เรื่องเล่ามนุษย์เงินเดือน - ดู ดัน โดน

“...น้องช่วยเช็คให้พี่หน่อย ทำไมพี่ทำเรื่องขอซื้อจอมอนิเตอร์ไปนานแล้ว เกือบสามเดือนแล้วยังไม่ได้ของเลย...” ผมโทรหา น้องแผนก IT ที่เมื่อก่อนก็เป็นพนักงานบริษัทเหมือนกับผม แต่ตอนนี้กลายเป็น outsource แล้ว เพราะนโยบายใหม่ของบริษัทปรับเปลี่ยนขนาดองค์กร แต่น้องยังดูแลระบบ IT ให้บริษัทเหมือนเดิมผ่าน บริษัท outsource
 
“เออ เหมือนเดิมครับพี่....ติดที่พี่ต้อย เค้ายังไม่ยอม Approve ให้ครับ เดี๋ยวผมตามแกให้อีกทีครับพี่” เสียงน้องตอบผ่านทางมือถือ หลังจากนั้นผมก็เห็น email ที่น้อง ส่งตามเรื่องให้ตามที่เค้ารับปาก
 
แต่ก็เหมือนเดิม คุณต้อย Finance Director ใช้ความสงบในการตอบสนองทุกสิ่งเป็นปรกติ ไม่ว่าจะ โทรหาก็ไม่รับ email ไปก็เลือกตอบ ส่ง SMS หรือ Chat ไปก็เงียบ ใช้วิธีติดต่อผ่าน ลูกน้องแผนก หรือ คนที่อยู่ ออฟฟิศที่ กรุงเทพ เหมือนแก ทุกคนก็จะอึกอัก เป็นที่เบื่อหน่ายมากๆ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้ เรื่องอื่นก็โดนแบบนี้เหมือนกัน
 
มันเป็นอะไรที่เสีย self มากเพราะ จอมอนิเตอร์ ราคาไม่ถึง สี่พันบาท ไม่ได้รับการอนุมัติให้ซื้อจาก Finance Director ทั้งๆที่ Direct manager ของผม Approve แล้ว  ตำแหน่งผมก็ระดับ Senior manager คุณคงคิดว่า ระบบบริษัทอะไรบ้าบอจัง บริษัทเล็กๆ หรือเปล่า....ไม่ครับ บริษัทนี้เป็นบริษัทสาขาประเทศไทย สัญชาติอเมริกัน ที่มีอายุบริษัทแม่เปิดมานานเกือบ 100 ปี อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกันด้วย แถมติดใน list ของบริษัทที่จ่ายปันผลตลอด ไม่เคย ไม่จ่ายปันผลเลย จ่ายมาก จ่ายน้อยก็จ่าย เพราะบริษัทเก่งมาก สามารถทำให้กำไรได้ตลอดไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน เกิดวิกฤตอะไรในโลกใบนี้ก็ตาม
 
จริงๆ ปัญหาเรื่องนี้ ถ้าเป็นคนอื่น อาจจะแก้ปัญหาด้วยวิธีต่างๆ เช่น ซื้อเอง ซะเลย เหมือน Senior Sale manager แผนกผม หรือ ผมอาจขอให้ลูกน้องในแผนก ยกจากที่อื่นมาให้ผมใช้แทนจอเก่าที่มีปัญหาก็ได้ แต่ผมไม่อยาก ไปวุ่นวายกับจอส่วนกลางพวกนั้น เพราะมันต้องใช้งานเมื่อมีงานเข้ามา น้องๆ ในแผนกก็ต้องการใช้จอพวกนี้  แถมอยากเอาชนะเรื่องนี้ด้วย เพราะน้อง admin แผนกข้างๆ ขอซื้อผ่านวิธีเดียวกัน ได้จอมาใช้เรียบร้อย มันยิ่งทำให้อารมณ์ผม ขุ่นมัว หนักขึ้นไปอีก....หรือเราไปทำอะไรให้ เค้า ไม่พอใจหรือเปล่า (ในหัวก็คิดไป มันก็หลายเรื่องอยู่นะ 555 เพราะงานผมมันต้องการข้อมูลจากแผนก Finance เพื่อทำ Report ส่งทั้งเจ้านายและทางเมืองนอก แต่ผมมักจะไม่ค่อยได้ข้อมูลตามเวลาที่ต้องการ จนเมืองนอก ถามหลายครั้งว่าทำไม คำตอบก็เดิมๆ Local Finance ไม่ส่งมาให้ บางทีต้อง override ถามไปที่ทีม Oversea Finance ให้เค้าดึงข้อมูลมาให้ ซึ่งมันไม่ใช่วิธีที่ควรจะเป็น
 
คิดไปคิดมาเหลือวิธีเดียว คือ ต้องไปทวงกับแกด้วยตัวเอง โดยเดินทางจากออฟฟิศ ระยอง ไป ออฟฟิศกรุงเทพ (มันใช่หรอ?) แต่ก็อาจไม่สำเร็จก็ได้ เพราะมี Sale เคยมาเม้าท์ให้ฟังว่า เคยต้องเอาเอกสารไปให้แกเซ็น กำลังเปิดประตูเข้าก็ต้องเบรกตัวโก่งเพราะเจอแก ทำท่าปางห้ามญาติ ไม่ให้เข้าไปห้องแก สุดท้ายก็ต้องรอต่อไป จนกว่าแกจะยอมเซ็น ยังจำได้ว่า ตอนไปเที่ยวบริษัท หัวหน้า Sale คงอึดอัดเรื่องที่แกติดต่อยาก โทรไปก็ไม่รับสาย เลยบ่นกับ GM ที่เป็นชาวต่างชาติเรื่องนี้ ที่โต๊ะอาหาร แต่ทั้งโต๊ะ ได้แต่อึ้งกิมกี่ เมื่อ GM ตอบออกมาว่า “Me too…” วงแตกซิครับ ขนาดเจ้านายของแกยังโดน 555 ควรภูมิใจ หรือ สงสารตัวเอง ดีนี่  เค้าก็ลือกันว่าก็มี Back ดีจากเมืองนอก แกเลยยังรอดมาได้ถึงป่านนี้ เปลี่ยน GM ใหม่ก็เหมือนเดิม Me too..
 
แต่เหมือนสวรรค์หรือนรกเป็นใจ ทีมแกต้องมาตรวจนับของรอบครึ่งปีที่ออฟฟิศระยอง ช่วงปลายเดือน ซึ่งปกติแกจะนำทีมลูกน้องแกมาที่ระยอง กึ่งๆมา outing ของแผนกแก โดยมีภารกิจนี้เป็นตัวสนับสนุน  ดีเลยไม่ต้องไปเอง เค้ามาหาถึงที่
ช่วงระหว่างนั้น ก็ เกิดเหตุการณ์แปลกๆ ขึ้น
1- ผมต้องการยื่นลาพักร้อนของเดือนถัดไป ในระบบ ไม่สามารถ ยื่นได้ ผมแจ้งทาง HR manager เค้าก็บอกเดี๋ยวประสานกับทางหน่วยงานที่ดูแลแก้ไขให้ แล้วเรื่องก็เงียบไป ไม่ได้รับการแก้ไข ผมก็ได้แต่ email แจ้งการลาพักร้อน กับทางหัวหน้า โดย cc HR manager ไว้ด้วย
2- เงินเดือนที่เข้าตอนวันที่ 25 มันดูมากกว่าปกติ ทั้งที่ ไม่ใช่ ช่วงการปรับเงินเดือนใหม่ ที่รู้เพราะมันจะเข้าเท่าๆกันทุกเดือน เพราะไม่มีรายได้อย่างอื่น เช่น โอที พอมันดูตัวเลขมากกว่าปกติ เหมือนเดิมแจ้งไปทาง HR manager ก็บอกเดี๋ยวดูให้ครับ จนผมมานั่งหาสาเหตุ จาก slip เงินเดือนจึงพบว่า เพราะ ไม่ได้มีการหักภาษีเงินได้ ในเดือนนี้
 
จากประสบการณ์ ที่เคยผ่านการเป็น “ผู้ดู” เคยเห็น บริษัทเลิกจ้างทั้งแผนกที่ผมอยู่ หรือ แผนกอื่น มาหลายครั้ง .... ถ้าจำที่ผมเล่าให้ไปก่อนหน้านั้น ที่บอกว่า บริษัทแม่ จ่ายปันผล ตลอด...อันนี้ก็คือ หนึ่งในวิธีที่ทำ คือ การลดรายจ่าย โดยการ restructuring นั้นเอง บางแผนกที่เมืองนอก หายไปทั้งแผนกก็มี เห็นมาหมด ไม่ว่าตำแหน่งเล็กๆ Admin, Engineer, Sale ไปจนถึง Director ก็เคยเห็นในฐานะ “ผู้ดู” มาหลายรอบ เพราะผมทำงานที่นี่มา 20 ปีแล้วกำลังจะครบปีที่ 21 ในเดือนตุลาคม บริษัทนี้มักจะขยับตัวก่อนบริษัทอื่นๆเสมอ เมื่อเกิดวิกฤตทั้งภายในและภายนอก  มันทำให้ผมเริ่มเตรียมตัว ไม่ประมาท โดยเฉพาะช่วงที่อายุงานอยู่ในช่วงปีที่ 18-19 ยังไม่ครบ 20 ปีเป็นช่วงที่เครียดมาก เพราะ ถ้าทำงานไม่ถึง 20 ปี จะได้ค่าชดเชย ต่างกันถึง 100 วันเลย (มากกว่า 10 ปีแต่ไม่ถึง 20 ปีได้ 300 วัน แต่ถ้ามากกว่า 20 ปีจะได้ 400 วัน กฎหมายแรงงานฉบับล่าสุด) พอทำงานจนครบ 20 ปีนี้ โล่งใจไปเยอะ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป้าหมายเป็นจะทำจน เกษียณ ที่บริษัทกำหนดอายุเกษียณที่อายุ 60 ปี  แต่จะบอกอะไรให้ตลอด 20 ปีที่ทำงานที่นี่ “ไม่เคย” มีใครเกษียณอายุเลย ไม่ออกเอง ก็โดนให้ออก เฮ้อ!!!

เมื่อห้าปีก่อน ก็เคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้ ในฐานะ “ผู้ดัน”ส่งชื่อ โดยที่ไม่ได้เต็มใจเลย เพราะเจ้านายมาถามว่าลูกน้องแต่ละคนของผมทำงานเป็นไง ให้จัดลำดับว่าใครดีและแย่ที่สุดมา 5 ลำดับแล้วบอกเหตุผลมาให้ด้วย เราก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้กับเรื่องแบบนี้ ก็คิดว่าเค้าคงอยากรู้ว่าลูกน้องของเราแต่ละคนเป็นไงเพื่อเอาไปปรับเงินเดือน หรือ โปรโมทตำแหน่ง ก็เลยส่งข้อมูลให้ และอธิบายไปเมื่อเจ้านายโทรมาถามรายละเอียดเพิ่มเติม
จนมาช่วงต้นๆ เดือนเมษายน เจ้านายก็มาบอกว่าต้องเอาลูกน้องผมออก 5 คน โดยพยายามต่อรองกับทางเมืองนอกแล้ว โดยเอา headcount ของคนที่ลาออกไป 2 คน คนแรกออกไปตั้งแต่เดือนมกราคม ก็ว่าแล้วทำไมไม่ให้รับคนมาแทนซะที อีกคนมายื่นใบลาออก มีผลเดือนพฤษภาคม พอดี (คนนี้ก็แสบ เพราะพอรู้ว่าบริษัทมีการจ้างออก จะเหลี่ยมมาเปลี่ยนใจ ไม่ลาออก จะให้บริษัทจ้างออก เพราะต้องการจะได้เงินค่าเลิกจ้าง ลาออกเองไม่ได้เงิน แต่ HR ไม่เล่นด้วย เพราะถือว่า การยื่นในลาออกสมบรูณ์แล้ว เค้าก็มาฟาดงวงฟาดงากับผม หาว่าไม่ยอมช่วยกันเลย ผมก็ได้แต่บอกว่าผมไม่รู้เรื่องมาก่อนเหมือนกัน) สรุปเลยมีคนโดนเลิกจ้างจริง 3 คน โดยบางคน มายื่นลาพักร้อนเพื่อจะได้หยุดยาว ช่วงสงกรานต์ ผมก็ได้แต่ มองตาปริบๆ ไม่สามารถบอกอะไรเค้าได้ (เพราะจริงๆ วันลาพักร้อนที่เหลือ จะได้ชดเชยเป็นเงินในกรณีถูกเลิกจ้าง แอบเสียดายแทน) แถมมันกะชาก อารมณ์ ด้วยเพราะพอกลับจากเที่ยวสงกรานต์ ก็มาถูกเลิกจ้าง มันช๊อกนะ...โหดแท้
 
จนมาถึงปีนี้ จากเหตุการณ์แปลกๆ ที่เจอและประสบการณ์การเป็น “ผู้ดู” และ “ผู้ดัน” มา ทำให้เริ่มสังหรณ์ใจ แต่ก็คิดว่า ไม่ใช่มั่ง เพราะครึ่งปีที่ผ่านมาผลงานแผนกที่ผมรับผิดชอบก็ออกมาดูดี ไม่ขี้เหร่ ในสถานการณ์โลกทั้งสงครามอเมริกา-อิหร่าน, ยูเครน, ปัญหาชิปหน่วยความจำขาดตลาดและราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลทั้งระยะเวลาในการจัดส่งและราคาของเครื่อง server และ workstation ที่เป็นต้นทุนของงานที่แผนกผม ที่เล่นปรับราคากันเป็นรายวัน/รายสัปดาห์กันเลย ก็เลยคิดว่าน่าจะรอดแล้ว ไปวัดดวงกันอีกทีช่วงไตรมาส3 ทุกอย่างดูเงียบสงบหลังจบไตรมาส2 หรือครึ่งปีตอนเดือนเมษายนที่ผ่านมา (รอบปีบัญชีของบริษัทนับเดือนตุลาคมเป็นเดือน1)
พอเริ่ม “เอ๊ะ” ขึ้นมาเลย ลองให้ลูกน้องลองยื่นลาพักร้อนของเดือนมิถุนายน ก็ยื่นได้ปกติ ลองแอบถามเรื่องเงินเดือนว่ามีอะไรผิดปกติไหม น้องก็บอกว่าปกติ ลองเช็คกับน้องๆ และ เพื่อนที่อยู่แผนกอื่น ทุกคนก็ปกติ ยกเว้น หัวหน้า Sale แผนกเดียวกัน เจอเหตุการณ์แปลกๆ เหมือนกัน อืมนะ มันแปลกไปไหมอ่ะ....หัวหน้า Sale ก็เลยกังวลไปด้วยเลย
พอเริ่มเดาสถานการณ์ว่าผมกำลังจะเป็น “ผู้โดน” เลยส่ง Chat ไปหา Finance Director ที่เค้าอุตส่าห์ส่ง Chat ตอบมาว่า “...ไว้คุยกันที่ออฟฟิศระยอง สัปดาห์หน้าค่ะ...” พิมพ์ตอบกลับไปว่า “...ไม่เป็นไรครับ ผมคงไม่ต้องใช้จอใหม่แล้วครับ...”

และแล้วจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายก็มาถึง เจ้านาย นัดประชุมแผนก ช่วงบ่ายของวันที่ 28 มันเลยมั่นใจ 99% แล้วว่าไม่รอดแล้วเรา

D-day วันที่ 28 เจ้านายก็โทรมานัดประชุมผ่าน MS-TEAM ตอนเช้าเฉพาะผมกับหัวหน้า Sale ขณะที่เค้ากำลังขับรถจากกรุงเทพฯ มาที่ระยอง เค้าบอกว่าเค้าอยากจะแจ้งให้ทราบด้วยวาจาก่อนที่จะขั้นตอนการเลิกจ้างในช่วงบ่ายวันนั้น โดยมี HR และ GM มาร่วมด้วย ก็ได้แต่ ครับ เข้าใจครับ เพราะไม่รู้จะตอบว่าไง เจ้านายบอกว่า เมืองนอกตั้งธงมาตั้งแต่ 2 เดือนก่อน (ก็ว่าแล้ว เจ้านายผม ลาพักร้อนไปเที่ยวเมืองนอกรัวๆ เลยช่วงนั้น) ที่ผมเซ็งคือ ผมพึ่งซื้อรถใหม่เมื่อเดือนเมษายน คันเก่าใช้มา 20 ปีเท่ากับอายุงานที่นี้ เพราะซื้อตอนเริ่มงานบริษัทนี้ ก็ตัดพ้อเจ้านายไปว่า น่าจะสะกิดกันหน่อย จะได้ซื้อแค่ มือสอง ก็พอ (แต่ก็รู้ว่าเค้าบอกใบ้ หรือ สะกิดให้รู้ไม่ได้หรอกเรื่องแบบนี้ มันก็กรณีเดียวกับที่ผมบอกลูกน้องก่อนไม่ได้เหมือนกัน)
ตอนแรกกะจะขอออกจากออฟฟิศก่อน เพราะทิ้งลูกสาวไว้ที่ ลาดกระบัง กะว่าถ้าประชุมเสร็จเร็วจะขับรถไปรับกลับมาระยอง...ก็เลยไม่ต้องขอออกก่อนเวลาแล้ว เซ็นเอกสารเลิกจ้างเสร็จก็เก็บของเท่าที่จำเป็น แล้วขับรถออกมาเพื่อไปรับลูกสาว แล้วบอกหัวหน้าว่าเดี๋ยวมาเก็บของที่หลัง กะว่าจะเป็นคิวแรก ที่จะเข้าไปคุยกับ HR แล้วเซ็นเอกสาร แต่สุดท้ายกลายเป็นคนสุดท้าย จาก 3 คนที่โดนเลิกจ้างวันนั้น แถมหัวหน้า sale คุยนานอีกเพราะเค้าไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่กับเหตุการณ์นี้

ระหว่างที่ขับรถ ก็เริ่มมีน้องๆ ในทีมที่รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น โทรมาหาหลายคน และแล้วก็มีสายโทรเข้ามาจาก คุณต้อย Finance Director “...ออกจากออฟฟิศแล้วหรอ ต้อยกะว่าจะมาคุยด้วย ปรับความเข้าใจเรื่อง จอ ต้อยอึดอัดมาก เห็นทั้ง Chat เห็นทั้ง email แต่ตอบหรือบอกไม่ได้ เพราะรู้เรื่องนี้ ตั้งแต่ มกราคม แล้ว...” ผมก็ได้แต่ ตอบว่า ครับๆ ตอนนี้เข้าใจแล้วครับ ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องใช้แล้วครับ

แต่ในใจ ก็อดคิดไม่ได้ว่า “ซื้อ จอ ให้ผมก็ได้แค่สี่พันเอง มันไม่ได้หายไปไหนถึงฉันจะออก จอ ก็ยังอยู่ที่บริษัทไหมคร้าบ ปล่อยให้ฉันหงุดหงิดและทนใช้จอเก่าที่มีปัญหาอยู่ได้ตั้ง2-3เดือน เฮ้อ!!!”
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่