออกให้บริการ
.
รถที่ส่งมอบให้ ขสมก. จะยังไม่ถูกนำออกวิ่งให้บริการทันที เพราะต้องมีช่วงเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะการให้พนักงานขับรถได้ทดลองขับและคุ้นเคยกับรถรุ่นใหม่ รวมถึงฝึกการรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
.
ขสมก. ประเมินว่าหลังรับรถล็อตแรกแล้ว จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการทดลองเส้นทางและเตรียมความพร้อม ก่อนจะเริ่มปล่อยรถกลุ่มแรกออกให้บริการประชาชน
.
สำหรับรถทดลองจำนวน 2 คัน จะถูกนำมาทดลองวิ่งเพื่อดูความปลอดภัย ตรวจสอบระบบต่างๆ ว่ามีความเหมาะสมกับสภาพการใช้งานในประเทศไทยหรือไม่ รวมถึงให้พนักงานขับรถของ ขสมก. ได้ทดลองขับก่อนรถจริงจะเข้ามาครบตามโครงการ
.
📍รถ EV จะวิ่งเกือบ 50 เส้นทาง จากทั้งหมดประมาณ 107 เส้นทาง
.
รถใหม่จำนวน 1,520 คัน จะถูกจัดสรรลงในเส้นทางที่ ขสมก. ให้บริการประมาณเกือบ 50 เส้นทาง จากทั้งหมดราว 107 เส้นทาง โดยจะมีทั้งเส้นทางในเขตเมือง หรือ City Bus และเส้นทางเชื่อมต่อจากชานเมืองเข้าสู่เมือง หรือ Commuter Bus
.
สำหรับกลุ่ม City Bus จะเป็นเส้นทางที่วิ่งอยู่ในเขตเมือง เช่น รถที่วิ่งเป็นวงกลมในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงเส้นทางในย่าน CBD หลัก เช่น สีลม บางรัก คลองเตย และพระราม 4
.
ส่วน Commuter Bus จะเน้นการเชื่อมต่อจากพื้นที่ชานเมืองเข้าสู่เขตเมือง เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชน
.
ขณะเดียวกัน ขสมก. ยังอยู่ระหว่างการ Reroute หรือปรับเส้นทางเดินรถ โดยกรมการขนส่งทางบกก็มีแนวทางเร่งรัดเรื่องการ Reroute เช่นกัน เพื่อให้การใช้รถ EV มีความเหมาะสมกับเส้นทางมากที่สุด
.
📍ค่าโดยสารอาจเพิ่มจาก 8 บาท แต่รัฐบาลหาทางลดภาระ
.
ประเด็นที่ประชาชนต้องจับตาคือค่าโดยสาร เพราะปัจจุบันรถเมล์ครีมแดงคิดค่าโดยสาร 8 บาทตลอดสาย ขณะที่รถโดยสารปรับอากาศตามเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบกจะอยู่ที่ประมาณ 15-25 บาท
.
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกำลังหาทางออกเพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรับภาระค่าเดินทางเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม โดยมีแนวทางที่อาจพิจารณาทั้งการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือการพัฒนาโครงสร้างค่าโดยสารร่วมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
.
📍เฟส 2 เตรียมรถใหม่อีก 800 คัน
.
นอกจากนี้ หลังจากส่งมอบรถ EV จำนวน 1,520 คันในเฟสแรกเสร็จสิ้นแล้ว ขสมก. ยังมีแผนจัดหารถใหม่ในเฟส 2 อีก 800 คัน โดยขอรับงบประมาณไว้กว่า 8,000 ล้านบาท
.
ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณางบประมาณ หากได้รับการอนุมัติ ขสมก. สามารถเดินหน้าโครงการต่อได้ โดยคาดว่ารถใหม่ในเฟส 2 น่าจะเข้ามาในช่วงปี 2571
.
ทั้งนี้ เฟส 2 อยู่ในกรอบการของบประมาณประจำปี โดยเป็นงบประมาณตั้งแต่ปี 2570 ไปจนถึงปี 2576 หรือประมาณ 7 ปี และคาดว่าการดำเนินการจะรวดเร็วกว่าโครงการรถกลุ่มเดิม เนื่องจากโครงการเดิมเป็นการจัดหารถชุดใหญ่ที่เกิดขึ้นหลังจากไม่มีการจัดหารถใหม่มานานกว่า 30 ปี และมีขั้นตอนการจัดทำ TOR รวมถึงการประชาพิจารณ์ประมาณ 17-18 ครั้ง
.
หากเฟส 2 เดินหน้าได้ตามแผน รถเมล์ใหม่อีกชุดจึงอาจเข้ามาเสริมการเปลี่ยนผ่านของ ขสมก. ในช่วงปี 2571
.
ขณะเดียวกัน จำนวนผู้โดยสารของ ขสมก. ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 550,000-650,000 คนต่อวันในวันธรรมดา และประมาณ 300,000-400,000 คนในวันหยุด โดย ขสมก. มองว่าช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นแนวโน้มประชาชนกลับมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น
.
หนึ่งในปัจจัยคือการมีแอปพลิเคชัน ViaBus ที่ช่วยให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลการเดินรถได้ง่ายขึ้น ทั้งเวลาที่รถจะมาถึงและจำนวนรถที่ยังเหลืออยู่บนเส้นทาง รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผ่านแต่ละเขตการเดินรถ
.
หากในอนาคตมีรถใหม่เข้ามาและมีการ Reroute เส้นทางให้ทำหน้าที่เป็น Feeder เชื่อมต่อไปยังสถานที่สำคัญและระบบขนส่งอื่นๆมากขึ้น ขสมก. มองว่าจำนวนผู้โดยสารในวันหยุดก็มีโอกาสเพิ่มขึ้น
.
#รถเมล์ #รถเมล์ครีมแดง #รถเมล์ร้อน #รถเมล์ไฟฟ้า #โละรถเมล์ร้อน #ขสมก #เปลี่ยนผ่านพลังงาน #Wealth #PPTVWealth
ปิดตำนาน “รถเมล์ครีมแดง” จ่อเปลี่ยนเป็นรถเมล์ EV ทั้งหมด https://pptv36.news/22ZS?FCL
https://web.facebook.com/PPTVWealth/posts/pfbid02SjRLrDAPwP3ZSK7iogEuHnYzJUH7GR8FZPrSH5XCkonD1aVqAdMWiHh2UXtkgbJQl