ขออนุญาตระบายความรู้สึกคุ่นข้องหมองใจหน่อยนะคะ เราเป็นหัวหน้ากะ เหตุเกิดวันนั้นของหลายอยางซับส่งไม่ตรงเวลา ทำให้กเราต้องรับของทั้งหมดงานล้นมากเราอยู่กัน3คน
1.เรา รับผลัด+คิวเอหมดอายุ+รับของ+เติมของ30ลัง+งานหัวหน้า+ตัดจ่าย+ชงน้ำ+ปิดผลัด+ส่งงานต่างๆ
2.หน้าเคาเตอร์ทำขนม+คิดเงิน+ทำความสะอาดในเครื่อง
3.งานนอก+รับของ+รับของเติมขนม+รับลังเบรค10ลัง+ความสอาดหน้าร้านขัดหน้าร้าน+ตักบ่อดัก+ทำความสะอาดในร้าน+เติมเครื่องดื่มในห้องว้อ
วันนั้นเราทราบว่างานนอกงานล้นมือจึงมีการวางเเผน
ช่วงแรก
เรา:รับผลัด+คิวเอหมดอายุ(งานสำคัญก่อน5ทุ่มครึ่ง)ช่วยน้องทำขนมขึ้นตามได้รับมอบหมาย
น้อง2.ทำขนม+คิดเงิน ลูกค้าไม่เยอะแต่มาเลื่อยๆ น้องวิ่งทำสลับกันเวลาไม่มีลูกค้า
น้อง3.รับของตั้งกอง+รับขนม
เราไม่ได้ไปช่วยน้องเพราะเราคิวเอ+ซับพอร์ตน้องทำขนม+วิ่งเติมของสด(หน้าที่เรา)เนื่องจากเรานำของสดมาไว้นานแล้วเราเลยต้องรีบเติมเวลาต่อมา ซับข้าวกล่องขาวเข้ามาส่ง อันนี้ก็สำคัญ เพื่อไม่ให้ขาวละลายเราเลยวางมือเพื่อไปรับของ+รีบเติม+รีบเก็บ เราเลยเรียกน้อง3.มาช่วยเก็บช่วยกันคนละแถว เพื่อที่เราจะได้กลับมาทำหน้าที่ต่อของสดก็เสื่อมได้เหมือนกัน เราเลยวางแผนใหม่
1.เรา รีบเติมของ+รีบเคลียร์ให้เสร็จก่อนตี3 แล้วไปช่วยงานน้อง3 ขัดล้างหน้าร้าน+เคลียร์งานเติมของส่งผลัด+ส่งงาน
2.ซึ่งเราช่วยน้องทำขนทจนใกล้ เสร็จเหลือแค่รอคลายเย็น +แพ็คบางอย่าง+ล้างถาดนิดหน่อย+เคลียร์ในเคาเตอร์อันนี้ทำตี5-6โมก็ได้ ซึ่งน้องมีเวลาตี1-ตี5 เราเพิ่มให้น้องเติมขนม10ถาดช่วยน้องงานนอก เพราะเชลขนมอยู่หน้าเคาน์เตอร์+มองเห็นลูกค้า
3.รับลังเบรค นัดกันตี3 เรากับน้องช่วยกันเคลียร์งาน น้องเข้าว้อส่วนเราเตรียมส่งงาน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือน้องเรากลัวงานไม่เสร็จ ไม่ได้ทำตามคำแนะนำเราทำให้ระบบงานรวน น้อง3เราไปตักบ่อดักขัดหน้าร้านคนเดียว+มาเติมขนม10ถาด+รับลังเบรค+เคลียร์งาน+เคลียร์ว้อ
สิ่งที่น้องคิดไม่ได้ผิด แต่มองว่างานน้องล้นเกินไป
ช่วงเช้า สิ่งที่เกิดขึ้นคือ น้องเราเร่งสปีดจนไม่ได้แยกของในลัง
ทำให้มีการตำนิจากเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเขาใช้คำที่รุนแรงต่อน้องเรา ด้วยคำว่า ชุ่ย เรารู้สึกบั่นทอน.เหมือนที่ทำมาทั้งหมดมันไม่ได้เรื่อง
เราจึงตอบกลับไป
เรา: ยอมรับผิดเรื่องลังเบรคเคสเมื่อคืนและรับไปแก้ไขค่ะ แต่คำว่า 'ชุ่ย' ค่อนข้างแรงนะคะเมื่อคืนของทุกอย่างเข้าช้า ยังดีที่ของสดเข้า 4 ทุ่มได้ผลัดบ่ายช่วยยิงรับของสดให้ ในส่วนของผลัดดึกเลยได้เคลียร์งาน รับDc. ตักบ่อดักและขัดหน้าร้าน, เติมขนมปัง,เก็บข้าวกล่องขาว, รับสินค้าลังเบรค เคลียร์งานส่งผลัด เข้าว้อ น้องน่าจะรีบจัดการงานหลายอย่างให้ทันเวลา เลยทำให้
เขา:จากที่ประชุมรวมรอบก่อนๆ ที่ได้ประชุม เรื่องการรับของต้องเป็นหน้าที่ของผู้ช่วยโดยเฉพาะตั้งกอง เพราะเนื่องจากว่าสินค้าหายเยอะ จากที่พิมพ์ๆมาของเข้าช้าทำไมพนักงานที่อยู่งานนอกถึงได้ทำคนเดียว ผู้ช่วยไปไหนหรอคะ ทำไมถึงไม่ได้ช่วยน้อง
แล้วพี่ผู้ช่วยไม่ได้ช่วยน้องเคลียงานหรอคะ หรือต้องเป็นหน้าที่ของคนที่อยู่งานนอกอย่างเดียว
เรา:ใช่ค่ะ การรับของสำคัญมาก แต่ในขณะเดียวกัน การสอนงานให้น้องได้เรียนรู้และลงมือทำจริงก็สำคัญเช่นกันค่ะ เพื่อให้เขาเติบโตและทำงานเป็นในอนาคตอย่างไรก็ตาม พี่ไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องสินค้าสูญหายนะคะ มีการควบคุม ตรวจสอบ และดูหน้างานร่วมด้วยตลอด ทั้งขั้นตอนการเช็กของครบไม่ครบ และวิธีการยิงรับสินค้าค่ะ หากหน้างานติดขัดตรงไหนพร้อมเข้าไปประกบและช่วยซัพพอร์ตนอกจากงานรับของแล้ว หน้าที่ของผู้ช่วยหลังจากรับผลัดเสร็จ ยังมีงานส่วนอื่นที่ต้องรีบไปจัดการต่อ ทั้งการเคลียร์คิวเอหมดอายุ การคอยซัพพอร์ตงานขายหน้าร้านก็สำคัญค่ะเพราะเราอยู่ใกล้ และรวมถึงต้องซัพพอร์ตงานทำขนมด้วยค่ะ
เขา:ถ้าการทำงานมีแต่การบ่ายเบี่ยงแบบนี้น้องที่ร่วมงานที่อยู่ผลัดเดียวกันก็ไม่อยากร่วมงาน เพราะมันเหนื่อย เข้าใจว่างานเยอะ แต่ถ้าช่วยกันคนละนิดละหน่อยงานมันก็เสร็จเร็วขึ้น และงานมันก็จะไม่หนักที่น้องคนเดียว เข้าใจว่างานของผู้ช่วยมีอะไรบ้าง น้องมีอะไรบ้าง ทุกคนผ่านมาหมดแล้วแค่ไม่มีใครกล้าที่จะพูด
เรา:รับทราบและเข้าใจความรู้สึกของน้องๆ ทุกคนเลยค่ะ พี่ต้องขออภัยจริงๆ ที่ทำให้รู้สึกแบบนั้น ที่ผ่านมาอาจจะมีการจัดสรรงานหรือการสื่อสารที่ยังไม่ทั่วถึง จนทำให้น้องรู้สึกเหนื่อยและแบกรับงานอยู่คนเดียวส่วนหนึ่งพี่ขอสะท้อนมุมมองหน้างานด้วยนะคะ บางครั้งเราอาจจะเจอปัญหาเรื่องสปีดการทำงานของแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน หรือความกระตือรือร้นที่ต่างกัน ซึ่งจุดนี้พี่เข้าใจเลยค่ะว่าคนที่ตั้งใจทำงานอยากให้งานเสร็จไวๆ ก็จะรู้สึกเหนื่อยใจพี่ไม่ได้มีเจตนาจะบ่ายเบี่ยงเลยค่ะ ที่ผ่านมาพี่เองก็พยายามเข้าไปช่วยซัพพอร์ตงานบางส่วนของน้องๆ อยู่ตลอด แต่อาจจะยังไม่ทั่วถึงหรือทำให้เคลียร์งานได้ไม่ทันใจ หลังจากนี้พี่จะปรับปรุงตัว เข้ามาซัพพอร์ตหน้างานให้รัดกุมขึ้น และจะช่วยดูเรื่องการกระจายงานให้ยุติธรรมกับทุกคนค่ะ ขอบคุณมากๆ ที่กล้าเปิดใจสะท้อนปัญหานะคะ
_____________________________________________
ส่วนตัว:
ในใจตอนนี้คือ รู้สึกแย่และแอบบั่นทอนคุณค่าในตัวเองไปแล้วค่ะ แอบตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราทำอะไรผิดไปตรงไหนหรือเปล่า ความจริงในใจมีหวังดี คิดถึงระบบงานในระยะยาว ไม่อยากเข้าไปช่วยจนสปอยล์คนอื่น เพราะอดีตเคยมีบทบาทที่เข้าไปช่วยจนกลายเป็นว่าเราเหนื่อยอยู่คนเดียว ส่วนคนอื่นสบายและไม่กระตือรือร้น คิดว่าความตั้งใจของเรามีอยู่เต็มเปี่ยมและมีการวางแผนที่จะช่วยไว้แล้วด้วย แต่ข้อเสียคือ คนอื่นเขาอ่านใจเราไม่ได้
การแสดงออกที่ผ่านมาคือ การทำงานตามหน้าที่อย่างเป็นระบบ ล็อกเป้าหมายชัดเจนว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง และเน้นการสอนงานให้น้องทำจริง แต่พอเกิดปัญหาเลือกที่จะตอบกลับด้วยความสุภาพ ยอมรับผิดในส่วนที่พลาดเรื่องลังเบรคเคส แต่ก็กล้าที่จะปกป้องความรู้สึกตัวเองเรื่องคำพูดแรงๆ และพยายามอธิบายเหตุผลอย่างเป็นขั้นเป็นตอน #แต่ฝั่งนู้นเขาอาจจะมองว่าเป็นการชี้แจงที่ดูเหมือนการแก้ตัวในมุมของเขา 😔
_____________________________________________
ทั้งหมดนี้ทำให้เราคิดมากค่ะ
ทำงาน
1.เรา รับผลัด+คิวเอหมดอายุ+รับของ+เติมของ30ลัง+งานหัวหน้า+ตัดจ่าย+ชงน้ำ+ปิดผลัด+ส่งงานต่างๆ
2.หน้าเคาเตอร์ทำขนม+คิดเงิน+ทำความสะอาดในเครื่อง
3.งานนอก+รับของ+รับของเติมขนม+รับลังเบรค10ลัง+ความสอาดหน้าร้านขัดหน้าร้าน+ตักบ่อดัก+ทำความสะอาดในร้าน+เติมเครื่องดื่มในห้องว้อ
วันนั้นเราทราบว่างานนอกงานล้นมือจึงมีการวางเเผน
ช่วงแรก
เรา:รับผลัด+คิวเอหมดอายุ(งานสำคัญก่อน5ทุ่มครึ่ง)ช่วยน้องทำขนมขึ้นตามได้รับมอบหมาย
น้อง2.ทำขนม+คิดเงิน ลูกค้าไม่เยอะแต่มาเลื่อยๆ น้องวิ่งทำสลับกันเวลาไม่มีลูกค้า
น้อง3.รับของตั้งกอง+รับขนม
เราไม่ได้ไปช่วยน้องเพราะเราคิวเอ+ซับพอร์ตน้องทำขนม+วิ่งเติมของสด(หน้าที่เรา)เนื่องจากเรานำของสดมาไว้นานแล้วเราเลยต้องรีบเติมเวลาต่อมา ซับข้าวกล่องขาวเข้ามาส่ง อันนี้ก็สำคัญ เพื่อไม่ให้ขาวละลายเราเลยวางมือเพื่อไปรับของ+รีบเติม+รีบเก็บ เราเลยเรียกน้อง3.มาช่วยเก็บช่วยกันคนละแถว เพื่อที่เราจะได้กลับมาทำหน้าที่ต่อของสดก็เสื่อมได้เหมือนกัน เราเลยวางแผนใหม่
1.เรา รีบเติมของ+รีบเคลียร์ให้เสร็จก่อนตี3 แล้วไปช่วยงานน้อง3 ขัดล้างหน้าร้าน+เคลียร์งานเติมของส่งผลัด+ส่งงาน
2.ซึ่งเราช่วยน้องทำขนทจนใกล้ เสร็จเหลือแค่รอคลายเย็น +แพ็คบางอย่าง+ล้างถาดนิดหน่อย+เคลียร์ในเคาเตอร์อันนี้ทำตี5-6โมก็ได้ ซึ่งน้องมีเวลาตี1-ตี5 เราเพิ่มให้น้องเติมขนม10ถาดช่วยน้องงานนอก เพราะเชลขนมอยู่หน้าเคาน์เตอร์+มองเห็นลูกค้า
3.รับลังเบรค นัดกันตี3 เรากับน้องช่วยกันเคลียร์งาน น้องเข้าว้อส่วนเราเตรียมส่งงาน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือน้องเรากลัวงานไม่เสร็จ ไม่ได้ทำตามคำแนะนำเราทำให้ระบบงานรวน น้อง3เราไปตักบ่อดักขัดหน้าร้านคนเดียว+มาเติมขนม10ถาด+รับลังเบรค+เคลียร์งาน+เคลียร์ว้อ
สิ่งที่น้องคิดไม่ได้ผิด แต่มองว่างานน้องล้นเกินไป
ช่วงเช้า สิ่งที่เกิดขึ้นคือ น้องเราเร่งสปีดจนไม่ได้แยกของในลัง
ทำให้มีการตำนิจากเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเขาใช้คำที่รุนแรงต่อน้องเรา ด้วยคำว่า ชุ่ย เรารู้สึกบั่นทอน.เหมือนที่ทำมาทั้งหมดมันไม่ได้เรื่อง
เราจึงตอบกลับไป
เรา: ยอมรับผิดเรื่องลังเบรคเคสเมื่อคืนและรับไปแก้ไขค่ะ แต่คำว่า 'ชุ่ย' ค่อนข้างแรงนะคะเมื่อคืนของทุกอย่างเข้าช้า ยังดีที่ของสดเข้า 4 ทุ่มได้ผลัดบ่ายช่วยยิงรับของสดให้ ในส่วนของผลัดดึกเลยได้เคลียร์งาน รับDc. ตักบ่อดักและขัดหน้าร้าน, เติมขนมปัง,เก็บข้าวกล่องขาว, รับสินค้าลังเบรค เคลียร์งานส่งผลัด เข้าว้อ น้องน่าจะรีบจัดการงานหลายอย่างให้ทันเวลา เลยทำให้
เขา:จากที่ประชุมรวมรอบก่อนๆ ที่ได้ประชุม เรื่องการรับของต้องเป็นหน้าที่ของผู้ช่วยโดยเฉพาะตั้งกอง เพราะเนื่องจากว่าสินค้าหายเยอะ จากที่พิมพ์ๆมาของเข้าช้าทำไมพนักงานที่อยู่งานนอกถึงได้ทำคนเดียว ผู้ช่วยไปไหนหรอคะ ทำไมถึงไม่ได้ช่วยน้อง
แล้วพี่ผู้ช่วยไม่ได้ช่วยน้องเคลียงานหรอคะ หรือต้องเป็นหน้าที่ของคนที่อยู่งานนอกอย่างเดียว
เรา:ใช่ค่ะ การรับของสำคัญมาก แต่ในขณะเดียวกัน การสอนงานให้น้องได้เรียนรู้และลงมือทำจริงก็สำคัญเช่นกันค่ะ เพื่อให้เขาเติบโตและทำงานเป็นในอนาคตอย่างไรก็ตาม พี่ไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องสินค้าสูญหายนะคะ มีการควบคุม ตรวจสอบ และดูหน้างานร่วมด้วยตลอด ทั้งขั้นตอนการเช็กของครบไม่ครบ และวิธีการยิงรับสินค้าค่ะ หากหน้างานติดขัดตรงไหนพร้อมเข้าไปประกบและช่วยซัพพอร์ตนอกจากงานรับของแล้ว หน้าที่ของผู้ช่วยหลังจากรับผลัดเสร็จ ยังมีงานส่วนอื่นที่ต้องรีบไปจัดการต่อ ทั้งการเคลียร์คิวเอหมดอายุ การคอยซัพพอร์ตงานขายหน้าร้านก็สำคัญค่ะเพราะเราอยู่ใกล้ และรวมถึงต้องซัพพอร์ตงานทำขนมด้วยค่ะ
เขา:ถ้าการทำงานมีแต่การบ่ายเบี่ยงแบบนี้น้องที่ร่วมงานที่อยู่ผลัดเดียวกันก็ไม่อยากร่วมงาน เพราะมันเหนื่อย เข้าใจว่างานเยอะ แต่ถ้าช่วยกันคนละนิดละหน่อยงานมันก็เสร็จเร็วขึ้น และงานมันก็จะไม่หนักที่น้องคนเดียว เข้าใจว่างานของผู้ช่วยมีอะไรบ้าง น้องมีอะไรบ้าง ทุกคนผ่านมาหมดแล้วแค่ไม่มีใครกล้าที่จะพูด
เรา:รับทราบและเข้าใจความรู้สึกของน้องๆ ทุกคนเลยค่ะ พี่ต้องขออภัยจริงๆ ที่ทำให้รู้สึกแบบนั้น ที่ผ่านมาอาจจะมีการจัดสรรงานหรือการสื่อสารที่ยังไม่ทั่วถึง จนทำให้น้องรู้สึกเหนื่อยและแบกรับงานอยู่คนเดียวส่วนหนึ่งพี่ขอสะท้อนมุมมองหน้างานด้วยนะคะ บางครั้งเราอาจจะเจอปัญหาเรื่องสปีดการทำงานของแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน หรือความกระตือรือร้นที่ต่างกัน ซึ่งจุดนี้พี่เข้าใจเลยค่ะว่าคนที่ตั้งใจทำงานอยากให้งานเสร็จไวๆ ก็จะรู้สึกเหนื่อยใจพี่ไม่ได้มีเจตนาจะบ่ายเบี่ยงเลยค่ะ ที่ผ่านมาพี่เองก็พยายามเข้าไปช่วยซัพพอร์ตงานบางส่วนของน้องๆ อยู่ตลอด แต่อาจจะยังไม่ทั่วถึงหรือทำให้เคลียร์งานได้ไม่ทันใจ หลังจากนี้พี่จะปรับปรุงตัว เข้ามาซัพพอร์ตหน้างานให้รัดกุมขึ้น และจะช่วยดูเรื่องการกระจายงานให้ยุติธรรมกับทุกคนค่ะ ขอบคุณมากๆ ที่กล้าเปิดใจสะท้อนปัญหานะคะ
_____________________________________________
ส่วนตัว:
ในใจตอนนี้คือ รู้สึกแย่และแอบบั่นทอนคุณค่าในตัวเองไปแล้วค่ะ แอบตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราทำอะไรผิดไปตรงไหนหรือเปล่า ความจริงในใจมีหวังดี คิดถึงระบบงานในระยะยาว ไม่อยากเข้าไปช่วยจนสปอยล์คนอื่น เพราะอดีตเคยมีบทบาทที่เข้าไปช่วยจนกลายเป็นว่าเราเหนื่อยอยู่คนเดียว ส่วนคนอื่นสบายและไม่กระตือรือร้น คิดว่าความตั้งใจของเรามีอยู่เต็มเปี่ยมและมีการวางแผนที่จะช่วยไว้แล้วด้วย แต่ข้อเสียคือ คนอื่นเขาอ่านใจเราไม่ได้
การแสดงออกที่ผ่านมาคือ การทำงานตามหน้าที่อย่างเป็นระบบ ล็อกเป้าหมายชัดเจนว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง และเน้นการสอนงานให้น้องทำจริง แต่พอเกิดปัญหาเลือกที่จะตอบกลับด้วยความสุภาพ ยอมรับผิดในส่วนที่พลาดเรื่องลังเบรคเคส แต่ก็กล้าที่จะปกป้องความรู้สึกตัวเองเรื่องคำพูดแรงๆ และพยายามอธิบายเหตุผลอย่างเป็นขั้นเป็นตอน #แต่ฝั่งนู้นเขาอาจจะมองว่าเป็นการชี้แจงที่ดูเหมือนการแก้ตัวในมุมของเขา 😔
_____________________________________________
ทั้งหมดนี้ทำให้เราคิดมากค่ะ