ร้านนี้ พี่สาวที่อยู่อยุธยาเป็นผู้พาไปชิมค่ะ เริ่มจากพี่สาวโทรหาพี่สาวที่อยู่ปทุมธานี แล้วปทุมธานีก็โทรหาแม่เปป ขึ้นต้นประโยคแรกว่า ไปอยุธยากันไหมไปกินอาหารปลาแม่น้ำกัน โทรมาแบบนี้แสดงว่า พี่สาวต้องอยากกินมากๆ จะปฎิเสธก็คงไม่ได้ พ่อบ้านและ 2 หนุ่ม ได้ยินรีบส่ายหน้าขออยู่บ้าน เพราะถ้าเป็นอาหารประเภทปลาสำหรับพวกเขาแทบไม่แตะ ถ้าเป็น ฟิชแอนด์ชิปส์ หรือ เบเกอร์แมคฟิช ไม่ปฎิเสธจะยอมกิน ด้วยพวกเขากลัวก้างปลาสุดๆ แม่เปปเคยสอน 2 หนุ่มให้รู้วิธีแกะก้างปลาแต่ละชนิดยังไงๆ ก็ไม่ยอมรับรู้ค่ะ ยิ่งพ่อบ้านนี่ตัวนำปฎิเสธเมนูปลาตัวพ่อเลย ชอบสุดๆ คือ ไก่ ตามสไตล์คนอังกฤษส่วนใหญ่ ที่เมนูไก่เป็นที่นิยมมาเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ

ร้านนี้ อยู่ที่ กะมัง อยุธยา ชื่อตำบลกะมัง นะคะ อย่าเช้าใจผิด 55 คือถนนเส้นเดียวกันที่ไปวัดพนัญเชิงวรวิหาร นั่นละ อยู่ติดถนนเลยค่ะ
จริงๆคือบ้านนั่นละ แต่เจ้าของบ้าน ฝ่ายชาย ชื่อใหม่ มีฝีมือด้านทำอาหารพื้นบ้าน ด้วยเป็นคนถิ่นแม่น้ำ ก็เลยรู้จักปลามากมายหลายชนิด แถมมีชาวบ้านละแวกใกล้เคียง หาปลาแม่น้ำมาเสนอขายบ่อย ก็เลยเปิดบ้านเป็นร้านอาหาร ชื่อร้าน ครัวน้าใหม่ มีภรรยาเป็นคนรับออเดอร์ ดูแลลูกค้า คือทำกัน 2 คนแค่นั้นค่ะ ภรรยาน้าใหม่บอกว่า เปิดมาเป็น 10ปีแล้วค่ะ มีลูกค้าที่ชอบปลาแม่น้ำ ทั้งในจังหวัดและที่อื่นๆ มาเรื่อยๆ คือไม่ได้เต็มทุกโต๊ะ แต่ไม่เหงาละกัน
ปลาที่ร้าน ครัวน้าใหม่ จะเป็นปลาแม่น้ำสดๆ ที่ชาวบ้านจับได้แล้วนำมาขายแต่ละวันเท่านั้น เช่น ปลากด ปลาสายยู ปลาเทโพ ปลาเนื้ออ่อน ปลาสังกะวาด ปลาคัง ปลาตะเพียน ปลาหมอ(แม่เปปก็เพิ่งจะได้ยินชื่อปลาหลายชนิดที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน) คือวันนั้นได้ปลาอะไร ก็จะแจ้งลูกค้าให้ทราบว่า มีปลาอะไร แล้วปลาแต่ละชนิดควรทำเมนูอะไรดีที่สุด ก็จะแนะนำลูกค้า แล้วนอกจากปลาก็มี พวกเมนูไก่บ้าน ผัดผัก หมูทอด ประมาณนั้น คือเมนูเขาจะมีไม่เยอะค่ะ

จอดรถริมถนน หน้าบ้านเลยค่ะ แล้วก็เดินขึ้นบันได

ร่มรื่นมากๆ บรรยากาศชนบทไทยอย่างแท้จริง

ภายในร้านค่ะ เป็นร้านชั้นเดียว ยกพื้นใต้ถุนสูง ตอนที่พวกเราไปถึง เป็นโต๊ะเดียวของร้านค่ะ

โต๊ะไม้แท้ๆ นั่งสบายๆ บรรยากาศเหมือนอยู่บ้านญาติตามชนบท

ภาพนี้ บริเวณห้องที่มี กระบุง ตะกร้าแขวนห้อยไว้ คือ บริเวณห้องน้ำค่ะ

ส่วนผนังห้องสีขาว ที่มีผ้าลายตาราง ขาว-แดง คือห้องครัวของน้าใหม่ค่ะ

อาหารที่สั่ง เริ่มมาบ้างละ ร้านนี้ พ่อครัวทำคนเดียวในครัวเล็กๆ พอเสร็จแต่ละจาน ฝ่ายภรรยาน้าใหม่ ก็จะยกมาเสริฟค่ะ วันนี้ร่วมโต๊ะกัน 5 คน

จานนี้ คือฉู่ฉี่ปลาสายยูใส่มะระ เป็นแกงฉู่ฉี่โบราณ มีน้ำกะทิผัดกับเครื่องแกง น้ำขลุกขลิกพอเล็กน้อย (เกิดมาเพิ่งเคยได้ยินชื่อปลานะเนี่ย แม่เปปไปอยู่ไหนมา) พี่สาวอยุธยาบอกว่า ปลาสายยูเนื้ออร่อย สุดยอดของการทำฉู่ฉี่นะจ๊ะเธอจ๋า จานนี้ใครไม่กินมะระ ก็บอกทางร้านไม่ต้องใส่ รสชาติของจานนี้ คือ มีความหอม-เผ็ด เครื่องแกงที่ทางร้านตำเอง ความหวาน-มัน เล็กๆจากกะทิ และะขมเล็กๆจากมะระที่ใส่ลงไป เพื่อช่วยตัดความเลี่ยนจากปลา ที่มีมันแทรกนิดๆ

จานข้างๆ ฉู่ฉี่ปลาสายยู คือ ปลาเนื้ออ่อนผัดพริกแกง เขานำปลาไปทอดกรอบๆก่อน แล้วถึงนำมาผัดกับเครื่องแกงเผ็ดตำเอง ปลาเนื้ออ่อนตัวเล็กๆแบบนี้ ก้างก็จะไม่แข็งเหมือนปลาทั่วๆไป พอทอดกรอบๆ ก็กินได้ทั้งตัว ไม่ต้องห่วงก้าง แล้วก็นำปลาไปผัดเคล้ากับพริกแกงแห้งๆ มีรสเผ็ดๆ หวานๆ ไม่มีกะทิค่ะ

ถ้วยนี้ เป็นแกงป่าปลาคัง ที่ใส่ผักและสมุนไพรไทยอย่างถึงเครื่องมากๆ รสเผ็ดร้อนสุดๆ แม่เปปตักไปครั้ง โห ปากหุบไม่ลง 55

จานนี้ ปลาสังกะวาดทอดกรอบ ร้านแนะนำว่า กินแกงป่ารสเผ็ดร้อน ก็ต้องมีปลาสังกะวาดดับเผ็ด น้าใหม่เขาก็จะนำปลาสดๆ ทำความสะอาดแล้วก็คลุกเคล้าน้ำปลาพอให้มีความเค็มเล็กๆ ก่อนนำไปทอดกรอบๆ เมนูง่ายๆ แต่คนกินบอกอร่อย (ยกเว้นแม่เปป และหลานสาว 55)

จานเด็ด สำหรับแม่เปปและหลานสาว คือ หมูทอดค่ะ คือแม่เปปชอบปลานะ แต่ไม่ชอบเมนูปลาพวกตัวเล็กๆทอดกรอบๆ (เคยกินตอนเด็กๆ แล้วโดนแทงเพดานปาก เจ็บไปหลายวัน) ไม่ชอบแกงฉู่ฉี่ ส่วนหลานสาวก็ยังเป็นสาวน้อยๆ อาหารปลาแนวนี้สำหรับเขาก็ไม่ไหว แต่ด้วยความติดตามปู่ ย่า มาด้วย ก็เลยหาเมนูที่พอกินได้ สรุป น้าสาว คือแม่เปปแย่งกินไปอีก

1 ลุง 2 ป้า อร่อยกันมากมาย เขาบอกเมนูแบบนี้ หากินยากในปัจจุบัน ความที่แม่เปป เป็นลูกหลงและเป็นคนสุดท้องของแม่ แถมมีอายุห่างจากพี่ๆ มากอยู่ เลยไม่ค่อยทันในหลายๆเมนูที่พี่ๆติดใจวัยเด็กของพวกเขา...มื้อนี้เลยท้องโหวงเหวงเบาๆ ไม่เต็มพุงเหมือนเมนูอื่นๆ 55

ใครที่ชอบเมนูอาหารไทยโบราณ และเป็นปลาแม่น้ำแท้ๆ ถ้าผ่านมาก็ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองละกันค่ะ แต่ยอมยกนิ้วให้เรื่องปลาแม่น้ำเขาสดจริงๆ แถมพ่อครัวตำเครื่องแกงเอง โขลกครกเสียงดังได้ยินมาถึงลูกค้าเลย และที่สำคัญ เขาปรุงรสจัดจ้านมากๆ ราคาก็กลางๆค่ะ ร้อยกว่าบาท/แต่ละจาน
ถือว่าโชคดีที่พ่อบ้านและ 2 หนุ่มไม่มาด้วย ไม่งั้นคงจะกินแต่ข้าวเปล่าแน่ๆ
[CR] ตามมา พาไปชิม : ครัวน้าใหม่ ปลาแม่น้ำสารพัดเมนู
ร้านนี้ อยู่ที่ กะมัง อยุธยา ชื่อตำบลกะมัง นะคะ อย่าเช้าใจผิด 55 คือถนนเส้นเดียวกันที่ไปวัดพนัญเชิงวรวิหาร นั่นละ อยู่ติดถนนเลยค่ะ
จริงๆคือบ้านนั่นละ แต่เจ้าของบ้าน ฝ่ายชาย ชื่อใหม่ มีฝีมือด้านทำอาหารพื้นบ้าน ด้วยเป็นคนถิ่นแม่น้ำ ก็เลยรู้จักปลามากมายหลายชนิด แถมมีชาวบ้านละแวกใกล้เคียง หาปลาแม่น้ำมาเสนอขายบ่อย ก็เลยเปิดบ้านเป็นร้านอาหาร ชื่อร้าน ครัวน้าใหม่ มีภรรยาเป็นคนรับออเดอร์ ดูแลลูกค้า คือทำกัน 2 คนแค่นั้นค่ะ ภรรยาน้าใหม่บอกว่า เปิดมาเป็น 10ปีแล้วค่ะ มีลูกค้าที่ชอบปลาแม่น้ำ ทั้งในจังหวัดและที่อื่นๆ มาเรื่อยๆ คือไม่ได้เต็มทุกโต๊ะ แต่ไม่เหงาละกัน
ปลาที่ร้าน ครัวน้าใหม่ จะเป็นปลาแม่น้ำสดๆ ที่ชาวบ้านจับได้แล้วนำมาขายแต่ละวันเท่านั้น เช่น ปลากด ปลาสายยู ปลาเทโพ ปลาเนื้ออ่อน ปลาสังกะวาด ปลาคัง ปลาตะเพียน ปลาหมอ(แม่เปปก็เพิ่งจะได้ยินชื่อปลาหลายชนิดที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน) คือวันนั้นได้ปลาอะไร ก็จะแจ้งลูกค้าให้ทราบว่า มีปลาอะไร แล้วปลาแต่ละชนิดควรทำเมนูอะไรดีที่สุด ก็จะแนะนำลูกค้า แล้วนอกจากปลาก็มี พวกเมนูไก่บ้าน ผัดผัก หมูทอด ประมาณนั้น คือเมนูเขาจะมีไม่เยอะค่ะ
จอดรถริมถนน หน้าบ้านเลยค่ะ แล้วก็เดินขึ้นบันได
ร่มรื่นมากๆ บรรยากาศชนบทไทยอย่างแท้จริง
ภายในร้านค่ะ เป็นร้านชั้นเดียว ยกพื้นใต้ถุนสูง ตอนที่พวกเราไปถึง เป็นโต๊ะเดียวของร้านค่ะ
โต๊ะไม้แท้ๆ นั่งสบายๆ บรรยากาศเหมือนอยู่บ้านญาติตามชนบท
ภาพนี้ บริเวณห้องที่มี กระบุง ตะกร้าแขวนห้อยไว้ คือ บริเวณห้องน้ำค่ะ
ส่วนผนังห้องสีขาว ที่มีผ้าลายตาราง ขาว-แดง คือห้องครัวของน้าใหม่ค่ะ
อาหารที่สั่ง เริ่มมาบ้างละ ร้านนี้ พ่อครัวทำคนเดียวในครัวเล็กๆ พอเสร็จแต่ละจาน ฝ่ายภรรยาน้าใหม่ ก็จะยกมาเสริฟค่ะ วันนี้ร่วมโต๊ะกัน 5 คน
จานนี้ คือฉู่ฉี่ปลาสายยูใส่มะระ เป็นแกงฉู่ฉี่โบราณ มีน้ำกะทิผัดกับเครื่องแกง น้ำขลุกขลิกพอเล็กน้อย (เกิดมาเพิ่งเคยได้ยินชื่อปลานะเนี่ย แม่เปปไปอยู่ไหนมา) พี่สาวอยุธยาบอกว่า ปลาสายยูเนื้ออร่อย สุดยอดของการทำฉู่ฉี่นะจ๊ะเธอจ๋า จานนี้ใครไม่กินมะระ ก็บอกทางร้านไม่ต้องใส่ รสชาติของจานนี้ คือ มีความหอม-เผ็ด เครื่องแกงที่ทางร้านตำเอง ความหวาน-มัน เล็กๆจากกะทิ และะขมเล็กๆจากมะระที่ใส่ลงไป เพื่อช่วยตัดความเลี่ยนจากปลา ที่มีมันแทรกนิดๆ
จานข้างๆ ฉู่ฉี่ปลาสายยู คือ ปลาเนื้ออ่อนผัดพริกแกง เขานำปลาไปทอดกรอบๆก่อน แล้วถึงนำมาผัดกับเครื่องแกงเผ็ดตำเอง ปลาเนื้ออ่อนตัวเล็กๆแบบนี้ ก้างก็จะไม่แข็งเหมือนปลาทั่วๆไป พอทอดกรอบๆ ก็กินได้ทั้งตัว ไม่ต้องห่วงก้าง แล้วก็นำปลาไปผัดเคล้ากับพริกแกงแห้งๆ มีรสเผ็ดๆ หวานๆ ไม่มีกะทิค่ะ
ถ้วยนี้ เป็นแกงป่าปลาคัง ที่ใส่ผักและสมุนไพรไทยอย่างถึงเครื่องมากๆ รสเผ็ดร้อนสุดๆ แม่เปปตักไปครั้ง โห ปากหุบไม่ลง 55
จานนี้ ปลาสังกะวาดทอดกรอบ ร้านแนะนำว่า กินแกงป่ารสเผ็ดร้อน ก็ต้องมีปลาสังกะวาดดับเผ็ด น้าใหม่เขาก็จะนำปลาสดๆ ทำความสะอาดแล้วก็คลุกเคล้าน้ำปลาพอให้มีความเค็มเล็กๆ ก่อนนำไปทอดกรอบๆ เมนูง่ายๆ แต่คนกินบอกอร่อย (ยกเว้นแม่เปป และหลานสาว 55)
จานเด็ด สำหรับแม่เปปและหลานสาว คือ หมูทอดค่ะ คือแม่เปปชอบปลานะ แต่ไม่ชอบเมนูปลาพวกตัวเล็กๆทอดกรอบๆ (เคยกินตอนเด็กๆ แล้วโดนแทงเพดานปาก เจ็บไปหลายวัน) ไม่ชอบแกงฉู่ฉี่ ส่วนหลานสาวก็ยังเป็นสาวน้อยๆ อาหารปลาแนวนี้สำหรับเขาก็ไม่ไหว แต่ด้วยความติดตามปู่ ย่า มาด้วย ก็เลยหาเมนูที่พอกินได้ สรุป น้าสาว คือแม่เปปแย่งกินไปอีก
1 ลุง 2 ป้า อร่อยกันมากมาย เขาบอกเมนูแบบนี้ หากินยากในปัจจุบัน ความที่แม่เปป เป็นลูกหลงและเป็นคนสุดท้องของแม่ แถมมีอายุห่างจากพี่ๆ มากอยู่ เลยไม่ค่อยทันในหลายๆเมนูที่พี่ๆติดใจวัยเด็กของพวกเขา...มื้อนี้เลยท้องโหวงเหวงเบาๆ ไม่เต็มพุงเหมือนเมนูอื่นๆ 55
ใครที่ชอบเมนูอาหารไทยโบราณ และเป็นปลาแม่น้ำแท้ๆ ถ้าผ่านมาก็ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองละกันค่ะ แต่ยอมยกนิ้วให้เรื่องปลาแม่น้ำเขาสดจริงๆ แถมพ่อครัวตำเครื่องแกงเอง โขลกครกเสียงดังได้ยินมาถึงลูกค้าเลย และที่สำคัญ เขาปรุงรสจัดจ้านมากๆ ราคาก็กลางๆค่ะ ร้อยกว่าบาท/แต่ละจาน
ถือว่าโชคดีที่พ่อบ้านและ 2 หนุ่มไม่มาด้วย ไม่งั้นคงจะกินแต่ข้าวเปล่าแน่ๆ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น