จากยุคนับแคล สู่ยุคคลั่งโปรตีน ‘Protein Obsession’ ไม่ได้วัดที่ความผอม แต่โฟกัสที่ ‘กล้ามเนื้อ’

จากยุคนับแคล สู่ยุคคลั่งโปรตีน ปรากฏการณ์ ‘Protein Obsession’ เมื่อสุขภาพยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่ความผอม แต่โฟกัสกันที่ ‘กล้ามเนื้อ’

เดี๋ยวนี้หันไปทางไหนก็มักจะเจอแต่ผลิตภัณฑ์ ‘โปรตีนสูง’ (High Protein) ตั้งแต่ป้ายโฆษณานม ขนมขบเคี้ยว ไปจนถึงเมนูร้านกาแฟ ทั้งที่เมื่อไม่กี่ปีก่อนหลายคนยังให้ความสนใจแค่การนับแคลอรีหรือการงดคาร์บอยู่เลย
.
ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแสความนิยมที่มาแล้วก็ไป แต่มันสะท้อนให้เห็นว่าคนยุคนี้เริ่มมอง ‘สุขภาพ’ เปลี่ยนไปแล้ว
.
เมื่อก่อนเป้าหมายของการดูแลตัวเองมักจะผูกอยู่กับความผอมบาง หรือการดูอ่อนวัย แต่ปัจจุบันเทรนด์โลกกำลังมุ่งไปที่คำว่า ‘Healthspan’ คนไม่ได้อยากแค่อายุยืน แต่อยากมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างแข็งแรง เดินขึ้นบันไดได้โดยไม่ปวดเข่า รักษามวลกล้ามเนื้อไว้ได้ และพึ่งพาตัวเองได้ในระยะยาว
.
เมื่อเป้าหมายเปลี่ยน แน่นอนว่าอาหารก็เปลี่ยน ผลสำรวจผู้เชี่ยวชาญด้านฟิตเนสกว่า 625 คน ชี้ชัดว่าเป้าหมายเรื่องอายุยืนและสุขภาพดีในระยะยาว กำลังเติบโตแซงหน้าเป้าหมายเรื่องรูปร่างไปแล้ว คนไม่ได้ออกกำลังกายแค่เพราะอยากหุ่นดีใส่ชุดสวย แต่อยากแข็งแรงเพื่อที่จะอยู่ใช้ชีวิตยาวๆ
.
จุดนี้เองที่เปลี่ยนค่านิยมจากความ ‘ผอมเพรียว’ มาเป็น ‘การสร้างกล้ามเนื้อ’ โปรตีนจึงกลายมาเป็นสารอาหารสำคัญที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เพราะเป็นวัตถุดิบหลักที่ร่างกายต้องใช้สร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
.
นอกจากนี้ ยังมีเบื้องหลังที่ผลักดันกระแสนี้อีก 2 ปัจจัยหลัก ปัจจัยแรกคือการตื่นตัวเรื่องสังคมสูงวัย องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มเป็น 1.4 พันล้านคนในปี 2030 และผู้สูงอายุเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ ต้องเผชิญภาวะกล้ามเนื้อเสื่อมตามวัย ทำให้ผู้บริโภคถึง 73 เปอร์เซ็นต์ หันมาให้ความสำคัญกับการแก่อย่างมีสุขภาพดี อาหารโปรตีนสูงจึงกลายเป็นเกราะป้องกันสำคัญ
.
ปัจจัยที่สอง คือเอฟเฟกต์จากใช้ปากกาลดน้ำหนัก (GLP-1) กระแสการใช้ยาที่ช่วยให้อิ่มเร็วขึ้น ทำให้ผู้ใช้ต้องหันมากินอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพสูง เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อไม่ให้หายไประหว่างที่น้ำหนักตัวลดลง
.
จากเป้าหมายด้านสุขภาพที่เปลี่ยนไป ผนวกกับปัจจัยกระตุ้นทางสังคมและการแพทย์เหล่านี้เอง ได้ผลักดันให้ความสนใจนี้ขยายวงกว้างจนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่นักวิชาการเรียกว่า ‘ความหลงใหลในโปรตีน’ (Protein Obsession) สินค้า High Protein จึงผุดขึ้นแทบทุกชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ต และในไทยเองเราก็จะเห็นผลิตภัณฑ์นมโปรตีนสูง หรือร้านอาหารสุขภาพได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในกลุ่มคนรุ่นใหม่
.
ปรากฏการณ์ความหลงใหลในโปรตีนนี้มีความสำคัญมากกว่าแค่เรื่องของการตลาด เพราะในแง่ดี มันช่วยพลิกค่านิยมจากการพยายาม ‘อด’ เพื่อให้ผอม มาเป็นการ ‘กิน’ เพื่อบำรุงและสร้างความแข็งแรง ทำให้คนหันมาใส่ใจโภชนาการที่ส่งผลดีต่อร่างกายในระยะยาวมากขึ้น
.
แต่อีกมุมหนึ่ง การมุ่งเน้นแต่โปรตีนเพียงอย่างเดียวก็อาจนำไปสู่ผลเสียได้เช่นกัน การเน้นกินโปรตีนมากเกินความจำเป็นโดยไม่คำนึงถึงความสมดุล อาจเพิ่มภาระให้ร่างกาย
.
มากไปกว่านั้น สินค้าติดป้าย High Protein หลายชนิดในท้องตลาดเป็นอาหารแปรรูปสูง ที่อาจแฝงมากับโซเดียม น้ำตาล หรือสารปรุงแต่ง หากผู้บริโภคโฟกัสแค่ตัวเลขโปรตีนบนฉลากจนละเลยสารอาหารจำเป็นอื่นๆ อย่างไฟเบอร์หรือวิตามิน การกินเพื่อสุขภาพก็อาจกลายเป็นการทำร้ายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว
.
สิ่งที่ทำให้เทรนด์นี้มีความหมาย จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันกันกินโปรตีนให้ได้มากที่สุด แต่คือการรู้จักเลือกแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพ และรักษาสมดุลของโภชนาการองค์รวมให้พอดีกับความต้องการของร่างกายตัวเอง
.
ท้ายที่สุดแล้ว ‘ความคลั่งไคล้ในโปรตีน’ อาจไม่ใช่แค่กระแสฉาบฉวย แต่เป็นผลพวงของการที่คนเราเปลี่ยนความหมายของสุขภาพใหม่ จากที่เคยวัดกันที่ความผอม มาสู่การวัดกันที่ ‘ความแข็งแรง’ เพื่อให้เราใช้ชีวิตในเวอร์ชันที่ดีที่สุดไปอีกหลายสิบปีนั่นเอง
.
ที่มา : BrandThink
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่