ได้ข้าว พร้อมไข่เป็ดพะโล้ 1 ฟอง หมูสามชั้น 1 ชิ้น และเต้าหู้ 2 ชิ้น ราดน้ำพะโล้มานิดหน่อย
เด็กๆก็อิ่มแล้วครับ แค่นี้
เป็นอาหารกลางวันที่โรงอาหารของโรงเรียน ตอนผมอยู่ ป.1
น่าจะประมาณ ปี 2513 เป็นปีแรก ที่แม่ต้องให้ค่าขนมไปโรงเรียน
สมัยนั้นได้วันละ 2 บาท ถ้าจำไม่ผิด ได้เหรียญบาทอันใหญ่ๆ 2 อัน
จะซื้อข้าวได้จานนึง และ ขนมน้ำแข็งไสได้ถ้วยนึง 50 ส.ต.
แค่นั้นจริงๆ
ดินสอแท่งละ 50 ส.ต. ยางลบหอมๆ 50 ส.ต. ที่ร้านสวัสดิกการโรงเรียน
กระเพาะปลา อาแปะ ถ้วยละ 50 ส.ต. ก๋วยเตี๋ยวหลอดกระทงใบตองกระทงละ 50 ส.ต.
ข้าวต้มมัดน่าจะอันละสลึงมั๊ง ขายเป็นคู่ๆ
ถั่วลิสง แถมตุ๊กตุ่นก็ซองละ สลึง เอามาแข่งกันทอยเส้น
ลูกหินก็ลูกละสลึง
หน่วยเงิน 1 สลึง คือหน่วยเงินที่เล็กที่สุดที่เงินสมัยนั้นจะซื้อได้
ผมไม่เคยซื้ออะไรได้ด้วยเงินต่ำกว่า 1 สลึง
ใครจะนึกว่า สมัยนี้ 5 บาท ก็แทบซื้ออะไรไม่ได้แล้ว ได้แค่ข้าวเปล่าถุงนึง
ทำไมเวลามันช่างผ่านไปเร็วอย่างงี้ ไม่แก่ยังไงไหววะเนี่ย
ใครได้ค่าขนมครั้งแรกกันเท่าไหร่ มาอวดกันโหน่ยยยย
สวัสดีครับ
เล่าให้ใครฟังก็ไม่ค่อยมีคนเชื่อ ตอนผมเด็กๆนี่ ข้าวไข่พะโล้ จานละ หกสลึงเองจริงๆนะครับ
เด็กๆก็อิ่มแล้วครับ แค่นี้
เป็นอาหารกลางวันที่โรงอาหารของโรงเรียน ตอนผมอยู่ ป.1
น่าจะประมาณ ปี 2513 เป็นปีแรก ที่แม่ต้องให้ค่าขนมไปโรงเรียน
สมัยนั้นได้วันละ 2 บาท ถ้าจำไม่ผิด ได้เหรียญบาทอันใหญ่ๆ 2 อัน
จะซื้อข้าวได้จานนึง และ ขนมน้ำแข็งไสได้ถ้วยนึง 50 ส.ต.
แค่นั้นจริงๆ
ดินสอแท่งละ 50 ส.ต. ยางลบหอมๆ 50 ส.ต. ที่ร้านสวัสดิกการโรงเรียน
กระเพาะปลา อาแปะ ถ้วยละ 50 ส.ต. ก๋วยเตี๋ยวหลอดกระทงใบตองกระทงละ 50 ส.ต.
ข้าวต้มมัดน่าจะอันละสลึงมั๊ง ขายเป็นคู่ๆ
ถั่วลิสง แถมตุ๊กตุ่นก็ซองละ สลึง เอามาแข่งกันทอยเส้น
ลูกหินก็ลูกละสลึง
หน่วยเงิน 1 สลึง คือหน่วยเงินที่เล็กที่สุดที่เงินสมัยนั้นจะซื้อได้
ผมไม่เคยซื้ออะไรได้ด้วยเงินต่ำกว่า 1 สลึง
ใครจะนึกว่า สมัยนี้ 5 บาท ก็แทบซื้ออะไรไม่ได้แล้ว ได้แค่ข้าวเปล่าถุงนึง
ทำไมเวลามันช่างผ่านไปเร็วอย่างงี้ ไม่แก่ยังไงไหววะเนี่ย
ใครได้ค่าขนมครั้งแรกกันเท่าไหร่ มาอวดกันโหน่ยยยย
สวัสดีครับ