ผักกาดดองกระป๋อง เชื่อว่าหลายคนน่าจะคุ้นกับ
“ตรานกพิราบ” โดยเฉพาะเอาไปต้มกับกระดูกหมู หรือทำเมนูต่าง ๆ ที่น่าสนใจคือ แบรนด์นี้สามารถสร้างรายได้ระดับพันล้านบาท ทั้งที่แทบไม่ได้ใช้งบโฆษณาแบบแบรนด์ยุคใหม่ที่เห็นกันบ่อย ๆ
📊
ตัวเลขล่าสุด
- บริษัท
สันติภาพ (ฮั่วเพ้ง 1958) จำกัด เจ้าของตรานกพิราบ
- รายได้ปี 2568 :
1,458 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ :
79 ล้านบาท
- อัตรากำไรสุทธิ : ประมาณ
5.4%
🕊️
จุดเริ่มต้นย้อนกลับไปกว่า 70 ปี
- ธุรกิจเริ่มต้นในปี
2493 โดย
คุณแก้ว รัชตสวรรค์
- จากอดีตพ่อค้าชาวจีนที่เริ่มต้นจากการเป็นลูกจ้างส่งของในร้านขายของชำ ก่อนเก็บเงินและร่วมลงทุนเปิดโรงงานผลิตผักดองเล็ก ๆ แถวเยาวราช
- เริ่มแรกขายผักดองใน
ไห ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น
กระป๋อง ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ในยุคนั้น
- เมื่อได้รับการตอบรับที่ดี จึงขยายโรงงานและเปลี่ยนชื่อเป็น
บริษัท สันติภาพ (ฮั่วเพ้ง 1958) จำกัด ในปี 2501
- พร้อมใช้
รูปนกพิราบ เป็นตราสัญลักษณ์ สื่อถึงสันติสุขและเสรีภาพ
📦 จากผักกาดดอง สู่หลายแบรนด์
ปัจจุบันบริษัทไม่ได้ทำแค่ผักกาดดอง แต่มีสินค้าหลากหลาย เช่น
-
นกพิราบคู่ : ผักกาดดอง ผักและผลไม้ดอง
-
นกพิราบคู่แบบตัวอักษร : ปลากระป๋อง
-
Pigeon : ผลไม้กระป๋อง เช่น ลิ้นจี่ ลำไย เงาะ มะม่วง ขนุน
-
J-Food : อาหารพร้อมรับประทาน เช่น เห็ดสี่สหาย หน่อไม้จีน และเมนูเจต่าง ๆ
🌱
ทำไมถึงอยู่มาได้นานโดยไม่ต้องโฆษณาหนัก?
1. คุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ
บริษัทให้ความสำคัญกับวัตถุดิบ โดยพัฒนาการเพาะปลูก ลดการใช้ปุ๋ยเคมี เพิ่มปุ๋ยอินทรีย์ และทำ
Contract Farming กับเกษตรกร เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอและควบคุมคุณภาพได้
2. ไม่หยุดพัฒนาสินค้า
จากการใส่ผักดองในไห → เปลี่ยนเป็นกระป๋อง → ขยายไปยังสินค้าอาหารประเภทอื่น ๆ
ทำให้แบรนด์มีสินค้าหลากหลายและเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น
3. ขยายตลาดต่างประเทศ
ตลาดส่งออกมีทั้ง ยุโรป สหรัฐฯ จีน เกาหลีใต้ อาเซียน นอกจากนี้ยังรับผลิตสินค้าแบบ
OEM ให้กับแบรนด์อื่นด้วย
💡
บทเรียนที่น่าสนใจ
- ในยุคที่หลายแบรนด์ต้องทุ่มงบโฆษณา ทำคอนเทนต์ และซื้อพื้นที่บนโซเชียลเพื่อสร้าง Awareness
- ตรานกพิราบกลับเลือกอีกวิธีหนึ่ง
ทำสินค้าให้มีคุณภาพ รักษามาตรฐาน และอยู่กับลูกค้าให้นานพอ
ที่มา BrandCase
ตรานกพิราบขายผักกาดดอง ทำไมรายได้แตะ 1,458 ล้าน ทั้งที่แทบไม่เห็นโฆษณา?
📊 ตัวเลขล่าสุด
- บริษัท สันติภาพ (ฮั่วเพ้ง 1958) จำกัด เจ้าของตรานกพิราบ
- รายได้ปี 2568 : 1,458 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ : 79 ล้านบาท
- อัตรากำไรสุทธิ : ประมาณ 5.4%
🕊️ จุดเริ่มต้นย้อนกลับไปกว่า 70 ปี
- ธุรกิจเริ่มต้นในปี 2493 โดย คุณแก้ว รัชตสวรรค์
- จากอดีตพ่อค้าชาวจีนที่เริ่มต้นจากการเป็นลูกจ้างส่งของในร้านขายของชำ ก่อนเก็บเงินและร่วมลงทุนเปิดโรงงานผลิตผักดองเล็ก ๆ แถวเยาวราช
- เริ่มแรกขายผักดองใน ไห ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น กระป๋อง ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ในยุคนั้น
- เมื่อได้รับการตอบรับที่ดี จึงขยายโรงงานและเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท สันติภาพ (ฮั่วเพ้ง 1958) จำกัด ในปี 2501
- พร้อมใช้ รูปนกพิราบ เป็นตราสัญลักษณ์ สื่อถึงสันติสุขและเสรีภาพ
📦 จากผักกาดดอง สู่หลายแบรนด์
ปัจจุบันบริษัทไม่ได้ทำแค่ผักกาดดอง แต่มีสินค้าหลากหลาย เช่น
- นกพิราบคู่ : ผักกาดดอง ผักและผลไม้ดอง
- นกพิราบคู่แบบตัวอักษร : ปลากระป๋อง
- Pigeon : ผลไม้กระป๋อง เช่น ลิ้นจี่ ลำไย เงาะ มะม่วง ขนุน
- J-Food : อาหารพร้อมรับประทาน เช่น เห็ดสี่สหาย หน่อไม้จีน และเมนูเจต่าง ๆ
🌱 ทำไมถึงอยู่มาได้นานโดยไม่ต้องโฆษณาหนัก?
1. คุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ
บริษัทให้ความสำคัญกับวัตถุดิบ โดยพัฒนาการเพาะปลูก ลดการใช้ปุ๋ยเคมี เพิ่มปุ๋ยอินทรีย์ และทำ Contract Farming กับเกษตรกร เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอและควบคุมคุณภาพได้
2. ไม่หยุดพัฒนาสินค้า
จากการใส่ผักดองในไห → เปลี่ยนเป็นกระป๋อง → ขยายไปยังสินค้าอาหารประเภทอื่น ๆ
ทำให้แบรนด์มีสินค้าหลากหลายและเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น
3. ขยายตลาดต่างประเทศ
ตลาดส่งออกมีทั้ง ยุโรป สหรัฐฯ จีน เกาหลีใต้ อาเซียน นอกจากนี้ยังรับผลิตสินค้าแบบ OEM ให้กับแบรนด์อื่นด้วย
💡 บทเรียนที่น่าสนใจ
- ในยุคที่หลายแบรนด์ต้องทุ่มงบโฆษณา ทำคอนเทนต์ และซื้อพื้นที่บนโซเชียลเพื่อสร้าง Awareness
- ตรานกพิราบกลับเลือกอีกวิธีหนึ่ง ทำสินค้าให้มีคุณภาพ รักษามาตรฐาน และอยู่กับลูกค้าให้นานพอ
ที่มา BrandCase