[CR] No.213 Dumped : A Waste Picker’s Story (2025) By Greenpeace Thailand


- ด้วยความที่ดูหนังสารคดีทั้งแนวสิ่งแวดล้อมและประเด็นทางสังคมอื่นมาหลายเรื่องประกอบกับตระหนักถึงสุขภาพของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากการพยายามลดการใช้ถุงพลาสติกหรือลดการซื้อของไม่จำเป็นอย่างจริงจังมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 จึงทำให้การมาร่วมดูสารคดีทั้ง 2 เรื่องที่ Greenpeace นำมาจัดฉายอย่าง  Dumped: A Waste Picker’s Story (2025) กับ Big Trash Small Town (2565) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเป็นประสบการณ์ที่ช่วยยกระดับความตระหนักและเติมเต็มองค์ความรู้ในประเด็นที่เคยรู้และไม่เคยรู้มาก่อนโดยเฉพาะเรื่องราวของอาชีพคนเก็บขยะและคนรับซื้อของเก่าหรือที่บ้านเราเรียกว่า "ซาเล้ง" กลุ่มอาชีพชายขอบที่แม้ถูกสังคมมองข้ามแต่กลับมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดการขยะที่พวกเราทุกคนในฐานะผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ทิ้งขยะ ล้วนมีส่วนสร้างที่สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาขยะไม่ได้ย้อนกลับมาส่งผลกระทบเพียงต่อปัจเจกบุคคลหากแต่ลุกลามไปถึงระดับโครงสร้างทั้งในมิติของระบบการคัดแยกขยะหรือคุณภาพชีวิตของแรงงานที่เลือกปฏิบัติซ้ำยังไม่ได้รับการสนับสนุนหรือการคุ้มครองอย่างทั่วถึงและเพียงพอโดยเฉพาะคนเก็บขยะและซาเล้งที่ต้องดิ้นรนใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวภายใต้ระบบที่แทบไม่เห็นคุณค่าของพวกเขาฉะนั้น เมื่อดูสารคดีทั้ง 2 เรื่องจบลงในเวลาไม่ถึง 1ชั่วโมง จึงยกมาเอ่ยถึงทีละเรื่องตามลำดับ

- เริ่มกันที่เรื่องแรกเปิดตัวด้วยภาพของ "บ่อขยะดันดอรา" บ่อขยะที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาตะวันออก ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา พร้อมคำบรรยายความในใจประกอบก่อนที่กล้องจะเลื่อนไปจับภาพของ จอยซ์ หญิงสาวผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะกำลังคุ้ยหาขยะอยู่ท่ามกลางกองขยะมหึมาเป็นการแนะนำเป็นพิธีเกริ่นนำว่าคือใคร ? จากนั้นหนังจึงพาย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นด้วยภาพของเธอสวมเสื้อคลุมเดินออกจากบ้านเป็นการแนะนำตัวอีกครั้ง ? หลังจากนี้ว่าจะพาไปยังทิศทางไหน ? ถ้าดูหนังสารคดีแนวนี้มาบ่อยคงคาดการณ์ทิศทางของหนังได้ไม่ยากเพราะสิ่งที่หนังนำเสนอมันคือปัญหาที่อยู่ใกล้ตัวเรา แม้ฉากหลังอยู่กันคนละซีกโลกแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า "ขยะ" ที่ทำมาจาก “พลาสติก” คือปัญหาใหญ่อันดับต้น ๆ เกือบทุกประเทศกำลังเผชิญ ยิ่งเมื่อหนังพาเราสำรวจชีวิตประจำวันของจอยซ์ที่ต้องเดินเก็บขยะไปขายทุกวันเป็น Routine จึงยิ่งรู้สึกสงสารและเห็นใจในความมานะของคนที่ไม่มีโอกาสเลือกเกิดแถมยังต้องทำงานท่ามกลางสภาพอากาศแห้งแล้งและเป็นมลพิษจากขยะนำเข้าที่ไม่รู้สรรหามาจากไหนตั้ง 2,000–3,000 กว่าต่อตันจนเริ่มมีปัญหาสุขภาพตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีก ในเมื่อต้องใช้ "แรง" เพื่อแลกกับ "เงิน" ระหว่างดูเผลอดื่มด่ำกับการจ้องมองภูเขาขยะจากผลิตภัณฑ์พลาสติกเพราะมุมกล้องล่อสายตาให้จดจ่อ Details ในนั้นแต่ถ้าให้ไปจริงอยู่แน่นอนก็คงไม่ไปอยู่แล้ว

- ด้วยความที่หนังมีความยาวเพียงราว 20 นาที จึงต้องบริหารเวลาในการเล่าเรื่องให้กระชับและทันเวลาก่อนจากที่สุดจึงทำให้หลังจากช่วงต้นจนถึงช่วงกลางที่สำรวจชีวิตของ จอยซ์ หนังจึงค่อย ๆ พาเราไปรู้จักกับคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับอาชีพนี้ก่อนจะเลี้ยวหัวกลับมายังจุดเริ่มต้นเพื่อทบทวนสิ่งที่รับชมตลอดไปว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้พูดถึงแค่ชีวิตของคนเก็บขยะหากแต่ขยายไปสู่ปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งในมิติของการคุ้มครองสิทธิแรงงานและความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นจนตระหนักว่าคนเก็บขยะก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สมควรได้รับเกียรติ ได้รับการคุ้มครอง และได้รับโอกาสไม่ต่างจากแรงงานอาชีพอื่นเพราะพวกเขาคือฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนระบบการจัดการไม่ว่าจะขยะหรือกลไกสังคมให้เดินหน้าต่อไปได้ แม้ทราบแก่ใจอยู่ว่าขยะพลาสติกเป็นวัสดุจัดการยากเพราะต้องใช้เวลาย่อยสลายยาวนาน ถ้าไม่นับวิธีใช้ไฟจุดจะได้จบ ๆ ไปแต่ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าพลาสติกคือ 1 ในปัจจัยสำคัญที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตและขับเคลื่อนสังคมมานาน พอเอ๊ะขึ้นมาทีจึงถูกโยนคำถามด้วยความท้าทายกลับมาว่า "อย่างไร?" ในเมื่อท้ายที่สุดไม่ว่าจะตระหนักถึงผลกระทบของการมีของพลาสติกแค่ไหน ? ยังไงเราทุกคนก็ยังคงใช้มันอยู่ไม่ใช่เหรอ ?

- แล้วการมีอยู่ของ พลาสติก ไม่ได้ผูกโยงอยู่แค่กับชีวิตประจำวันของคนเท่านั้นแต่มันยังเชื่อมโยงไปถึงภาคอุตสาหกรรมและระบบเศรษฐกิจที่ยังคงต้องพึ่งพามันเพื่อการผลิต การเติบโต และการพัฒนา แม้ทราบดีว่าพลาสติกส่งผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัจจัยหนึ่งกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกจนแปรปรวนไปจากเดิมจนนำไปสู่คำถามว่า ถ้าใช้ยาแรงด้วยการยกเลิกผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากพลาสติกไปเลยจะอยู่ได้มั้ย ? โลกจะเดินต่อไปได้หรือเปล่า ? ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้ตามใจคิด ตราบใดที่ผู้ประกอบการหรือพ่อค้าแม่ขายยังจำเป็นต้องพึ่งพาในฐานะบรรจุภัณฑ์ (Packaging) สำหรับส่งต่อสินค้าไปยังผู้บริโภค วงจรนี้ก็ยังคง Continue ต่อไป ไม่รู้จะเริ่มจัดการตรงไหนก่อนดี ?  แต่อย่างน้อยสารคดีเรื่องนี้ได้ทิ้งชุดความคิดให้เราตระหนักถึงผลกระทบของการเกิดอยู่ที่แผ่ขยายไปยังทุกภาคส่วนขึ้นมาอีกระดับก่อนจะส่งไม้ต่อในฐานะกรณีศึกษาไปสู่สารคดีเรื่องที่ 2 ที่จะเอ่ยถึงต่อจากนี้

ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ : EMistique
ชื่อสินค้า:   Review By EMistique
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่