ในต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ เริ่มเห็นสัญญาณชัดเจนขึ้นว่า AI กระทบการจ้างงานจริง มีรายงานว่าพนักงานเกือบ 55,000 คนในสหรัฐฯ ตกงานในปีเดียว โดยบริษัทใหญ่หลายแห่งระบุว่า AI คือเหตุผลของการลดคนครั้งใหญ่ เช่น Salesforce ยืนยันว่าพนักงานฝ่ายบริการลูกค้า 4,000 คนถูกเลิกจ้างโดยมี AI เข้ามาช่วย และ IBM ก็ใช้แชทบอท AI ทำงานแทนพนักงานฝ่ายทรัพยากรบุคคลหลายร้อยคน
ฝั่งงานวิจัยก็เริ่มมีข้อมูลชัดขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน สถาบัน MIT ได้ทำการศึกษาโดยวิเคราะห์งานที่ใช้ข้อความเป็นหลักกว่า 3,000 ตำแหน่ง และพบว่าโมเดล AI สามารถทำงานโดยไม่ต้องมีมนุษย์ควบคุมได้ในระดับดีพอใช้ราว 60% แต่มีเพียง 26% เท่านั้นที่ทำได้ในระดับคุณภาพสูง  ข้อสรุปสำคัญคือผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานจะไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลัน แต่จะค่อยๆ คืบคลานเข้ามาแบบน้ำขึ้น  ซึ่งหมายความว่าทั้งคนและองค์กรยังมีเวลาปรับตัว
ในไทยเอง TDRI ได้วิเคราะห์ข้อมูลและพบแนวโน้มที่น่าสนใจว่าAI กำลังเสริมบทบาทแรงงานที่มีประสบการณ์ ขณะเดียวกันก็เริ่มเข้ามาทดแทนงานบางส่วนที่เคยเป็นของแรงงานระดับเริ่มต้น  ซึ่งอาจทำให้ตำแหน่งงานสำหรับเด็กจบใหม่หายากขึ้นในระยะยาว
ส่วนตัวเลขระดับโลก การศึกษาจาก Goldman Sachs ระบุว่าโดยเฉลี่ยทั่วโลกราว 18% ของงานอาจถูกทดแทนด้วย AI ส่วนประเทศไทยอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อยที่ประมาณ 15% โดยกลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ งานสนับสนุนในสำนักงาน งานบริการลูกค้า และงานที่มีลักษณะทำซ้ำๆ
แม้ตัวเลขจะดูน่ากังวล แต่หลายฝ่ายก็ชี้ว่าไม่ได้มีแต่ด้านลบ McKinsey พบว่าทักษะกว่า 70% ในตลาดแรงงานได้รับประโยชน์จากการเสริมประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี แต่ยังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์ในการกำกับดูแล  พูดง่ายๆ คือ AI ทำงานแทนได้บางส่วน แต่คนก็ยังจำเป็นอยู่
ข้อมูลนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบในระดับเดียวกับสหรัฐฯ เพราะโครงสร้างตลาดแรงงานและอุตสาหกรรมต่างกันพอสมควร แต่สิ่งที่หลายแหล่งข้อมูลเห็นตรงกันคือ ทักษะการปรับตัว ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI จะเป็นตัวตัดสินว่าใครจะไปต่อได้ในตลาดแรงงานยุคนี้
อยากรู้ความเห็นเพื่อนๆ ครับ
• คิดว่าประเทศไทยจะเจอผลกระทบหนักแบบสหรัฐฯ ไหม
• ในสายงานของคุณ เริ่มเห็นสัญญาณ AI เข้ามาแทนงานบ้างหรือยัง
• ถ้าเป็นเด็กจบใหม่ตอนนี้ คุณจะเตรียมตัวยังไงให้ไม่โดนผลกระทบ
สรุปผลกระทบ AI ต่อตลาดแรงงาน จากงานวิจัยและตัวเลขล่าสุด
ฝั่งงานวิจัยก็เริ่มมีข้อมูลชัดขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน สถาบัน MIT ได้ทำการศึกษาโดยวิเคราะห์งานที่ใช้ข้อความเป็นหลักกว่า 3,000 ตำแหน่ง และพบว่าโมเดล AI สามารถทำงานโดยไม่ต้องมีมนุษย์ควบคุมได้ในระดับดีพอใช้ราว 60% แต่มีเพียง 26% เท่านั้นที่ทำได้ในระดับคุณภาพสูง  ข้อสรุปสำคัญคือผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานจะไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลัน แต่จะค่อยๆ คืบคลานเข้ามาแบบน้ำขึ้น  ซึ่งหมายความว่าทั้งคนและองค์กรยังมีเวลาปรับตัว
ในไทยเอง TDRI ได้วิเคราะห์ข้อมูลและพบแนวโน้มที่น่าสนใจว่าAI กำลังเสริมบทบาทแรงงานที่มีประสบการณ์ ขณะเดียวกันก็เริ่มเข้ามาทดแทนงานบางส่วนที่เคยเป็นของแรงงานระดับเริ่มต้น  ซึ่งอาจทำให้ตำแหน่งงานสำหรับเด็กจบใหม่หายากขึ้นในระยะยาว
ส่วนตัวเลขระดับโลก การศึกษาจาก Goldman Sachs ระบุว่าโดยเฉลี่ยทั่วโลกราว 18% ของงานอาจถูกทดแทนด้วย AI ส่วนประเทศไทยอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อยที่ประมาณ 15% โดยกลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ งานสนับสนุนในสำนักงาน งานบริการลูกค้า และงานที่มีลักษณะทำซ้ำๆ
แม้ตัวเลขจะดูน่ากังวล แต่หลายฝ่ายก็ชี้ว่าไม่ได้มีแต่ด้านลบ McKinsey พบว่าทักษะกว่า 70% ในตลาดแรงงานได้รับประโยชน์จากการเสริมประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี แต่ยังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์ในการกำกับดูแล  พูดง่ายๆ คือ AI ทำงานแทนได้บางส่วน แต่คนก็ยังจำเป็นอยู่
ข้อมูลนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบในระดับเดียวกับสหรัฐฯ เพราะโครงสร้างตลาดแรงงานและอุตสาหกรรมต่างกันพอสมควร แต่สิ่งที่หลายแหล่งข้อมูลเห็นตรงกันคือ ทักษะการปรับตัว ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI จะเป็นตัวตัดสินว่าใครจะไปต่อได้ในตลาดแรงงานยุคนี้
อยากรู้ความเห็นเพื่อนๆ ครับ
• คิดว่าประเทศไทยจะเจอผลกระทบหนักแบบสหรัฐฯ ไหม
• ในสายงานของคุณ เริ่มเห็นสัญญาณ AI เข้ามาแทนงานบ้างหรือยัง
• ถ้าเป็นเด็กจบใหม่ตอนนี้ คุณจะเตรียมตัวยังไงให้ไม่โดนผลกระทบ