ในปัจจุบัน อ้วนแบ่งได้หลายแบบมาก ทั้งแบ่งตามต้นเหตุ แบ่งตาม status และแบ่งตามการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา (Pathophysio)
แต่ 1 ในวิธีที่นิยมคือแบ่งตาม status
คือจะใช้ รอบเอว + BMI + Visceral fat + Metabolic
Visceral fat: ประเมินจาก DEXA (หรือ BIA)
Metabolic profile: ใช้ผลเลือดทั้งหลาย ก็พวกน้ำตาล ไขมัน นั่นแหละ
โดยจะแบ่งเป็น 6 กลุ่มย่อย
1. น้ำหนักปกติ เมตาบอลิซึมปกติ
(Metabolically healthy normal weight :MHNW)
= ไม่มี metabolic disorders และมีน้ำหนักตัวปกติ
* Waist circumference: ปกติ
* BMI: ปกติ
* Visceral fat: ต่พ
* Metabolic disorder: ผลเลือดปกติ
2. น้ำหนักปกติ แต่เมตาบอลิซึมเริ่มไปละ
(Metabolically unhealthy normal weight :MUNW)
= เริ่มมี metabolic disorders แต่มีน้ำหนักตัวปกติ
* Waist circumference: ปกติ แต่อาจจะเริ่มเกิน
* BMI: ปกติ
* Visceral fat: สูง
* Metabolic disorder: ผลเลือดเริ่มผิดปกติ
3. อ้วน แต่เมตาบอลิซีมปกติ
(Metabolically healthy obesity :MHO)
= มี obesity แต่ไม่มี metabolic disorders บางคนเรียก ‘อ้วนสุขภาพดี’
* Waist circumference: ปกติ
* BMI: สูง
* Visceral fat: ต่ำ
* Lean body mass: สูง
* Metabolic disorder: ผลเลือดปกติ
กลุ่มนี้จะดูท้วมๆ วัดรอบปกติ แต่น้ำหนักเริ่มเกิน เป็นคนที่มีกล้ามเนื้อ มักเจอใน คนที่ออกกำลังกาย เล่น weight หรือตาม รพ. ที่เห็นคือทำงานใช้แรงเยอะ แต่ก็กินเยอะ
กลุ่มนี้น่าสนใจตรงที่ ไม่มีผลเลือดผิดปกติเลย แต่งานวิจัยและไกด์ไลน์ มักจะแนะนำให้ทำ active intervention of obesity เลย คือเริ่มปรับอาหารไปเลย เพราะมีข้อมูลสนับสนุนว่า หากติดตามกลุ่นนี้ไป สุดท้ายจะไปตกอยู่กลุ่มต่อไปคือ อ้วนแบบสุขภาพไม่ดี (MUO) แต่ถ้าทำ intervention ดี จะกลับไปอยู่กลุ่ม 1 เลย
4. อ้วนและเมตาบอลิซึมผิดปกติ
(Metabolically unhealthy obesity :MUO)
= metabolic disorders และ obesity
ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่ที่มาแบบอ้วน อยู่กลุ่มนี้
* Waist circumference: เกิน
* BMI: สูง
* Visceral fat: สูง
* Metabolic disorder: ผลเลือดผิดปกติ
กลุ่มนี้ดูแลสุขภาพตามปกติเลย ลดกิน ออกกำลังกาย ฯลฯ
5. อ้วนแบบมวลกล้ามเนื้อน้อย บางคนเรียก อ้วนลีบ
(Sarcopenic obesity : SO)
= คือคล้ายๆ กับ 3.4 + muscle mass น้อย/ strenth ต่ำ
* Waist circumference: สูง
* BMI: สูง
* Visceral fat: สูง
* Lean body mass: ต่ำ
* Metabolic disorder: ผลเลือดผิดปกติ
กลุ่มนี้ ต้องเน้นเรื่อง protein diet + exercise ให้เด่นขึ้นกว่ากลุ่มบน เพราะ muscle mass ที่น้อยตามมาด้วย การลดที่ยากขึ้น และ เร่งพวก metabolic disorders ไวขึ้น
6. อ้วนซ่อนรูป
(Normal weight obesity :NWO)
* Waist circumference: ปกติ
* BMI: ปกติ
* Visceral fat: สูง
* Metabolic disorder: ผลเลือดผิดปกติ
กลุ่มนี้จะคล้าย 3.2 MUNW ต่างกันตรงที่ตัว metabolic profile ไปไกลมากแล้ว จะเป็นแนวๆ ดูไม่อ้วน แต่พุงใหญ่ ผลเลือดน้ำตาล ไขมงไขมันเละ กลุ่มนี้บางทีเรียก TOFI (Thin outside fat inside) ซึ่งมีอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆไม่ต่างจากกลุ่มอ้วนเลย
.
.
ดังนั้นจะเห็นว่า น้ำหนัก และ BMI
มันไม่ดีพอ ถ้าวัดรอบเอวไปเพิ่มด้วยก็ยังดี
แต่ถ้าไปตรวจสุขภาพดูผลเลือดยิ่งดีเลย
ส่วนจะไปวัด %fat mass ค่อนข้างยากอยู่
คร่าวๆ จากเครื่องฟิตเนส BIA พอบอกได้
ละเอียดเลยต้อง DEXA
ใดๆ คือไม่ว่าจะแบ่งเป็นกี่แบบ
น้ำหนักปกติ แต่ใช้ชีวิตแบบปล่อยตัวมานาน
อย่าย่ามใจ ลองวัดรอบเอว แล้วไปตรวจสุขภาพ
แล้วดูแลสุขภาพไปตามนั้น
ถ้าเป็นแนวกินเยอะ ค่อยๆ ปรับลดทุกมื้อลง
ลดขอบจุบจิบ
เริ่มออกกำลังกาย ไม่ต้องไปตามชาวบ้าน
นั่งจิ้นเลยว่าแบบไหน ตัวเองทำได้เลย ทำแล้วสบายใจ
แต่ละคนชอบไม่เหมือนกันอะ
บางคนแบบลากสังขารยากมาก
แนะนำใส่รองเท้าวิ่ง แต่เต้นในห้องเลย
กระโดดตบ 30 ครั้ง หรือเปิดคลิป ทำเดี๋ยวนั้นไปเลย
อนาคตจะไปวิ่ง จะไปทำอะไร บิ๊วตัวเองให้ได้ก่อน
ไม่ก็ให้ tensia บิ๊วก็ได้
แต่คีย์คือทำได้แล้ว อย่าเอาที่ safezone
ให้เพิ่มให้ได้ถึงขั้นต่ำตาม WHO คือ
- aerobic: อย่างน้อย 150 min/week, แบบ moderate
- หรือทางลัด อย่างน้อย 75 min/week, แบบ vigorous หอบแฮ่กๆ เลือกทางนี้ ต้องค่อยๆ สเต็ปขึ้นมา ห้ามหักโหม เดี๋ยว injury หายไปอีกยาว
- strength: 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ เริ่มจากถ้าเบาๆ อย่าไปออกตามอินฟลูเทพๆ ที่เล่นท่ายากแล้ว เอาแบบง่ายๆ ก่อนเลย ดูว่าตัวเองใช้น้ำหนักได้ประมาณเท่าไหน ตรงนี้ถ้ามีคนสอน form ดูนั่นนี่ ก็จะดีขึ้น ลดการบาดเจ็บ
- ออกพวก balanced, ยืดเหยียด ช่วยเรื่อง mobility, quality of life และด้านอื่นๆ
คือจะเริ่มออกอะไรก็เริ่มไป
แต่เริ่มแล้ว ออกหลายอย่างก็จะดียิ่งขึ้น
แต่ชีวิตไม่มีเวลา เอาอย่างนึงให้รอดก่อน
แค่นี้ก็อยาก ชิหายแล้ว
CR page เทนเซีย อุ๊อิอา
ที่มา
อ้วนแบ่งเป็นกี่แบบ?
แต่ 1 ในวิธีที่นิยมคือแบ่งตาม status
คือจะใช้ รอบเอว + BMI + Visceral fat + Metabolic
Visceral fat: ประเมินจาก DEXA (หรือ BIA)
Metabolic profile: ใช้ผลเลือดทั้งหลาย ก็พวกน้ำตาล ไขมัน นั่นแหละ
โดยจะแบ่งเป็น 6 กลุ่มย่อย
1. น้ำหนักปกติ เมตาบอลิซึมปกติ
(Metabolically healthy normal weight :MHNW)
= ไม่มี metabolic disorders และมีน้ำหนักตัวปกติ
* Waist circumference: ปกติ
* BMI: ปกติ
* Visceral fat: ต่พ
* Metabolic disorder: ผลเลือดปกติ
2. น้ำหนักปกติ แต่เมตาบอลิซึมเริ่มไปละ
(Metabolically unhealthy normal weight :MUNW)
= เริ่มมี metabolic disorders แต่มีน้ำหนักตัวปกติ
* Waist circumference: ปกติ แต่อาจจะเริ่มเกิน
* BMI: ปกติ
* Visceral fat: สูง
* Metabolic disorder: ผลเลือดเริ่มผิดปกติ
3. อ้วน แต่เมตาบอลิซีมปกติ
(Metabolically healthy obesity :MHO)
= มี obesity แต่ไม่มี metabolic disorders บางคนเรียก ‘อ้วนสุขภาพดี’
* Waist circumference: ปกติ
* BMI: สูง
* Visceral fat: ต่ำ
* Lean body mass: สูง
* Metabolic disorder: ผลเลือดปกติ
กลุ่มนี้จะดูท้วมๆ วัดรอบปกติ แต่น้ำหนักเริ่มเกิน เป็นคนที่มีกล้ามเนื้อ มักเจอใน คนที่ออกกำลังกาย เล่น weight หรือตาม รพ. ที่เห็นคือทำงานใช้แรงเยอะ แต่ก็กินเยอะ
กลุ่มนี้น่าสนใจตรงที่ ไม่มีผลเลือดผิดปกติเลย แต่งานวิจัยและไกด์ไลน์ มักจะแนะนำให้ทำ active intervention of obesity เลย คือเริ่มปรับอาหารไปเลย เพราะมีข้อมูลสนับสนุนว่า หากติดตามกลุ่นนี้ไป สุดท้ายจะไปตกอยู่กลุ่มต่อไปคือ อ้วนแบบสุขภาพไม่ดี (MUO) แต่ถ้าทำ intervention ดี จะกลับไปอยู่กลุ่ม 1 เลย
4. อ้วนและเมตาบอลิซึมผิดปกติ
(Metabolically unhealthy obesity :MUO)
= metabolic disorders และ obesity
ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่ที่มาแบบอ้วน อยู่กลุ่มนี้
* Waist circumference: เกิน
* BMI: สูง
* Visceral fat: สูง
* Metabolic disorder: ผลเลือดผิดปกติ
กลุ่มนี้ดูแลสุขภาพตามปกติเลย ลดกิน ออกกำลังกาย ฯลฯ
5. อ้วนแบบมวลกล้ามเนื้อน้อย บางคนเรียก อ้วนลีบ
(Sarcopenic obesity : SO)
= คือคล้ายๆ กับ 3.4 + muscle mass น้อย/ strenth ต่ำ
* Waist circumference: สูง
* BMI: สูง
* Visceral fat: สูง
* Lean body mass: ต่ำ
* Metabolic disorder: ผลเลือดผิดปกติ
กลุ่มนี้ ต้องเน้นเรื่อง protein diet + exercise ให้เด่นขึ้นกว่ากลุ่มบน เพราะ muscle mass ที่น้อยตามมาด้วย การลดที่ยากขึ้น และ เร่งพวก metabolic disorders ไวขึ้น
6. อ้วนซ่อนรูป
(Normal weight obesity :NWO)
* Waist circumference: ปกติ
* BMI: ปกติ
* Visceral fat: สูง
* Metabolic disorder: ผลเลือดผิดปกติ
กลุ่มนี้จะคล้าย 3.2 MUNW ต่างกันตรงที่ตัว metabolic profile ไปไกลมากแล้ว จะเป็นแนวๆ ดูไม่อ้วน แต่พุงใหญ่ ผลเลือดน้ำตาล ไขมงไขมันเละ กลุ่มนี้บางทีเรียก TOFI (Thin outside fat inside) ซึ่งมีอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆไม่ต่างจากกลุ่มอ้วนเลย
.
.
ดังนั้นจะเห็นว่า น้ำหนัก และ BMI
มันไม่ดีพอ ถ้าวัดรอบเอวไปเพิ่มด้วยก็ยังดี
แต่ถ้าไปตรวจสุขภาพดูผลเลือดยิ่งดีเลย
ส่วนจะไปวัด %fat mass ค่อนข้างยากอยู่
คร่าวๆ จากเครื่องฟิตเนส BIA พอบอกได้
ละเอียดเลยต้อง DEXA
ใดๆ คือไม่ว่าจะแบ่งเป็นกี่แบบ
น้ำหนักปกติ แต่ใช้ชีวิตแบบปล่อยตัวมานาน
อย่าย่ามใจ ลองวัดรอบเอว แล้วไปตรวจสุขภาพ
แล้วดูแลสุขภาพไปตามนั้น
ถ้าเป็นแนวกินเยอะ ค่อยๆ ปรับลดทุกมื้อลง
ลดขอบจุบจิบ
เริ่มออกกำลังกาย ไม่ต้องไปตามชาวบ้าน
นั่งจิ้นเลยว่าแบบไหน ตัวเองทำได้เลย ทำแล้วสบายใจ
แต่ละคนชอบไม่เหมือนกันอะ
บางคนแบบลากสังขารยากมาก
แนะนำใส่รองเท้าวิ่ง แต่เต้นในห้องเลย
กระโดดตบ 30 ครั้ง หรือเปิดคลิป ทำเดี๋ยวนั้นไปเลย
อนาคตจะไปวิ่ง จะไปทำอะไร บิ๊วตัวเองให้ได้ก่อน
ไม่ก็ให้ tensia บิ๊วก็ได้
แต่คีย์คือทำได้แล้ว อย่าเอาที่ safezone
ให้เพิ่มให้ได้ถึงขั้นต่ำตาม WHO คือ
- aerobic: อย่างน้อย 150 min/week, แบบ moderate
- หรือทางลัด อย่างน้อย 75 min/week, แบบ vigorous หอบแฮ่กๆ เลือกทางนี้ ต้องค่อยๆ สเต็ปขึ้นมา ห้ามหักโหม เดี๋ยว injury หายไปอีกยาว
- strength: 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ เริ่มจากถ้าเบาๆ อย่าไปออกตามอินฟลูเทพๆ ที่เล่นท่ายากแล้ว เอาแบบง่ายๆ ก่อนเลย ดูว่าตัวเองใช้น้ำหนักได้ประมาณเท่าไหน ตรงนี้ถ้ามีคนสอน form ดูนั่นนี่ ก็จะดีขึ้น ลดการบาดเจ็บ
- ออกพวก balanced, ยืดเหยียด ช่วยเรื่อง mobility, quality of life และด้านอื่นๆ
คือจะเริ่มออกอะไรก็เริ่มไป
แต่เริ่มแล้ว ออกหลายอย่างก็จะดียิ่งขึ้น
แต่ชีวิตไม่มีเวลา เอาอย่างนึงให้รอดก่อน
แค่นี้ก็อยาก ชิหายแล้ว
CR page เทนเซีย อุ๊อิอา
ที่มา