เตือนภัยใกล้ตัว "จิ้งจกในบ้าน" อาจนำโรคสู่คน เสี่ยงลำไส้อักเสบ-อาหารเป็นพิษไม่รู้ตัว
3 กลุ่มโรคร้ายและเชื้อโรคที่มากับ “จิ้งจก”
แม้
จิ้งจกจะไม่ได้มีพิษจากการกัดเหมือนสัตว์เลื้อยคลานบางชนิด แต่เชื้อโรคที่แฝงอยู่ในระบบทางเดินอาหารและอุจจาระของมัน สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ได้อย่างรุนแรง ดังนี้
1. โรคติดเชื้อทางเดินอาหารจากเชื้อแบคทีเรียซัลโมเนลลา
เชื้อซัลโมเนลลาถือเป็นเชื้อแบคทีเรียหลักที่พบได้บ่อยในทางเดินอาหารของสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิด รวมถึงจิ้งจก เมื่อจิ้งจกถ่ายมูลทิ้งไว้ตามโต๊ะอาหาร จานชาม หรือตกใส่ภาชนะ หากมนุษย์รับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อนี้เข้าไป จะก่อให้เกิด
โรคลำไส้อักเสบและอาหารเป็นพิษอย่างรุนแรง
อาการปวดท้องเกร็ง คลื่นไส้ อาเจียน
ท้องเสีย ถ่ายเป็นน้ำหรือมีมูกเลือดปน
มีไข้สูง หนาวสั่น
ในผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ เชื้ออาจหลุดเข้าสู่กระแสเลือดจนเป็นอันตรายถึงชีวิต
2. โรคท้องร่วงจากเชื้อแบคทีเรียอีโคไล
นอกจากซัลโมเนลลาแล้ว ในมูลของจิ้งจกยังปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli หรือ อีโคไล ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการท้องเสียเรื้อรัง อาเจียน และเกิดภาวะขาดน้ำในร่างกายอย่างรวดเร็ว
3. โรคระบบทางเดินหายใจและสารก่อภูมิแพ้
มูลจิ้งจกหรือคราบที่แห้งกรอบเมื่อเวลาผ่านไป สามารถหลุดลอกเป็นละอองฝุ่นขนาดเล็กฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ หากสูดดมเข้าไปเป็นเวลานาน อาจกระตุ้นให้เกิดโรคภูมิแพ้ อักเสบในระบบทางเดินหายใจ หรือระคายเคืองในผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืดได้
วิธีรักษาสุขอนามัยในครัวเรือน ให้สะอาดและปลอดภัยจาก "จิ้งจก"
ข้อมูลจากกรมอนามัยและกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า การเจ็บป่วยด้วยโรครู้เท่าไม่ถึงการณ์จากอาหารเป็นพิษส่วนหนึ่ง เกิดจากการละเลยภาชนะที่วางทิ้งไว้ในครัวโดยไม่มีสิ่งครอบปิด ทำให้สัตว์พาหะอย่างจิ้งจก หนู หรือแมลงสาบ แอบลงมาไต่ตอมและขับถ่ายทิ้งไว้
วิธีรักษาสุขอนามัยในครัวเรือน ให้สะอาดและปลอดภัยจาก "จิ้งจก"
ข้อมูลจากกรมอนามัยและกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า การเจ็บป่วยด้วยโรครู้เท่าไม่ถึงการณ์จากอาหารเป็นพิษส่วนหนึ่ง เกิดจากการละเลยภาชนะที่วางทิ้งไว้ในครัวโดยไม่มีสิ่งครอบปิด ทำให้สัตว์พาหะอย่างจิ้งจก หนู หรือแมลงสาบ แอบลงมาไต่ตอมและขับถ่ายทิ้งไว้
4 แนวทางลดปริมาณจิ้งจกในบ้านอย่างปลอดภัย
ลดความเสี่ยงจากการสัมผัสเชื้อโรคร้าย ควรปฏิบัติตามแนวทางการดูแลบ้านดังนี้
1. ตัดแหล่งอาหาร หมั่นกำจัดแมลงแมงเม่า ยุง และแมลงสาบตัวเล็กๆ ซึ่งเป็นอาหารหลักของจิ้งจก
2. ปิดช่องทางเข้าออก ติดตั้งมุ้งลวดตามประตูหน้าต่าง และอุดรอยรั่วหรือรอยแตกตามผนังบ้าน
3. ใช้กลิ่นสกัดธรรมชาติ สเปรย์ฉีดกลิ่นสมุนไพร เช่น กลิ่นน้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มินต์ กลิ่นมะกรูด หรือเปลือกส้ม เพื่อไล่จิ้งจก
4. รักษาความสะอาด ไม่วางเศษอาหารทิ้งไว้นอกตู้เย็น และทำความสะอาดคราบมันในห้องครัวอย่างสม่ำเสมอ
ที่มา
เตือนภัยใกล้ตัว "เจ้าตัวที่อยู่ในบ้าน" อาจนำโรคสู่คน เสี่ยงลำไส้อักเสบ-อาหารเป็นพิษไม่รู้ตัว
3 กลุ่มโรคร้ายและเชื้อโรคที่มากับ “จิ้งจก”
แม้จิ้งจกจะไม่ได้มีพิษจากการกัดเหมือนสัตว์เลื้อยคลานบางชนิด แต่เชื้อโรคที่แฝงอยู่ในระบบทางเดินอาหารและอุจจาระของมัน สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ได้อย่างรุนแรง ดังนี้
1. โรคติดเชื้อทางเดินอาหารจากเชื้อแบคทีเรียซัลโมเนลลา
เชื้อซัลโมเนลลาถือเป็นเชื้อแบคทีเรียหลักที่พบได้บ่อยในทางเดินอาหารของสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิด รวมถึงจิ้งจก เมื่อจิ้งจกถ่ายมูลทิ้งไว้ตามโต๊ะอาหาร จานชาม หรือตกใส่ภาชนะ หากมนุษย์รับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อนี้เข้าไป จะก่อให้เกิด
โรคลำไส้อักเสบและอาหารเป็นพิษอย่างรุนแรง
อาการปวดท้องเกร็ง คลื่นไส้ อาเจียน
ท้องเสีย ถ่ายเป็นน้ำหรือมีมูกเลือดปน
มีไข้สูง หนาวสั่น
ในผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ เชื้ออาจหลุดเข้าสู่กระแสเลือดจนเป็นอันตรายถึงชีวิต
2. โรคท้องร่วงจากเชื้อแบคทีเรียอีโคไล
นอกจากซัลโมเนลลาแล้ว ในมูลของจิ้งจกยังปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli หรือ อีโคไล ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการท้องเสียเรื้อรัง อาเจียน และเกิดภาวะขาดน้ำในร่างกายอย่างรวดเร็ว
3. โรคระบบทางเดินหายใจและสารก่อภูมิแพ้
มูลจิ้งจกหรือคราบที่แห้งกรอบเมื่อเวลาผ่านไป สามารถหลุดลอกเป็นละอองฝุ่นขนาดเล็กฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ หากสูดดมเข้าไปเป็นเวลานาน อาจกระตุ้นให้เกิดโรคภูมิแพ้ อักเสบในระบบทางเดินหายใจ หรือระคายเคืองในผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืดได้
วิธีรักษาสุขอนามัยในครัวเรือน ให้สะอาดและปลอดภัยจาก "จิ้งจก"
ข้อมูลจากกรมอนามัยและกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า การเจ็บป่วยด้วยโรครู้เท่าไม่ถึงการณ์จากอาหารเป็นพิษส่วนหนึ่ง เกิดจากการละเลยภาชนะที่วางทิ้งไว้ในครัวโดยไม่มีสิ่งครอบปิด ทำให้สัตว์พาหะอย่างจิ้งจก หนู หรือแมลงสาบ แอบลงมาไต่ตอมและขับถ่ายทิ้งไว้
วิธีรักษาสุขอนามัยในครัวเรือน ให้สะอาดและปลอดภัยจาก "จิ้งจก"
ข้อมูลจากกรมอนามัยและกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า การเจ็บป่วยด้วยโรครู้เท่าไม่ถึงการณ์จากอาหารเป็นพิษส่วนหนึ่ง เกิดจากการละเลยภาชนะที่วางทิ้งไว้ในครัวโดยไม่มีสิ่งครอบปิด ทำให้สัตว์พาหะอย่างจิ้งจก หนู หรือแมลงสาบ แอบลงมาไต่ตอมและขับถ่ายทิ้งไว้
4 แนวทางลดปริมาณจิ้งจกในบ้านอย่างปลอดภัย
ลดความเสี่ยงจากการสัมผัสเชื้อโรคร้าย ควรปฏิบัติตามแนวทางการดูแลบ้านดังนี้
1. ตัดแหล่งอาหาร หมั่นกำจัดแมลงแมงเม่า ยุง และแมลงสาบตัวเล็กๆ ซึ่งเป็นอาหารหลักของจิ้งจก
2. ปิดช่องทางเข้าออก ติดตั้งมุ้งลวดตามประตูหน้าต่าง และอุดรอยรั่วหรือรอยแตกตามผนังบ้าน
3. ใช้กลิ่นสกัดธรรมชาติ สเปรย์ฉีดกลิ่นสมุนไพร เช่น กลิ่นน้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มินต์ กลิ่นมะกรูด หรือเปลือกส้ม เพื่อไล่จิ้งจก
4. รักษาความสะอาด ไม่วางเศษอาหารทิ้งไว้นอกตู้เย็น และทำความสะอาดคราบมันในห้องครัวอย่างสม่ำเสมอ
ที่มา