**ตัวอย่างชีวิตตัวเองที่อยากให้คนอ่านได้เห็นค่าความสำคัญของประกัน**
ขอเกริ่นเริ่มต้นจากตัวชีวิตเราส่วนตัวเป็นคนทำงานฟรีแลนซ์ ไม่มีประกันสังคม ครอบครัวเป็นข้าราชการบำนาญพอพ่อเกษียร สามารถใช้สิทธิ์เบิกจ่ายจากข้าราชบำนาญได้แต่มาคิดถึงตัวเองควรจะต้องมีประกันเพราะถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายตรงนี้ตอนที่ไม่สบายต้องรักษา ต้องพักฟื้น ดังนั้นตัวเราตัดสินใจทำประกันตั้งแต่ยังเป็นพนักงานประจำตอนจบอุดมศึกษาใหม่ๆ ซื้อไทยประกันชีวิตประกันออมทรัพย์+ประกันสุขภาพค่าห้องถ้าจำไม่ผิด1,200
โดยประมาณ ทำไปส่งไปได้ประมาณ 7ปีได้ไม่สบายรถมอไซต์ชนสุนัขหน้าลงคางกระแทกฟันหน้าบน4ซี่ร้าว หักไป2ร้าวไป1 อีกด้านหน้าสุดฝั่งขวาหักแบบเฉียงคางหมูเข้าเหงือกโดยลงหน้าคว่ำหน้าผากลงพื้นสลบ รถพยาบาลปลุกและแจ้งเค้าไปพอฟื้นตรงฟุตบาตว่ามีประกันอุบัติเหตุเข้ารพ.เอกชนระดับต้นเลยค่ะ พอไปถึงโดนเอ็กซเรย์MRI CTSCAN นอนค้างพักฟื้น หน้าบวมแผลเต็มหน้าตาบวม ปากบวมเป็นแผลในปากเพราะฟันที่หักมีความคมแทงทะลุเนื้อผิวหนังในปากเป็นแผลด้านข้างผิวหนังในช่องปากฟันล่างด้านหน้า ผลคือแพทย์ฉุกเฉินเย็บแผลในปากด้านใน5เข็ม
เย็บหน้าผาก 10เข็ม อุบัติเหตุเกิดตอน 23:50โดยประมาณ พอรถพยาบาลนำส่งเข้ารพ.ก้อถึงรพ.ว่าเป็นเลยเที่ยงคืนเป็นเช้าคืนวันใหม่ เกิดอุบัติเหตุเมื่อวานแต่การนอนพักตามหลักหลังเที่ยงคืนถือเป็นวันแรกในการดข้าพักแต่นแนจริง2คืน พอออกจากรพ.ได้ ได้สิทธิ์ค่สชดเชยทุพลภาพชั่วคราวประกันไทยประกันชีวิตคร่าวๆ 5,×××ได้ค่าชดเชยนอนรพ.1คืน =1,000 ได้ค่าชกเชยนอนรพ.ของประกันอุบัติเหตุธนชาต 500 รวมคร่าวๆได้ค่าชดเชยเพียวนอน1คืนได้มา 6,×××
ผ่านเหตุการณ์นี้ได้ไปรักษาฟันต่อที่รพ.ตามสิทธิ์ประกันสังคม ทำฟันปลอมด้านหน้า1ซี่ ปกส.จ่าย1,300 อุดฟัน อีก 800 ถ้จำไใผิดแต่ลงชื่อเพื่อจะทำรากฟันเทียมซึ่งเราพร้อมจ่ายเอง ผ่สนไปเดือนกว่าๆเกือบ2เดือนที่ลงชื่อไว้พยาบาลของหมอที่ทำการถอนฟันหน้าและทำฟันปลอมให้โทรมาเช็คยังสนใจทำรากฟันเทียมอยู่หรือไม่ถ้ายังสนให่มาตามวันเวลานี้และค่าใช้จ่ายในปีนั้นราวๆๆ 45,000 ค่าผ่าตัดใส่รากเทียมค่าครอบฟันแต่มีค่าต่อฟันครอบฟันที่หัก2ซี่ราวๆ 1หมื่นบาท
รวมเบ็ดเสร็จค่าผ่าค่าครอบค่าอุด รากฟันเทียมนี้หมด 5หมื่นกว่าได้ ผ่านเหตุการณ์นี้มางานกลับมาทำปกติ ช่วงชีวิตไม่สามารถไปต่อกับประกันได้เลยไปกู้เงินกรมธรรม์อแกมาได้ราวๆ 4หมื่นกว่าเพื่อครองชีพตัวเองช่วงว่างงานบ้าง เลยเถิดกลายเป็น กรมธรรม์นี้หมดมูลค่ากู้ตัวเองไปพร้อมมีเงินกู้ธรมธรรม์เอง จนสุดท้ายไม่ได้จ่ายต่อ
มีบางปีคิดจะจ่ายต่อแต่ต้งไปจ่ายย้อนหลังค่าประกันสุขภาพอีก เลยเลือก ขนายเวลาไป จนณเวลานี้ กรมธรรม์น่าจะไม่ได้ไปต่อแล้วก้อ มองหากรมธรรม์เพื่อมาเป็นประกันสุขภาพให้ตัวเอง
จึงอยากลดค่าใช้จ่ายเวลามีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น เลยซื้อประกันสุขภาพ ของค่ายแดงแบบแยก ค่าห้อง ค่าหมอ ค่าผ่าตัด ทำเมื่อปี 2558 / จ่ายรายเดือน ณตอนนั่นตกเดือนละ 7××กว่าบาท จนส่งมาเรื่อยๆ ณ ปีนี้ขึ้นมาเป็น 1,796.50 ณ ปี2569
ในตอนที่ซื้ปี2558นั้นมีประกันชีวิตพ่วง2แสนและสุขภาพแยกจ่าย พร้อมซื้อประกันบูพ่าทิ้งไว้จ่ายรายเดือน 375บาทถ้าจำไม่ผิด จนถึงตอนนี้ปีนี้ จากบูพ่า เอทน่า มาเทคโอเวอร์ และ ณตอนนี้อลิอั้นซ์ มาเทคโอเวอร์ และเปลี่ยนเบี้ยจ่ายเพิ่มตามอายุในปี2569นี้เป็นเบี้ยรายเดือน 1,101.- บาทต่อเดือน มีค่าdeductible 20,000 บาทแรกผู้เอาประกันผู้ป่วยรับผิดชอบยอดนี้เอง และที่เหลือ เหมาจ่าย500,000 ประกันรับผิดชอบ80%
หรือที่เรียกCopayment ถ้าจำไม่ผิด เรีนกแผนในตอนนั้นว่าExtracare plan3 ส่งมาเรื่อยจากปี2558จนมาปีโควิทมา เรื่องการเงินถือว่าฝืดเคืองอย่างมากคิดจะไม่จ่ายก้อกลัวมีเหตุเกิดกับตัว แล้วก้อเป็นจริง ในปี2565 เกิดอุบัติเหติครั้งใหญ่ในขีวิต ขี่มอไซต์เป็นผู้ขับ เฉี่ยวรถปิ้กอัพที่จอดข้างทางสองคัน แฮนด์ด้านซ้ายเบียดด้านข้างปิ้กอัพคันแรกที่จอด ไม่เป็นไรแต่ปิ้กอัพคันที่2ที่จอดเรียงกันนั้น ตูดท้ายรถเยื้องเข้ามาในถนนเหลื่อมล้ำกว่าคันแรก ทำให้มอไซต์ที่ขี่ชนตรงๆท้ายรถปิ้กอัพคันที่สอง
ผลจากเหตุการณ์นี้ ตัวคนขับมีหมวกกันน้อคล้มลงตามรถแต่จุกท้องเลือดไม่มีออหตามตัวแต่ท้องจุกมาก คนซ้อนสลบ ปลุกไม่ตื่น คนขับสลบ ปลุกตื่นและบอกเจ้าหน้าที่แอมบูแลนซ์ว่าไม่ไหวจุกท้อง เอาหนูส่งกรุงเทพพัทยานะคะ
อุบัติเหตุเกิดตอนขณะขับขี่รถกลับที่พักหลังเลิกงานเวลาประมาณ 10:55นาฬิกา สลบไปหลังจสกบอกเจ้าหน้าที่แล้ว
ตื่นมาอีกทีถึงได้รู้ว่าอยู่รพ.นอนกรุงเทพพัทยาตื่นมาเช้าวันที่5พฤษภา วันเกิดเหตุ4พฤษภา 65
หมอมาบอกคนไข้จำอะไรได้ไหมเราบอกว่าจำอะไรไม่ได้
หมอเลยบอกว่าคนไข้เกิดอุบัติเหตุรถมอไซต์ชนท้ายกระบะ ท้องด้ายล่างคนไข้ ช่องท้องเละหมด แต่หมอผ่าตัดแล้ว
โดยรอบเตีบงรนไข้คือใส่เครื่องช่วย สอดท่อ มีอุปกรณ์อะไรต่างๆตามตัว สมองไม่ได้รับความกรพทบกระเทือน นอนอยู่เป็นผักแบบนั้นทำได้คืแนอนหลับตาสลึมสลือบ้างบางครั้งตามฤทธิ์ยา คุยไม่ได้เพราะสอดท่อ ถ้าจะให้ำยายาลมาซักชั่นแค่ทำมือชี้ที่ปาก สายๆญาติเริ่มมาหา ณ ตอนนั้นตัวเแงยังไม่รู้ว่าอาการเป็นขนาดไหน แต่มีบางช่วงพยาบาลที่เฝ้าไข้คุยกับคนมาเปลี่ยนหรือมาตรวจเช็คชีพจร วัดไข้ ได้ยินเต็มๆว่าคนไข้ อาการหนักมาก แต่สมองไม่ได้รับความกระทบกระเทือน ดีที่สมองไม่เป็นไร
สายๆมา หมอเข้ามาบอกเกี่ยวกับ อาการต้องรอให้ดีขึ้นให้ผ่านคำว่าติดเชื้อรึไม่ติดเชื้อ และไม่สามารถบอกได้จะถอดสายสอดท่อได้เมื่อไหร่ส่วนด้านหลัง มีกระดูกที่หัก ซี่โครงหัก5ซี่ สะบักหลังซ้าย ไหปลาร้าขวาหัก กระดูกซี่โครงช่วงรอยต่อเอวหัก ลำไส้ทะลุหมอตัดออกแล้วต่อเข้าใหม่
บ่ายจับหน้าผากตรงคิ้วด้านขวามีผ้าก้อตปิดอยู่ สงสัยเอามือคลำ คิดไปถึงว่าถ้าเย็บแผลก้อต้องปิดผ้าก้อตอย่างสนิทแต่ลงนี่จับผ้าก้อตแล้วสก้อตเทปหลุดออกง่าย ลยแกัสก้อตเทปและลองจับแผล กลายเป็นว่าสังเกตุเห็นความไม่เรียบของผิว มีความแยกของผืวเหมือนไม่ได้เย็บ
เลยเอาแท้ป้ล็ตที่ขอให้ญาติเอามาส่งเำราะไม่สามารถพูดได้ ต้องใช้การพิมพ์ในเครื่องแท้ปเลตเอา ถามว่าแผลเหมือนไม่ได้เย็บ เลยเอาแท้บเลตถ่ายหน้าตัวเองผลที่ได้คือ เห็นภาพกระจ่างว่าแผลไม่ได้เย็บ ลักษณะแผลไม่มีเลือดออก แต่แห้ง พยาบาลที่ดูแลเริ่มติดต่อหาคนมาให้คำตอบว่าทำไมฝ่ายฉุกเฉินไม่เย็บแผลจนปล่อยให้คนไข้ผ่าตัดเสร็จแล้วมารู้ด้วยตัวเอง เหตุการณ์นี้คาบเกี่ยว2รพ. คือรพ.จอมเทียนที่รัลเคสแรกเริ่มต้นเห็นบาดแผลที่หน้าผากแต่ไม่เย็บจัดการ รีบดูอาการพอรู้เป็นเคสใหญ่เลือดออกในช่องท้องเลยส่งรพ.ที่พร้อมกว่าคือกรุงเทพพัทยา กรุงเทพพัทยาจัดการเคสใหญ่ CTScanเรท่องด่วนใหญ่คือผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ตัดลำไส้ เพราะลำไส้ทะลุ จนผ่านช่วงวิกฤต ออกจากห้องผ่าตัด แต่ยังอยู่ไอซียู เช้าวันที่5ตัวแทน ER จากรพ.แรกเข้ามาดูอาการ คำถามแรกคนไข้มีอาการปวดหัวไหม แต่สิ่งที่ได้ยินก่อนหน้า คือรพ.ที่ผ่าตัด พนักงานดเจ้าหน้าที่ก่อว้าทำไมรพ.แรกไม่ยอมเย็บแผล รพ.แรกก้อว่าเรื่องเร่งด่วนหบังcT scan จนรู้เลือกออกในช่องท้องต้องผ่าตัดใหญ่เลยส่งตัวคนไข้มารพ.ที่สภาพการณ์พร้อมกว่าก้อค่ดว่ารพ.ใหญ่ต้องทำต่อ กลายเป็นเกี่ยงการเย็บแผล จากที่รู้บ่ายวันที่5 หรือวันที่2ของการพักฟื้น เหตุการณ์นั้นก้อยังไม่ได้เย็บแผล
กลายเป็นได้เย็บในบ่ายวันที่ 6หรือวันที่3ใรการรักษา ซึ่งเราพิมพ์บอกถึงเจ้าหน้าที่ว่าถ้าไม่สามารถบอกระบุวันที่ที่จะถอดสายสอดท่อออกได้ ก้อต้องย้ายรพ.ตามสิทธิ์
ปกส. เพราะหากยังอยู่ในห้องไอซียูแบบนี้ ค่ารักษาค่าห้องต่อคืนคือวันละ5หมื่น เราไม่สามารถแบบค่ารักษาไว้ได้ต่องย้ยไปตามสิทธิ์ปกส. ถึงจะช่วยลดภาระค่าฝช้จ่ายของเราได้
ดังนั้นวันที่3ในการรักษาสายๆคือรู้แล้วว่าเราจะ ย้ายไปรพ.ตามสิทธิ์ปกส. แต่ต้องรอรพ.ที่จะย้ายมารับ จนได้ย้ายจริงๆ คือช่วง5-6โมงเย็นของวีนรักษาที่3 ก้อคือวันที่6พฤษภาคม2565
ณ ตอนนั้นถึงเพิ่งรู้อาการตัวเองว่าหนักเอาการ
เพราะรถตกกระแทกนิดเดียวคือเจ็บหลังเจ็บกระดูกมาก
การย้ายในครานั้นคือสิ่งที่คิดถูก เพราะค่ารักษาทุกวันในห้องพักฟื้นนี้คืนละ5หมื่นไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่จะได้ออกมาอยู่ห้องปกติเมื่อไร
ย้ายมาอยู่รพ.ตามสิทธิ์ ปกส. อยากบอกถึงความทนอึดถึกทึนของตัวเองอย่างมาก กับความประสาทของพยาบาลหลากหลายคนที่เข้าเวร
จบด้วยค่ารักษาพยาบาลของรพ.แรกที่ผ่าตัดให้หมดค่ารักษาไป 628,185.-
ความโชคดีที่มีประกันคือ สิ่งแรกที่อยากจะบอกทุกคนที่กำลังอ่านมาภึงตอนนี้
เพราะเมื่อนึกถึงเจ้าหน้าที่ที่ปลุกก่อนโดนหามเปลเอาขึ้นรถ Ambulance นั้นตัวเองได้บอกเค้าไว้ว่า จุกเอาส่งรพ.อันดับหนึ่งในพื้นที่นั้นด้วยและสลบไป ไม่สามารถตื่นมาบอกใครได้อีกเลย จนอีกวัน ที่ตื่น ถึงได้อยากบอกผู้อ่านเป็นข้อคิดเตือนใจเลยว่า ถึงคุณจะมีประกันรึไม่มีแต่สามารถพูดึยโต้ตอบได้นั้นดีแค่ไหนแล้ว เพราะเคยเข้ารพ.และใช้สิทธิ์ประกันไปแล้วนี่แหละ ประวัติการรักษามันมีบอกไว้ว่าเรามีประกัน ดังนั้นพอเข้ารพ.อันดับหนึ่งในพื้นที่นี้ได้รพ.ไม่รอช้าผ่าตัดโดยไม่ได้รอ ญาติพี่น้องมาเซ็นต์ เป็นความโชคดีที่ไม่รอ เพราะถ้ารอเราคงได้ตายไปก่อนแล้ว
จบในเรื่อง รพ.แรก
ติดตาม Next Review รพ.ที่2 ได้จร้า

ทำเถอะประกัน มีแต่ผลดี ตัวอย่างชีวิตของตัวเองที่รอดมาได้เพราะมีประกันสุขภาพ Pa
ขอเกริ่นเริ่มต้นจากตัวชีวิตเราส่วนตัวเป็นคนทำงานฟรีแลนซ์ ไม่มีประกันสังคม ครอบครัวเป็นข้าราชการบำนาญพอพ่อเกษียร สามารถใช้สิทธิ์เบิกจ่ายจากข้าราชบำนาญได้แต่มาคิดถึงตัวเองควรจะต้องมีประกันเพราะถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายตรงนี้ตอนที่ไม่สบายต้องรักษา ต้องพักฟื้น ดังนั้นตัวเราตัดสินใจทำประกันตั้งแต่ยังเป็นพนักงานประจำตอนจบอุดมศึกษาใหม่ๆ ซื้อไทยประกันชีวิตประกันออมทรัพย์+ประกันสุขภาพค่าห้องถ้าจำไม่ผิด1,200
โดยประมาณ ทำไปส่งไปได้ประมาณ 7ปีได้ไม่สบายรถมอไซต์ชนสุนัขหน้าลงคางกระแทกฟันหน้าบน4ซี่ร้าว หักไป2ร้าวไป1 อีกด้านหน้าสุดฝั่งขวาหักแบบเฉียงคางหมูเข้าเหงือกโดยลงหน้าคว่ำหน้าผากลงพื้นสลบ รถพยาบาลปลุกและแจ้งเค้าไปพอฟื้นตรงฟุตบาตว่ามีประกันอุบัติเหตุเข้ารพ.เอกชนระดับต้นเลยค่ะ พอไปถึงโดนเอ็กซเรย์MRI CTSCAN นอนค้างพักฟื้น หน้าบวมแผลเต็มหน้าตาบวม ปากบวมเป็นแผลในปากเพราะฟันที่หักมีความคมแทงทะลุเนื้อผิวหนังในปากเป็นแผลด้านข้างผิวหนังในช่องปากฟันล่างด้านหน้า ผลคือแพทย์ฉุกเฉินเย็บแผลในปากด้านใน5เข็ม
เย็บหน้าผาก 10เข็ม อุบัติเหตุเกิดตอน 23:50โดยประมาณ พอรถพยาบาลนำส่งเข้ารพ.ก้อถึงรพ.ว่าเป็นเลยเที่ยงคืนเป็นเช้าคืนวันใหม่ เกิดอุบัติเหตุเมื่อวานแต่การนอนพักตามหลักหลังเที่ยงคืนถือเป็นวันแรกในการดข้าพักแต่นแนจริง2คืน พอออกจากรพ.ได้ ได้สิทธิ์ค่สชดเชยทุพลภาพชั่วคราวประกันไทยประกันชีวิตคร่าวๆ 5,×××ได้ค่าชดเชยนอนรพ.1คืน =1,000 ได้ค่าชกเชยนอนรพ.ของประกันอุบัติเหตุธนชาต 500 รวมคร่าวๆได้ค่าชดเชยเพียวนอน1คืนได้มา 6,×××
ผ่านเหตุการณ์นี้ได้ไปรักษาฟันต่อที่รพ.ตามสิทธิ์ประกันสังคม ทำฟันปลอมด้านหน้า1ซี่ ปกส.จ่าย1,300 อุดฟัน อีก 800 ถ้จำไใผิดแต่ลงชื่อเพื่อจะทำรากฟันเทียมซึ่งเราพร้อมจ่ายเอง ผ่สนไปเดือนกว่าๆเกือบ2เดือนที่ลงชื่อไว้พยาบาลของหมอที่ทำการถอนฟันหน้าและทำฟันปลอมให้โทรมาเช็คยังสนใจทำรากฟันเทียมอยู่หรือไม่ถ้ายังสนให่มาตามวันเวลานี้และค่าใช้จ่ายในปีนั้นราวๆๆ 45,000 ค่าผ่าตัดใส่รากเทียมค่าครอบฟันแต่มีค่าต่อฟันครอบฟันที่หัก2ซี่ราวๆ 1หมื่นบาท
รวมเบ็ดเสร็จค่าผ่าค่าครอบค่าอุด รากฟันเทียมนี้หมด 5หมื่นกว่าได้ ผ่านเหตุการณ์นี้มางานกลับมาทำปกติ ช่วงชีวิตไม่สามารถไปต่อกับประกันได้เลยไปกู้เงินกรมธรรม์อแกมาได้ราวๆ 4หมื่นกว่าเพื่อครองชีพตัวเองช่วงว่างงานบ้าง เลยเถิดกลายเป็น กรมธรรม์นี้หมดมูลค่ากู้ตัวเองไปพร้อมมีเงินกู้ธรมธรรม์เอง จนสุดท้ายไม่ได้จ่ายต่อ
มีบางปีคิดจะจ่ายต่อแต่ต้งไปจ่ายย้อนหลังค่าประกันสุขภาพอีก เลยเลือก ขนายเวลาไป จนณเวลานี้ กรมธรรม์น่าจะไม่ได้ไปต่อแล้วก้อ มองหากรมธรรม์เพื่อมาเป็นประกันสุขภาพให้ตัวเอง
จึงอยากลดค่าใช้จ่ายเวลามีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น เลยซื้อประกันสุขภาพ ของค่ายแดงแบบแยก ค่าห้อง ค่าหมอ ค่าผ่าตัด ทำเมื่อปี 2558 / จ่ายรายเดือน ณตอนนั่นตกเดือนละ 7××กว่าบาท จนส่งมาเรื่อยๆ ณ ปีนี้ขึ้นมาเป็น 1,796.50 ณ ปี2569
ในตอนที่ซื้ปี2558นั้นมีประกันชีวิตพ่วง2แสนและสุขภาพแยกจ่าย พร้อมซื้อประกันบูพ่าทิ้งไว้จ่ายรายเดือน 375บาทถ้าจำไม่ผิด จนถึงตอนนี้ปีนี้ จากบูพ่า เอทน่า มาเทคโอเวอร์ และ ณตอนนี้อลิอั้นซ์ มาเทคโอเวอร์ และเปลี่ยนเบี้ยจ่ายเพิ่มตามอายุในปี2569นี้เป็นเบี้ยรายเดือน 1,101.- บาทต่อเดือน มีค่าdeductible 20,000 บาทแรกผู้เอาประกันผู้ป่วยรับผิดชอบยอดนี้เอง และที่เหลือ เหมาจ่าย500,000 ประกันรับผิดชอบ80%
หรือที่เรียกCopayment ถ้าจำไม่ผิด เรีนกแผนในตอนนั้นว่าExtracare plan3 ส่งมาเรื่อยจากปี2558จนมาปีโควิทมา เรื่องการเงินถือว่าฝืดเคืองอย่างมากคิดจะไม่จ่ายก้อกลัวมีเหตุเกิดกับตัว แล้วก้อเป็นจริง ในปี2565 เกิดอุบัติเหติครั้งใหญ่ในขีวิต ขี่มอไซต์เป็นผู้ขับ เฉี่ยวรถปิ้กอัพที่จอดข้างทางสองคัน แฮนด์ด้านซ้ายเบียดด้านข้างปิ้กอัพคันแรกที่จอด ไม่เป็นไรแต่ปิ้กอัพคันที่2ที่จอดเรียงกันนั้น ตูดท้ายรถเยื้องเข้ามาในถนนเหลื่อมล้ำกว่าคันแรก ทำให้มอไซต์ที่ขี่ชนตรงๆท้ายรถปิ้กอัพคันที่สอง
ผลจากเหตุการณ์นี้ ตัวคนขับมีหมวกกันน้อคล้มลงตามรถแต่จุกท้องเลือดไม่มีออหตามตัวแต่ท้องจุกมาก คนซ้อนสลบ ปลุกไม่ตื่น คนขับสลบ ปลุกตื่นและบอกเจ้าหน้าที่แอมบูแลนซ์ว่าไม่ไหวจุกท้อง เอาหนูส่งกรุงเทพพัทยานะคะ
อุบัติเหตุเกิดตอนขณะขับขี่รถกลับที่พักหลังเลิกงานเวลาประมาณ 10:55นาฬิกา สลบไปหลังจสกบอกเจ้าหน้าที่แล้ว
ตื่นมาอีกทีถึงได้รู้ว่าอยู่รพ.นอนกรุงเทพพัทยาตื่นมาเช้าวันที่5พฤษภา วันเกิดเหตุ4พฤษภา 65
หมอมาบอกคนไข้จำอะไรได้ไหมเราบอกว่าจำอะไรไม่ได้
หมอเลยบอกว่าคนไข้เกิดอุบัติเหตุรถมอไซต์ชนท้ายกระบะ ท้องด้ายล่างคนไข้ ช่องท้องเละหมด แต่หมอผ่าตัดแล้ว
โดยรอบเตีบงรนไข้คือใส่เครื่องช่วย สอดท่อ มีอุปกรณ์อะไรต่างๆตามตัว สมองไม่ได้รับความกรพทบกระเทือน นอนอยู่เป็นผักแบบนั้นทำได้คืแนอนหลับตาสลึมสลือบ้างบางครั้งตามฤทธิ์ยา คุยไม่ได้เพราะสอดท่อ ถ้าจะให้ำยายาลมาซักชั่นแค่ทำมือชี้ที่ปาก สายๆญาติเริ่มมาหา ณ ตอนนั้นตัวเแงยังไม่รู้ว่าอาการเป็นขนาดไหน แต่มีบางช่วงพยาบาลที่เฝ้าไข้คุยกับคนมาเปลี่ยนหรือมาตรวจเช็คชีพจร วัดไข้ ได้ยินเต็มๆว่าคนไข้ อาการหนักมาก แต่สมองไม่ได้รับความกระทบกระเทือน ดีที่สมองไม่เป็นไร
สายๆมา หมอเข้ามาบอกเกี่ยวกับ อาการต้องรอให้ดีขึ้นให้ผ่านคำว่าติดเชื้อรึไม่ติดเชื้อ และไม่สามารถบอกได้จะถอดสายสอดท่อได้เมื่อไหร่ส่วนด้านหลัง มีกระดูกที่หัก ซี่โครงหัก5ซี่ สะบักหลังซ้าย ไหปลาร้าขวาหัก กระดูกซี่โครงช่วงรอยต่อเอวหัก ลำไส้ทะลุหมอตัดออกแล้วต่อเข้าใหม่
บ่ายจับหน้าผากตรงคิ้วด้านขวามีผ้าก้อตปิดอยู่ สงสัยเอามือคลำ คิดไปถึงว่าถ้าเย็บแผลก้อต้องปิดผ้าก้อตอย่างสนิทแต่ลงนี่จับผ้าก้อตแล้วสก้อตเทปหลุดออกง่าย ลยแกัสก้อตเทปและลองจับแผล กลายเป็นว่าสังเกตุเห็นความไม่เรียบของผิว มีความแยกของผืวเหมือนไม่ได้เย็บ
เลยเอาแท้ป้ล็ตที่ขอให้ญาติเอามาส่งเำราะไม่สามารถพูดได้ ต้องใช้การพิมพ์ในเครื่องแท้ปเลตเอา ถามว่าแผลเหมือนไม่ได้เย็บ เลยเอาแท้บเลตถ่ายหน้าตัวเองผลที่ได้คือ เห็นภาพกระจ่างว่าแผลไม่ได้เย็บ ลักษณะแผลไม่มีเลือดออก แต่แห้ง พยาบาลที่ดูแลเริ่มติดต่อหาคนมาให้คำตอบว่าทำไมฝ่ายฉุกเฉินไม่เย็บแผลจนปล่อยให้คนไข้ผ่าตัดเสร็จแล้วมารู้ด้วยตัวเอง เหตุการณ์นี้คาบเกี่ยว2รพ. คือรพ.จอมเทียนที่รัลเคสแรกเริ่มต้นเห็นบาดแผลที่หน้าผากแต่ไม่เย็บจัดการ รีบดูอาการพอรู้เป็นเคสใหญ่เลือดออกในช่องท้องเลยส่งรพ.ที่พร้อมกว่าคือกรุงเทพพัทยา กรุงเทพพัทยาจัดการเคสใหญ่ CTScanเรท่องด่วนใหญ่คือผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ตัดลำไส้ เพราะลำไส้ทะลุ จนผ่านช่วงวิกฤต ออกจากห้องผ่าตัด แต่ยังอยู่ไอซียู เช้าวันที่5ตัวแทน ER จากรพ.แรกเข้ามาดูอาการ คำถามแรกคนไข้มีอาการปวดหัวไหม แต่สิ่งที่ได้ยินก่อนหน้า คือรพ.ที่ผ่าตัด พนักงานดเจ้าหน้าที่ก่อว้าทำไมรพ.แรกไม่ยอมเย็บแผล รพ.แรกก้อว่าเรื่องเร่งด่วนหบังcT scan จนรู้เลือกออกในช่องท้องต้องผ่าตัดใหญ่เลยส่งตัวคนไข้มารพ.ที่สภาพการณ์พร้อมกว่าก้อค่ดว่ารพ.ใหญ่ต้องทำต่อ กลายเป็นเกี่ยงการเย็บแผล จากที่รู้บ่ายวันที่5 หรือวันที่2ของการพักฟื้น เหตุการณ์นั้นก้อยังไม่ได้เย็บแผล
กลายเป็นได้เย็บในบ่ายวันที่ 6หรือวันที่3ใรการรักษา ซึ่งเราพิมพ์บอกถึงเจ้าหน้าที่ว่าถ้าไม่สามารถบอกระบุวันที่ที่จะถอดสายสอดท่อออกได้ ก้อต้องย้ายรพ.ตามสิทธิ์
ปกส. เพราะหากยังอยู่ในห้องไอซียูแบบนี้ ค่ารักษาค่าห้องต่อคืนคือวันละ5หมื่น เราไม่สามารถแบบค่ารักษาไว้ได้ต่องย้ยไปตามสิทธิ์ปกส. ถึงจะช่วยลดภาระค่าฝช้จ่ายของเราได้
ดังนั้นวันที่3ในการรักษาสายๆคือรู้แล้วว่าเราจะ ย้ายไปรพ.ตามสิทธิ์ปกส. แต่ต้องรอรพ.ที่จะย้ายมารับ จนได้ย้ายจริงๆ คือช่วง5-6โมงเย็นของวีนรักษาที่3 ก้อคือวันที่6พฤษภาคม2565
ณ ตอนนั้นถึงเพิ่งรู้อาการตัวเองว่าหนักเอาการ
เพราะรถตกกระแทกนิดเดียวคือเจ็บหลังเจ็บกระดูกมาก
การย้ายในครานั้นคือสิ่งที่คิดถูก เพราะค่ารักษาทุกวันในห้องพักฟื้นนี้คืนละ5หมื่นไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่จะได้ออกมาอยู่ห้องปกติเมื่อไร
ย้ายมาอยู่รพ.ตามสิทธิ์ ปกส. อยากบอกถึงความทนอึดถึกทึนของตัวเองอย่างมาก กับความประสาทของพยาบาลหลากหลายคนที่เข้าเวร
จบด้วยค่ารักษาพยาบาลของรพ.แรกที่ผ่าตัดให้หมดค่ารักษาไป 628,185.-
ความโชคดีที่มีประกันคือ สิ่งแรกที่อยากจะบอกทุกคนที่กำลังอ่านมาภึงตอนนี้
เพราะเมื่อนึกถึงเจ้าหน้าที่ที่ปลุกก่อนโดนหามเปลเอาขึ้นรถ Ambulance นั้นตัวเองได้บอกเค้าไว้ว่า จุกเอาส่งรพ.อันดับหนึ่งในพื้นที่นั้นด้วยและสลบไป ไม่สามารถตื่นมาบอกใครได้อีกเลย จนอีกวัน ที่ตื่น ถึงได้อยากบอกผู้อ่านเป็นข้อคิดเตือนใจเลยว่า ถึงคุณจะมีประกันรึไม่มีแต่สามารถพูดึยโต้ตอบได้นั้นดีแค่ไหนแล้ว เพราะเคยเข้ารพ.และใช้สิทธิ์ประกันไปแล้วนี่แหละ ประวัติการรักษามันมีบอกไว้ว่าเรามีประกัน ดังนั้นพอเข้ารพ.อันดับหนึ่งในพื้นที่นี้ได้รพ.ไม่รอช้าผ่าตัดโดยไม่ได้รอ ญาติพี่น้องมาเซ็นต์ เป็นความโชคดีที่ไม่รอ เพราะถ้ารอเราคงได้ตายไปก่อนแล้ว
จบในเรื่อง รพ.แรก
ติดตาม Next Review รพ.ที่2 ได้จร้า