น้ำตาลในเลือด สองค่า....ความหมายต่างกัน



ในการไปตรวจสุขภาพแต่ละครั้ง เรามักจะถูกกำชับว่า ต้องงดอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง น้ำเปล่าไม่ได้ห้าม และจริงๆแล้วดื่มน้ำเล็กน้อยอาจจะช่วยให้เจ็บตัวน้อยลง เพราะว่าเจาะเลือดได้ง่ายขึ้น

สาเหตุหนึ่งที่ต้องงดคือ เพื่อจะดูว่า ตอนไม่ได้กินอะไรมาหลายชั่วโมงในเลือดมีน้ำตาลเหลืออยู่เท่าไหร่ ทางการแพทย์เรียก ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร (Fasting Blood Sugar) ซึ่งถ้าสูงตั้งแต่ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (mg/dL) ขึ้นไป หมอก็จะบอกว่า “คุณเป็นเบาหวานนะ”

อีกวิธีหนึ่งที่จะวินิจฉัยโรคนี้ได้คือ ตรวจระดับน้ำตาลสะสม หรือ HbA1c ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ย 2-3 เดือนล่าสุด หมอจะพูดเหมือนกันถ้าเลือดคุณหวานตั้งแต่ 6.5 % ขึ้นไป

ในประเทศที่พัฒนาแล้ว น้ำตาลสะสมได้รับการยอมรับมากกว่าน้ำตาลหลังอดอาหาร คงเป็นเพราะมัน “โกง” ได้ยากกว่า งดกินทุเรียน 3 วันไม่ได้ทำให้ค่าเฉลี่ยเปลี่ยนไป แต่ถ้างดได้ตลอด 3 เดือนก็ต้องยอมเแล้วครับ

ขอเล่าการทำงานของน้ำตาลที่โกงยากนี้ซักเล็กน้อย เม็ดเลือดแดงของเรามีอายุขัยประมาณ 120 วัน ตลอดชีวิตมันเดินทางอยู่ในกระแสเลือดเลยมีน้ำตาลมาจับ ยิ่งอายุมาก (เม็ดเลือด ไม่ใช่คน) ก็จะได้รับน้ำตาลมาก เราสามารถใช้หลักการนี้หาค่าเฉลี่ยของน้ำตาลในช่วงเวลาดังกล่าว

แต่จะว่าโกงไม่ได้เลยก็ไม่เชิง อย่าเอ็ดไปนะครับ ผมจะบอกว่า น้ำตาลในช่วง 1 เดือนหลังสุด มีอิทธิพลต่อค่า HbA1c มากถึง 50% !!!

ดังนั้นแค่ทำตัวดีๆในเดือนสุดท้ายก่อนไปตรวจสุขภาพ ก็ช่วยได้มากทีเดียว อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า ผู้อ่านอยากมีสุขภาพดี หรืออยากให้ค่าน้ำตาลดี
ก็เลือกเอานะครับ



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่