ขนมเบื้องโบราณ เพราะใครๆก็รู้จัก เป็นขนมที่กินง่าย ราคาไม่แพง ถูกใจทุกวัย

ขนมเบื้องโบราณ เพราะใครๆก็รู้จัก เป็นขนมที่กินง่าย ราคาไม่แพง ถูกใจทุกวัย



อุปกรณ์ มี เตาแก๊ส, กระทะเหล็กสี่เหลี่ยมผืนผ้า, ตะกร้อมือ, เกรียง (ใช้แซะขนม), กระจ่า (ใช้ตัก-ละเลงแป้ง), กะละมัง, หม้อสเตนเลสมีฝาปิด, กระทะ, ที่ขูดมะพร้าวด้วยมือ, ทัพพี, ครก, ผ้าขาวบาง เครื่องไม้เครื่องมืออื่น ๆ หยิบยืมได้จากในครัว ส่วนผสม “ตัวแป้งขนมเบื้อง” มี แป้งข้าวเจ้า 1 กก., แป้งถั่วทองคั่ว 200 กรัม, แป้งสาลี 100 กรัม,น้ำตาลทราย 6 ขีด, ไข่ไก่ (เบอร์ 3) 6 ฟอง, เกลือ 1/2 ช้อนชา และน้ำปูนใส หน้าครีมรองพื้น ไข่ขาว (เย็นจัด), น้ำตาลปี๊บ

เครื่องเคียงที่ใช้ ก็มีมะพร้าวขูดเส้น, ต้นหอมซอย, มีงาขาวคั่วและลูกเกด (ใส่ก็ได้-ไม่ใส่ก็ได้)

ตัวไส้ มี 2 ไส้ คือ ไส้หวาน (ฝอยทองไข่-ฝอยทองใบเตย) และไส้เค็ม (หน้ามะพร้าวผัด) ทั้งสองไส้จะรองพื้นด้วยหน้าครีม ส่วนผสมจะมีไข่ขาวและน้ำตาลปี๊บ

ขั้นตอนการทำ “ขนมเบื้องไทยโบราณ”

เริ่มจากนำแป้งข้าวเจ้า แป้งถั่วทองคั่ว น้ำตาลทราย และไข่ไก่ มาผสมรวมกัน เติมน้ำปูนใสลงไป ค่อย ๆ นวดแป้ง ทยอยเติมน้ำปูนใสทีละน้อยจนแป้งกับส่วนผสมอื่นเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจึงเติมน้ำปูนใสที่เหลือจนหมดคนให้เข้ากัน ตั้งพักไว้ก่อน

ครีมขนมเบื้อง ตีไข่ขาวที่แช่เย็นจัดกับน้ำตาลปี๊บจนเป็นเนื้อครีมและฟูตั้งยอด ตั้งพักไว้ก่อน

“ไส้เค็ม” ส่วนผสม มี สามเกลอโขลกละเอียด (รากผักชี-พริกไทย-กระเทียม), มะพร้าวขูด, น้ำตาลทราย, เกลือ, น้ำมันพืช น้ำสะอาด และสีผสมอาหาร (สีส้ม) ใส่น้ำมันในกระทะเล็กน้อย ไฟปานกลาง ใส่เครื่องที่โขกลงไปผัดให้หอม แล้วใส่มะพร้าวขูดลงไปผัด ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย และเกลือ ใส่สีผสมอาหารสีส้มเล็กน้อย (พอสีสวย) ผัดส่วนผสมให้เข้ากันจนสุกหอม ตักขึ้นพักไว้

เปิดเตาวอร์ม ไฟปานกลาง พอกระทะร้อน ใช้กระจ่าตักแป้งเคาะลงบนเตา ละเลงเป็นแผ่นบาง ๆ (ขนาดตามต้องการ) ให้ความหนาเสมอกัน รอจนแป้งสุก ใช้กระจ่าตักครีมทาลงบนแป้ง จากนั้นใส่ไส้หวาน ให้ใส่ฝอยทองและลูกเกด ปรับไฟอ่อน ทิ้งไว้สักครู่รอให้แป้งกรอบพอดี ค่อย ๆ เอาเกรียงมาแซะ แล้วพับเป็นครึ่งวงกลม แซะขึ้นจากเตา พร้อมเสิร์ฟ 
ส่วนขนมเบื้องไส้เค็ม ขั้นตอนการทำเหมือนไส้หวาน เพียงแต่ตัวไส้จะเป็นมะพร้าวผัด แต่งหน้าด้วยมะพร้าวขาวขูดเส้น, ต้นหอมซอย และโรยงาขาว

ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่