ปวดคอ บ่า ไหล่ ลามขึ้นหัว สัญญานเตือน ออฟฟิศซินโดรมเรื้อรัง! ่

ใครนั่งทำงานหน้าคอมทั้งวัน แล้วเริ่มปวดคอ บ่า ไหล่ ตึงท้ายทอย ปวดลามขึ้นหัว อย่าเพิ่งคิดว่า “นวดเดี๋ยวก็หาย” นะครับ ถ้าเป็นซ้ำ ๆ ทุกสัปดาห์ หรือเป็นแทบทุกวัน อันนี้อาจไม่ใช่แค่เมื่อยธรรมดา แต่มันคือร่างกายกำลังเตือนว่า กล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ ถูกใช้งานผิดท่าซ้ำ ๆ จนเริ่มเข้าสู่ภาวะออฟฟิศซินโดรมเรื้อรัง แล้วครับ
.
1. ออฟฟิศซินโดรมไม่ใช่โรคเดียว แต่มันคือกลุ่มอาการจากการใช้กล้ามเนื้อผิดซ้ำ ๆ
ในทางแพทย์ มักเกี่ยวกับกลุ่มอาการ Myofascial Pain Syndrome คือกล้ามเนื้อมีจุดกดเจ็บหรือ Trigger point พอกดแล้วเจ็บลึก ๆ หรือร้าวไปที่อื่นได้ เช่น กดบ่าแล้วปวดขึ้นท้ายทอย ปวดไปขมับ หรือปวดเหมือนปวดหัว อันนี้ไม่ใช่เส้นเลือดในสมองแตกนะครับ แต่เป็นกล้ามเนื้อกับพังผืดที่ตึงและส่งอาการร้าวขึ้นหัวได้
.
2. นั่งคอยื่น ไหล่งุ้ม คือท่าที่ปั้นอาการปวดได้เร็วมาก
เวลานั่งหน้าคอมนาน ๆ หลายคนคอยื่นไปข้างหน้า ไหล่ห่อ หลังค่อม ท่านี้เรียกว่า Forward Head Posture ครับ หัวเราหนักประมาณ 4–5 กิโล แต่พอคอยื่นไปข้างหน้า แรงที่กล้ามเนื้อคอต้องรับจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า กล้ามเนื้อบ่าอย่าง Upper trapezius กับกล้ามเนื้อสะบักต้องเกร็งค้างทั้งวัน สุดท้ายก็ปวด ตึง แข็ง และลามขึ้นหัวได้
.
3. ปวดลามขึ้นหัว มักมาจากกล้ามเนื้อท้ายทอยกับคอเกร็งเรื้อรัง
ถ้าปวดจากคอบ่าไหล่แล้วลามขึ้นท้ายทอย ขมับ หรือเหมือนมีอะไรรัดหัว อาจเกี่ยวกับ Tension-type headache หรือปวดหัวจากกล้ามเนื้อตึงได้ครับ โดยเฉพาะคนที่จ้องจอนาน เครียด นอนน้อย ขบกราม หรือยกไหล่ค้างโดยไม่รู้ตัว อาการมักไม่ใช่ปวดตุบ ๆ แบบไมเกรน แต่จะเป็นตึง หนัก รัด ๆ และดีขึ้นบางส่วนหลังพัก ยืด หรือนวด
.
4. มือชา แขนชา ต้องแยกให้ดีว่าเป็นกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาท
ถ้าปวดคอบ่าไหล่เฉย ๆ อาจเป็นกล้ามเนื้อ แต่ถ้ามีชาร้าวลงแขน ชาปลายนิ้ว มืออ่อนแรง หยิบของหล่น หรือปวดร้าวเหมือนไฟช็อต ต้องคิดถึงเส้นประสาทคอถูกกด หรือ Cervical radiculopathy ร่วมด้วยครับ อันนี้ไม่ควรนวดแรง ๆ มั่ว ๆ เพราะถ้ามีหมอนรองกระดูกคอหรือกระดูกคอเสื่อมกดเส้นประสาท ต้องตรวจให้ชัด
.
5. นวดแล้วดีขึ้นแป๊บเดียว แปลว่ายังไม่ได้แก้ต้นเหตุ
หลายคนปวดบ่าแล้วไปนวด นวดเสร็จโล่ง 2 วัน แล้วกลับมาปวดเหมือนเดิม เพราะต้นเหตุยังอยู่ครับ โต๊ะสูงไป จอต่ำไป เก้าอี้ไม่พอดี นั่งนานไม่ลุก คอยื่น ไหล่ห่อ กล้ามเนื้อสะบักไม่แข็งแรง แบบนี้นวดกี่ครั้งก็วน เพราะเรานวดกล้ามเนื้อที่เจ็บ แต่ไม่ได้แก้พฤติกรรมที่ทำให้มันเจ็บซ้ำทุกวัน
.
6. สัญญาณว่าเริ่มเรื้อรัง ไม่ควรปล่อยผ่าน
ถ้าปวดคอบ่าไหล่มากกว่า 2–4 สัปดาห์, ปวดแทบทุกวัน, ปวดจนต้องกินยาแก้ปวดบ่อย, ปวดลามขึ้นหัว, นอนแล้วไม่ดีขึ้น, ทำงานแล้วปวดเร็วกว่าเดิม หรือเริ่มมีชา แขนล้า มืออ่อนแรง แบบนี้ควรจริงจังครับ เพราะออฟฟิศซินโดรมที่ปล่อยนาน อาจทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งเรื้อรัง ข้อต่อคอเคลื่อนไหวแย่ลง และคุณภาพชีวิตตกแบบไม่รู้ตัว
.
7. อาการแบบไหนต้องรีบไปตรวจ ไม่ใช่แค่ออฟฟิศซินโดรมแล้ว
ถ้ามีปวดหัวรุนแรงฉับพลันแบบไม่เคยเป็นมาก่อน แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หน้าเบี้ยว เดินเซ ตามัว มีไข้ คอแข็ง ปวดหลังอุบัติเหตุ หรือชาลงแขนร่วมกับแรงตกชัด ๆ อย่ารอนวดครับ ไปโรงพยาบาล เพราะอาการพวกนี้อาจไม่ใช่กล้ามเนื้อธรรมดา ต้องแยกโรคสมอง เส้นประสาท กระดูกคอ หรือการติดเชื้อให้ชัดก่อน
.
ไม่อยากให้คอบ่าไหล่พังเรื้อรัง ลองเริ่มแบบนี้ครับ

• จัดจอให้อยู่ระดับสายตา
อย่าให้จอต่ำจนต้องก้มคอทั้งวัน ระยะจอประมาณหนึ่งช่วงแขน และตาอยู่ระดับบนของจอพอดี

• ตั้งเตือนลุกทุก 30–60 นาที
ไม่ต้องออกกำลังกายใหญ่โต แค่ลุก เดิน ยืดคอ หมุนไหล่ 1–2 นาที ก็ช่วยลดการเกร็งค้างได้มาก

• ยืดกล้ามเนื้อคอ บ่า หน้าอก
คนไหล่งุ้มมักตึงหน้าอกและบ่า ลองยืดหน้าอก ยืดคอด้านข้าง ยืดท้ายทอยเบา ๆ อย่ากระชากแรง

• ฝึกกล้ามเนื้อสะบักและหลังส่วนบน
แค่ยืดอย่างเดียวไม่พอ ต้องเสริมกล้ามเนื้อ เช่น บีบสะบัก ดึงยางยืด Row เบา ๆ หรือทำท่า Chin tuck ช่วยดึงคอกลับจากท่าคอยื่น

• อย่าหนีบโทรศัพท์กับไหล่
หลายคนคุยโทรศัพท์ไปพิมพ์งานไป หนีบคอค้างไว้ นี่คือการบีบให้คอพังแบบไม่รู้ตัว ใช้หูฟังดีกว่าครับ

• ลดการนั่งทำงานบนเตียงหรือโซฟา
ท่านี้คอมักก้ม หลังงอ ไหล่ห่อ ปวดเร็วมาก โต๊ะกับเก้าอี้ที่เหมาะสมช่วยได้เยอะกว่าที่คิด

• ถ้าปวดมาก ชา หรือเป็นซ้ำบ่อย ให้ตรวจ
อาจต้องประเมินกล้ามเนื้อ ข้อต่อคอ เส้นประสาท หรือทำกายภาพบำบัด ไม่ใช่กินยาแก้ปวดวนไปเรื่อย ๆ

ออฟฟิศซินโดรมไม่ใช่แค่ปวดเมื่อยเล็ก ๆ ถ้าปล่อยให้คอ บ่า ไหล่ เกร็งซ้ำทุกวัน สุดท้ายมันลามขึ้นหัว ลามลงแขน และทำให้ทำงานไม่มีสมาธิได้ครับ เริ่มแก้จากท่านั่ง ลุกบ่อย ยืดให้ถูก เสริมกล้ามเนื้อให้พอ อย่ารอให้ปวดจนต้องพึ่งนวดทุกสัปดาห์แล้วค่อยสนใจ






ที่มา  หมอเจด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่