-ภาวนาให้ผลดีต้องโง่มากๆ
"การภาวนา...
ถ้าจะให้ได้ผลดี ต้องโง่มากๆ หน่อย
ถ้าขืนฉลาดแล้ว...เป็นอุปสรรค์กั้น อยู่นั่น!
ตัวอย่างญาติผู้ใหญ่ของหลวงพ่อคนหนึ่ง
อ่านหนังสือไม่ออก สวดมนต์ไม่เป็น แกก็
มาบ่นว่า...
"โอ๊ย! เกิดมาชาตินี้ทำไม โง่นักหนาน้อ"
"มันโง่อย่างไร"
"จะไม่โง่อย่างไร สวดมนต์ก็ไม่เป็น
ฟังเทศน์ ก็ไม่รู้เรื่อง ท่านเทศน์ภาษาไทย
เราเป็นลาว เราก็ฟังภาษาไทยไม่ออก"
แกว่า...
ถามแกว่า...
"สวด พุทโธ คำเดียวได้ไหม?"
"ได้!"
"เอ้า! ถ้างั้นสวด พุทโธ คำเดียว"
แก็สวดของแกอยู่นั่น! ทั้งกลางวัน กลางคืน ตื่นเวลาไหนแกก็สวด บางทีแกบอกว่านอนหลับแล้วก็ยังสวดพุทโธอยู่...
อยู่มาวันหนึ่ง หลวงพ่อกำลังจะลงทำวัตรเช้าตอนตี ๔ แกบุกขึ้นไปบนกุฏิ พอเห็นแกโผล่
ขึ้นไป
"อ้าว! โยม มาทำไมล่ะ
ผู้หญิงยิงเรือมาหาพระสงฆ์ เวลาค่ำคืน
ไม่งามนะ!"
"โอ๊ย! มันทนไ่ม่ไหว"
"ทำไมทนไม่ไหว"
"ทำไมหัวใจคนมันจึงลุกเป็นไฟได้"
เราก็รู้ทันทีว่า...
จิต ของแกสงบ...เป็นสมาธิ
ถามว่า "มันลุกเป็นไฟแล้วมันร้อนหรือเปล่า"
"ไม่ร้อน มันเย็นสบาย...
เกิดมาไม่เคยพบกับความสุขอย่างนี้เลย
เดี๋ยวนี้ มันก็ยังลุกอยู่นะ"
ภายหลัง ถามทีไรๆ
"หัวใจมันยังลุกเป็นไฟอยู่หรือเปล่า"
"เดี๋ยวนี้มันยิ่งลุกแรง บางทีจนตกใจว่านั่งอยู่ในศาลา ความสว่างไสว มันเต็มศาลาไปหมด"
อันนั้น! จิตแกเป็นสมาธิ แล้วถามว่า...
"จิตมันลุกเป็นไฟแล้ว มันยังท่องพุทโธ
อยู่...หรือเปล่า"
"มันไม่ท่อง มันหยุด หยุดนิ่ง...
แล้วก็รู้...มีความสุขหาที่ไม่ได้เลย
เกิดมาไม่เคยเจอความสุขอย่างนี้สักที"
จนกระทั่งแกตาย เวลาจวนจะตาย
ไปถามแก
"เดี๋ยวนี้หัวใจมันยังลุกเป็นไฟอยู่หรือเปล่า"
"เดี๋ยวนี้มันยิ่งลุกแรง มันไม่ได้ไปไหน"
"แล้วพิจารณาดูอายุขัย หรือยัง
มันหมดหรือยัง"
"หมดไปนานแล้ว คอยฟังคำสั่ง เท่านั้น"
"อ้าว! จะให้ฉันสั่งให้ตายหรือ"
"ก็อย่างนั้นสิ"
ใครเป็นผู้รับผิดชอบ คนน้น...ต้องสั่ง"
"ถ้าแกแน่ใจว่าอายุขัยแกหมดแล้ว...
เอ้า! ฉันสั่งน่ะ แต่ว่า ไม่ใช่วันนี้นะ
ให้งานเสร็จก่อน"
วันนั้น...เป็นงานบูรพาจารย์ วันที่ ๒ ธันวาคม
พองานเราเสร็จคืนวันที่ ๓ แกตื่นเช้ามาวันที่๔ แกก็ไป"
พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) •
หลวงพ่อพุธบอก ต้องโง่มากๆ ถึงจะปฏิบัติธรรมได้ผล
"การภาวนา...
ถ้าจะให้ได้ผลดี ต้องโง่มากๆ หน่อย
ถ้าขืนฉลาดแล้ว...เป็นอุปสรรค์กั้น อยู่นั่น!
ตัวอย่างญาติผู้ใหญ่ของหลวงพ่อคนหนึ่ง
อ่านหนังสือไม่ออก สวดมนต์ไม่เป็น แกก็
มาบ่นว่า...
"โอ๊ย! เกิดมาชาตินี้ทำไม โง่นักหนาน้อ"
"มันโง่อย่างไร"
"จะไม่โง่อย่างไร สวดมนต์ก็ไม่เป็น
ฟังเทศน์ ก็ไม่รู้เรื่อง ท่านเทศน์ภาษาไทย
เราเป็นลาว เราก็ฟังภาษาไทยไม่ออก"
แกว่า...
ถามแกว่า...
"สวด พุทโธ คำเดียวได้ไหม?"
"ได้!"
"เอ้า! ถ้างั้นสวด พุทโธ คำเดียว"
แก็สวดของแกอยู่นั่น! ทั้งกลางวัน กลางคืน ตื่นเวลาไหนแกก็สวด บางทีแกบอกว่านอนหลับแล้วก็ยังสวดพุทโธอยู่...
อยู่มาวันหนึ่ง หลวงพ่อกำลังจะลงทำวัตรเช้าตอนตี ๔ แกบุกขึ้นไปบนกุฏิ พอเห็นแกโผล่
ขึ้นไป
"อ้าว! โยม มาทำไมล่ะ
ผู้หญิงยิงเรือมาหาพระสงฆ์ เวลาค่ำคืน
ไม่งามนะ!"
"โอ๊ย! มันทนไ่ม่ไหว"
"ทำไมทนไม่ไหว"
"ทำไมหัวใจคนมันจึงลุกเป็นไฟได้"
เราก็รู้ทันทีว่า...
จิต ของแกสงบ...เป็นสมาธิ
ถามว่า "มันลุกเป็นไฟแล้วมันร้อนหรือเปล่า"
"ไม่ร้อน มันเย็นสบาย...
เกิดมาไม่เคยพบกับความสุขอย่างนี้เลย
เดี๋ยวนี้ มันก็ยังลุกอยู่นะ"
ภายหลัง ถามทีไรๆ
"หัวใจมันยังลุกเป็นไฟอยู่หรือเปล่า"
"เดี๋ยวนี้มันยิ่งลุกแรง บางทีจนตกใจว่านั่งอยู่ในศาลา ความสว่างไสว มันเต็มศาลาไปหมด"
อันนั้น! จิตแกเป็นสมาธิ แล้วถามว่า...
"จิตมันลุกเป็นไฟแล้ว มันยังท่องพุทโธ
อยู่...หรือเปล่า"
"มันไม่ท่อง มันหยุด หยุดนิ่ง...
แล้วก็รู้...มีความสุขหาที่ไม่ได้เลย
เกิดมาไม่เคยเจอความสุขอย่างนี้สักที"
จนกระทั่งแกตาย เวลาจวนจะตาย
ไปถามแก
"เดี๋ยวนี้หัวใจมันยังลุกเป็นไฟอยู่หรือเปล่า"
"เดี๋ยวนี้มันยิ่งลุกแรง มันไม่ได้ไปไหน"
"แล้วพิจารณาดูอายุขัย หรือยัง
มันหมดหรือยัง"
"หมดไปนานแล้ว คอยฟังคำสั่ง เท่านั้น"
"อ้าว! จะให้ฉันสั่งให้ตายหรือ"
"ก็อย่างนั้นสิ"
ใครเป็นผู้รับผิดชอบ คนน้น...ต้องสั่ง"
"ถ้าแกแน่ใจว่าอายุขัยแกหมดแล้ว...
เอ้า! ฉันสั่งน่ะ แต่ว่า ไม่ใช่วันนี้นะ
ให้งานเสร็จก่อน"
วันนั้น...เป็นงานบูรพาจารย์ วันที่ ๒ ธันวาคม
พองานเราเสร็จคืนวันที่ ๓ แกตื่นเช้ามาวันที่๔ แกก็ไป"
พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) •