น้ำมะพร้าวมี โพแทสเซียม (Potassium) และ น้ำตาลธรรมชาติ ในปริมาณสูง รวมถึงมีคุณสมบัติขับปัสสาวะอ่อนๆ จึงมี 3 โรคสำคัญที่ ห้ามหรือควรหลีกเลี่ยงการดื่มอย่างเด็ดขาด ดังนี้:
1. โรคไต (โดยเฉพาะไตเสื่อมระยะ 3-5)
ผู้ป่วยโรคไตไม่สามารถขับแร่ธาตุโพแทสเซียมออกจากร่างกายได้ตามปกติ การดื่มน้ำมะพร้าวที่มีโพแทสเซียมสูงจะทำให้เกิดภาวะ Hyperkalemia (โพแทสเซียมในเลือดสูงเกินไป) ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหัวใจวายเฉียบพลัน
2. โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
โพแทสเซียมในน้ำมะพร้าวมีผลต่อการควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจโดยตรง การได้รับโพแทสเซียมปริมาณมากในเวลาอันรวดเร็ว จะไปขัดขวางกระแสไฟฟ้าในหัวใจ ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดปกติรุนแรงขึ้น
3. โรคความดันโลหิตต่ำ / โรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้
ความดันต่ำ: โพแทสเซียมในน้ำมะพร้าวช่วยลดความดันโลหิต หากผู้ที่มีภาวะความดันต่ำดื่มเข้าไป จะทำให้ความดันตกเร็วกว่าปกติจนเกิดอาการหน้ามืด ช็อก หรือวูบได้
เบาหวาน: น้ำมะพร้าว 1 ลูกมีน้ำตาลธรรมชาติ (กลูโคสและฟรุกโตส) สูงถึง 10-15 กรัม สามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
CR page ชัวร์ก่อนแชร์
เช็กก่อนดื่ม! 3 โรคประจําตัว ที่ต้องเลี่ยง "น้ำมะพร้าว"
1. โรคไต (โดยเฉพาะไตเสื่อมระยะ 3-5)
ผู้ป่วยโรคไตไม่สามารถขับแร่ธาตุโพแทสเซียมออกจากร่างกายได้ตามปกติ การดื่มน้ำมะพร้าวที่มีโพแทสเซียมสูงจะทำให้เกิดภาวะ Hyperkalemia (โพแทสเซียมในเลือดสูงเกินไป) ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหัวใจวายเฉียบพลัน
2. โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
โพแทสเซียมในน้ำมะพร้าวมีผลต่อการควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจโดยตรง การได้รับโพแทสเซียมปริมาณมากในเวลาอันรวดเร็ว จะไปขัดขวางกระแสไฟฟ้าในหัวใจ ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดปกติรุนแรงขึ้น
3. โรคความดันโลหิตต่ำ / โรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้
ความดันต่ำ: โพแทสเซียมในน้ำมะพร้าวช่วยลดความดันโลหิต หากผู้ที่มีภาวะความดันต่ำดื่มเข้าไป จะทำให้ความดันตกเร็วกว่าปกติจนเกิดอาการหน้ามืด ช็อก หรือวูบได้
เบาหวาน: น้ำมะพร้าว 1 ลูกมีน้ำตาลธรรมชาติ (กลูโคสและฟรุกโตส) สูงถึง 10-15 กรัม สามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
CR page ชัวร์ก่อนแชร์