สวัสดีสมาชิกทุกท่าน ผมเป็นพนักงานออฟฟิศอายุ 30 ปี หน้าตาจัดว่าอยู่ในเกรดแย่ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาได้เล่นแอพหาคู่แอพนึง แล้วได้พบกับผู้หญิงท่านนึงอายุน้อยกว่าผม ขอเรียกแทนว่าน้องแอล เราพูดคุยกันเป็นช่วงเวลาสั้นๆและตกลงปลงใจที่จะคบหากัน ซึ่งก่อนการคบหาทางน้องแอลได้บอกกับผมแล้วว่าตัวเธอเองนั้นมีปัญหาหนี้สินรุมเร้ามากมาย ตัวผมเองก็ไม่ได้คิดว่าจะมีปัญหาอะไรจึงตกลงคบกันแบบไม่ทันได้คิดเยอะ หลังจากคบกันได้ไม่นานน้องแอลก็เล่าว่าตัวเธอนั้นต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินจ่ายหนี้ ตัวผมเองจึงเสนอตัวที่จะชำระหนี้แทนเธอไปก่อนแล้วค่อยให้เธอผ่อนชำระคืนกับผมทีหลัง ส่วนตัวผมเองไม่ใช่คนร่ำรวย หาเช้ากินค่ำปกติแต่คนที่คบหากันมีปัญหาส่วนตัวแล้วมองว่าควรช่วยเหลือกันเท่าที่ทำได้ เราคบกันไปเรื่อยๆ ก็จะมีปัญหาหนี้สินของเธอเพิ่มมาเรื่อยๆและรายได้ที่ไม่พอรายจ่าย ผมก็หยิบยื่นและช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังเพราะคิดว่าจะจริงจังกับเธอ เวลาผ่านไปยังประมาณ 3 เดือนที่คบกัน เราเจอกันไม่ถึง 5 ครั้ง มีความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งเพียง 2 รอบ ด้วยการที่อยู่กันคนละจังหวัดจึงเป็นเรื่องยากที่จะเจอกันและน้องแอลก็ยังทำงานแทบทุกวันไม่มีเวลามาเจอ ตัวผมเองก็ไม่ได้มีปัญหา แต่ระหว่างที่คบๆไปก็มักจะมีเรื่องที่ทะเลาะกัน บางทีคือเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ปัญหาหลักมาเกิดขึ้นเมื่อน้องแอลรู้ว่าผมชอบที่จะไปกดไลค์ผู้หญิงบนโซเชียล ทำให้เกิดการทะเลาะกันอย่างหนัก ลามไปจนถึงกับการคิดว่าผมจะนอกใจ ซึ่งส่วนตัวของผมเองยอมรับว่าไม่เคยคิดจะนอกใจแต่อย่างใดแต่สันดานการกดไลค์ผู้หญิงนมโตๆ มันแก้ไม่หายจึงเป็นประเด็นให้น้องแอลใช้อ้างว่าผมทำร้ายจิตใจเธอ และขอยุติความสัมพันธ์ ทั้งนี้ยอดเงินที่ผมได้จ่ายเพื่อช่วยเหลือเธอไปก็ราวๆครึ่งแสน เธอบอกเสมอต่อให้เลิกกันก็จะคืนเงินทุกบาทเพราะเธอมีศักดิ์ศรีมากพอ แต่สุดท้ายหลังจากการสนทนาสุดท้ายผมได้ลองใจและบอกกับเธอไปว่าเงินสักบาทก็ไม่ต้องมาคืนและจบบทสนทนา เธอไม่พูดตอบโต้แต่อย่างใด เพื่อนสมาชิกมีความเห็นว่าเธอจงใจเข้ามาเพื่อเงินหรือรักผมจริงกันแน่ เพราะปัจจุบันหนี้สินที่เธอมีผมได้ชำระจนหมดแล้วเธอจึงจงใจหาเรื่องเลิกกับผม ปัจจุบันผมต้องแบกรับภาระหนี้สินที่ไปช่วยเหลือน้องแอลซึ่งถือเป็นบทเรียนราคาแพงในชีวิตของผมอย่างมากที่สุด
รักตัวฉัน หรือรักเงินฉัน