พาร์กินสันเป็นโรคที่หลายคนกลัวค่ะ
เพราะมันไม่ได้จบแค่เรื่องมือสั่น
สุดท้ายแล้วคนไข้จำนวนมากจะเริ่มเดินช้า
ลุกนั่งลำบาก ตัวแข็ง ทรงตัวแย่ลง
ทำอะไรหลายอย่างที่เคยง่าย กลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ
__________________
🧠 พาร์กินสันคืออะไรกันแน่? เกิดจากอะไร
โรคนี้เกิดจากความเสียหายของสมอง
ส่วนที่ชื่อว่า Substantia nigra (SN)
ตรงที่ลูกศรในภาพชี้เลยค่ะ
ในภาพคือ ‘ก้านสมอง’ ของเราเอง
หน้าที่ของบริเวณนี้คือสร้างสารโดพามีน
(dopamine) ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญของ
ระบบควบคุมการเคลื่อนไหว
เวลาจะลุก จะเดิน จะเอื้อมมือหยิบแก้วน้ำ
หรือแม้แต่จะก้าวขา วงจรนี้ทำงานอยู่ตลอดเวลา
คอยปรับ คอยจูน คอยตัดสัญญาณรบกวนออก
พอเซลล์ประสาทบริเวณนี้ค่อยๆ หายไป
ระบบโปรแกรมการเคลื่อนไหว จะดูติดขัดไปหมด
เหมือนไม่มีคนคอย QC
▪️ การเคลื่อนไหวจะช้าลง
▪️ กล้ามเนื้อแข็งขึ้น
▪️ หน้าเริ่มนิ่ง
▪️ มือสั่นตอนพัก
▪️ การทรงตัวเริ่มมีปัญหา
และอาการมักค่อยๆ มากขึ้นตามเวลา
หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเริ่มมีสัญญาณเตือนมาก่อนหลายปี
บางคนเริ่มจากท้องผูก
บางคนเริ่มดมกลิ่นไม่ค่อยได้
บางคนเริ่มละเมอหนัก ต่อย เตะ หรือพูดตอนหลับ
กว่าจะมาถึงวันที่มือสั่นจริงๆ โรคอาจกำลังดำเนินอยู่มานานแล้ว
__________________
🧬 แล้วอะไรทำให้สมองค่อยๆ พัง
ตัวละครหลักคือโปรตีนชื่อ α-synuclein
จริงๆ มันเป็นโปรตีนปกติที่ร่างกายสร้างอยู่แล้วค่ะ
ปัญหาเกิดตอนที่มันเริ่มพับตัวผิดรูป แล้วจับกันเป็นก้อน
พอเกิดขึ้นแล้วก็เหมือนมีคนเริ่มโยนขยะลงแม่น้ำ
ก้อนโปรตีนเหล่านี้รบกวนการทำงานของเซลล์ประสาท
กระตุ้นการอักเสบ และทำให้เซลล์เริ่มเสื่อม
ที่ซวยคือมันไม่ได้หยุดแค่นั้น
เพราะก้อนที่เกิดขึ้นแล้ว
ยังไปเหนี่ยวนำให้โปรตีนตัวอื่นพับผิดรูปตามอีก
จึงเกิดการสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
.
ปัจจุบันนักวิจัยสนใจเรื่องหนึ่งมาก
คือหลายหลักฐานชี้ว่า จุดเริ่มต้นอาจไม่ได้อยู่ที่สมอง
แต่อยู่ที่ “ลำไส้”
ระบบประสาทที่ผนังลำไส้
สามารถสร้าง α-synuclein ได้เช่นกัน
ถ้าลำไส้อยู่ในสภาวะอักเสบ หรือแบคทีเรียในลำไส้เสียสมดุล
การสร้างโปรตีนตัวนี้อาจเพิ่มขึ้น
และมีความเป็นไปได้ที่มันจะค่อยๆ
เดินทางย้อนขึ้นมาตามเส้นประสาทจนเข้าสู่สมอง
จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนจำนวนหนึ่ง
มีปัญหาเรื่องลำไส้ก่อนเกิดอาการทางระบบประสาทหลายปี
__________________
⚠️ ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ
▪️ อายุที่มากขึ้น: ระบบกำจัดของเสียในเซลล์เริ่มทำงานช้าลง
▪️ พันธุกรรมบางชนิด: ทำให้กำจัดโปรตีนผิดปกติได้ไม่ดี
▪️ สารพิษจากสิ่งแวดล้อม เช่น ยาฆ่ๅแมลง หรือโลหะหนักบางชนิด
▪️ สมองเคยกระทบกระเทือน
▪️ โรคเรื้อรังที่ทำให้ร่างกายอักเสบ เช่น ภาวะอ้วน ดื้ออินซูลิน (อีกแล้ว)
▪️ ภาวะแบคทีเรียในลำไส้เสียสมดุล (Dysbiosis)
ทำให้เกิดสารอักเสบมากขึ้น และเพิ่มแรงกระตุ้นให้เกิดการสะสมของ α-synuclein
__________________
🏃♀️ เล่ามานานละ
แล้วออกกำลังกายเข้าไปเกี่ยวอะไรด้วย?
เกี่ยวแทบทุกจุดเลย
.
1️⃣ กล้ามเนื้อส่งสัญญาณกลับไปหาสมอง
ระหว่างออกกำลังกาย ร่างกายจะเพิ่มการสร้าง BDNF
สารตัวนี้ช่วยให้เซลล์ประสาทอยู่รอดได้ดีขึ้น
เหมือนเติมกำลังให้เซลล์ประสาทที่ต้องทำงานทุกวัน
.
2️⃣ ลดสภาพแวดล้อมการอักเสบ
กล้ามเนื้อที่กำลังทำงานจะปล่อยสารหลายชนิด
เช่น IL-6 และ IL-15
จากนั้นจะไปเปลี่ยนสมดุลภูมิคุ้มกัน
เพิ่มเม็ดเลือดขาวสายควบคุมการอักเสบ (Treg)
เพิ่มแมคโครฟาจสายซ่อมแซม (M2)
ทำให้สภาพแวดล้อมทั่วร่างกาย
รวมถึงในสมอง สงบลง ลดการอักเสบ
.
3️⃣ ช่วยเรื่องลำไส้
การออกกำลังกายสร้างแวดล้อมให้ลำไส้ดีขึ้น
มีการเติม lactate ให้อาหารน้องๆ แบคทีเรีย
ผลคือแบคทีเรียฝ่ายที่ช่วยลำไส้เพิ่มขึ้น
เพิ่มการสร้างกรดไขมันสายสั้นให้ผนังลำไส้
ลดการอักเสบของทางเดินอาหาร
ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกที่เชื่อว่า
ช่วยลดแรงกระตุ้นต่อการสร้าง α-synuclein
.
4️⃣ ทำให้โรงงานผลิตพลังงานแข็งแรงขึ้น
เซลล์ประสาทใช้พลังงานมหาศาล
การออกกำลังกายช่วยให้
ไมโตคอนเดรียมีจำนวนและคุณภาพดีขึ้น
ทำให้เซลล์รับมือกับความเครียดและสารพิษต่างๆ ได้ดีขึ้น
.
5️⃣ กระตุ้นระบบกำจัดก้อนโปรตีน
เซลล์ประสาทมีระบบเก็บขยะของตัวเองอยู่แล้ว การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นกระบวนการที่เรียกว่า Aggrephagy
ซึ่งทำหน้าที่จับก้อนโปรตีนผิดปกติส่งเข้าไปย่อยทิ้ง
ถือเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยลดภาระของเซลล์ประสาทได้
__________________
สรุป
พาร์กินสันไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่มักเป็นผลรวมของอายุ พันธุกรรม การอักเสบ สารพิษ และความผิดปกติของลำไส้
สุดท้ายทั้งหมดมาบรรจบกันที่การสะสมของ α-synuclein และการสูญเสียเซลล์ประสาทใน Substantia nigra
.
ส่วนการออกกำลังกายก็ไม่ได้รักษาพาร์กินสันให้หาย แต่มันเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่มีข้อมูลสนับสนุนมากที่สุด ว่าช่วยลดปัจจัยเสี่ยงหลายด้านพร้อมกัน ทั้งลดการอักเสบ ดูแลลำไส้ ช่วยเซลล์ประสาท และช่วยระบบกำจัดโปรตีนผิดปกติ
.
ใครยังไม่ออกกำลังกาย
ขุดตัวเองขึ้นมาเริ่มเลยค่ะ
เดินเร็วก็ได้ ปั่นจักรยานก็ได้ เล่นเวทก็ได้
เอาให้หัวใจเต้น เอาให้กล้ามเนื้อทำงาน
เพราะต่อให้วันนี้อายุยังน้อย
พาร์กินสันก็เริ่มสะสมปัจจัยเสี่ยงของมันตั้งแต่ตอนนี้เหมือนกันค่ะ ❤️
Tensia
⬇️🔗
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.facebook.com/tensiacorephysiology/photos/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B9%86%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%86%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B0-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A/122316993146214982/?set=a.122100128582214982&http_ref=eyJ0cyI6MTc4MTc0NzkwMzAwMCwiciI6Imh0dHBzOlwvXC93d3cuZmFjZWJvb2suY29tXC9zaGFyZVwvMUQ3OFdoR056WFwvP21pYmV4dGlkPXd3WElmciJ9
กลัวเป็นพาร์กินสัน กลัวมือสั่น กลัวเดินช้า หงึกๆหงักๆ ลุกขึ้นมาออกกำลังกาย รับรองสูงวัยแล้ว ยังกระฉับกระเฉง
เพราะมันไม่ได้จบแค่เรื่องมือสั่น
สุดท้ายแล้วคนไข้จำนวนมากจะเริ่มเดินช้า
ลุกนั่งลำบาก ตัวแข็ง ทรงตัวแย่ลง
ทำอะไรหลายอย่างที่เคยง่าย กลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ
__________________
🧠 พาร์กินสันคืออะไรกันแน่? เกิดจากอะไร
โรคนี้เกิดจากความเสียหายของสมอง
ส่วนที่ชื่อว่า Substantia nigra (SN)
ตรงที่ลูกศรในภาพชี้เลยค่ะ
ในภาพคือ ‘ก้านสมอง’ ของเราเอง
หน้าที่ของบริเวณนี้คือสร้างสารโดพามีน
(dopamine) ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญของ
ระบบควบคุมการเคลื่อนไหว
เวลาจะลุก จะเดิน จะเอื้อมมือหยิบแก้วน้ำ
หรือแม้แต่จะก้าวขา วงจรนี้ทำงานอยู่ตลอดเวลา
คอยปรับ คอยจูน คอยตัดสัญญาณรบกวนออก
พอเซลล์ประสาทบริเวณนี้ค่อยๆ หายไป
ระบบโปรแกรมการเคลื่อนไหว จะดูติดขัดไปหมด
เหมือนไม่มีคนคอย QC
▪️ การเคลื่อนไหวจะช้าลง
▪️ กล้ามเนื้อแข็งขึ้น
▪️ หน้าเริ่มนิ่ง
▪️ มือสั่นตอนพัก
▪️ การทรงตัวเริ่มมีปัญหา
และอาการมักค่อยๆ มากขึ้นตามเวลา
หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเริ่มมีสัญญาณเตือนมาก่อนหลายปี
บางคนเริ่มจากท้องผูก
บางคนเริ่มดมกลิ่นไม่ค่อยได้
บางคนเริ่มละเมอหนัก ต่อย เตะ หรือพูดตอนหลับ
กว่าจะมาถึงวันที่มือสั่นจริงๆ โรคอาจกำลังดำเนินอยู่มานานแล้ว
__________________
🧬 แล้วอะไรทำให้สมองค่อยๆ พัง
ตัวละครหลักคือโปรตีนชื่อ α-synuclein
จริงๆ มันเป็นโปรตีนปกติที่ร่างกายสร้างอยู่แล้วค่ะ
ปัญหาเกิดตอนที่มันเริ่มพับตัวผิดรูป แล้วจับกันเป็นก้อน
พอเกิดขึ้นแล้วก็เหมือนมีคนเริ่มโยนขยะลงแม่น้ำ
ก้อนโปรตีนเหล่านี้รบกวนการทำงานของเซลล์ประสาท
กระตุ้นการอักเสบ และทำให้เซลล์เริ่มเสื่อม
ที่ซวยคือมันไม่ได้หยุดแค่นั้น
เพราะก้อนที่เกิดขึ้นแล้ว
ยังไปเหนี่ยวนำให้โปรตีนตัวอื่นพับผิดรูปตามอีก
จึงเกิดการสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
.
ปัจจุบันนักวิจัยสนใจเรื่องหนึ่งมาก
คือหลายหลักฐานชี้ว่า จุดเริ่มต้นอาจไม่ได้อยู่ที่สมอง
แต่อยู่ที่ “ลำไส้”
ระบบประสาทที่ผนังลำไส้
สามารถสร้าง α-synuclein ได้เช่นกัน
ถ้าลำไส้อยู่ในสภาวะอักเสบ หรือแบคทีเรียในลำไส้เสียสมดุล
การสร้างโปรตีนตัวนี้อาจเพิ่มขึ้น
และมีความเป็นไปได้ที่มันจะค่อยๆ
เดินทางย้อนขึ้นมาตามเส้นประสาทจนเข้าสู่สมอง
จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนจำนวนหนึ่ง
มีปัญหาเรื่องลำไส้ก่อนเกิดอาการทางระบบประสาทหลายปี
__________________
⚠️ ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ
▪️ อายุที่มากขึ้น: ระบบกำจัดของเสียในเซลล์เริ่มทำงานช้าลง
▪️ พันธุกรรมบางชนิด: ทำให้กำจัดโปรตีนผิดปกติได้ไม่ดี
▪️ สารพิษจากสิ่งแวดล้อม เช่น ยาฆ่ๅแมลง หรือโลหะหนักบางชนิด
▪️ สมองเคยกระทบกระเทือน
▪️ โรคเรื้อรังที่ทำให้ร่างกายอักเสบ เช่น ภาวะอ้วน ดื้ออินซูลิน (อีกแล้ว)
▪️ ภาวะแบคทีเรียในลำไส้เสียสมดุล (Dysbiosis)
ทำให้เกิดสารอักเสบมากขึ้น และเพิ่มแรงกระตุ้นให้เกิดการสะสมของ α-synuclein
__________________
🏃♀️ เล่ามานานละ
แล้วออกกำลังกายเข้าไปเกี่ยวอะไรด้วย?
เกี่ยวแทบทุกจุดเลย
.
1️⃣ กล้ามเนื้อส่งสัญญาณกลับไปหาสมอง
ระหว่างออกกำลังกาย ร่างกายจะเพิ่มการสร้าง BDNF
สารตัวนี้ช่วยให้เซลล์ประสาทอยู่รอดได้ดีขึ้น
เหมือนเติมกำลังให้เซลล์ประสาทที่ต้องทำงานทุกวัน
.
2️⃣ ลดสภาพแวดล้อมการอักเสบ
กล้ามเนื้อที่กำลังทำงานจะปล่อยสารหลายชนิด
เช่น IL-6 และ IL-15
จากนั้นจะไปเปลี่ยนสมดุลภูมิคุ้มกัน
เพิ่มเม็ดเลือดขาวสายควบคุมการอักเสบ (Treg)
เพิ่มแมคโครฟาจสายซ่อมแซม (M2)
ทำให้สภาพแวดล้อมทั่วร่างกาย
รวมถึงในสมอง สงบลง ลดการอักเสบ
.
3️⃣ ช่วยเรื่องลำไส้
การออกกำลังกายสร้างแวดล้อมให้ลำไส้ดีขึ้น
มีการเติม lactate ให้อาหารน้องๆ แบคทีเรีย
ผลคือแบคทีเรียฝ่ายที่ช่วยลำไส้เพิ่มขึ้น
เพิ่มการสร้างกรดไขมันสายสั้นให้ผนังลำไส้
ลดการอักเสบของทางเดินอาหาร
ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกที่เชื่อว่า
ช่วยลดแรงกระตุ้นต่อการสร้าง α-synuclein
.
4️⃣ ทำให้โรงงานผลิตพลังงานแข็งแรงขึ้น
เซลล์ประสาทใช้พลังงานมหาศาล
การออกกำลังกายช่วยให้
ไมโตคอนเดรียมีจำนวนและคุณภาพดีขึ้น
ทำให้เซลล์รับมือกับความเครียดและสารพิษต่างๆ ได้ดีขึ้น
.
5️⃣ กระตุ้นระบบกำจัดก้อนโปรตีน
เซลล์ประสาทมีระบบเก็บขยะของตัวเองอยู่แล้ว การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นกระบวนการที่เรียกว่า Aggrephagy
ซึ่งทำหน้าที่จับก้อนโปรตีนผิดปกติส่งเข้าไปย่อยทิ้ง
ถือเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยลดภาระของเซลล์ประสาทได้
__________________
สรุป
พาร์กินสันไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่มักเป็นผลรวมของอายุ พันธุกรรม การอักเสบ สารพิษ และความผิดปกติของลำไส้
สุดท้ายทั้งหมดมาบรรจบกันที่การสะสมของ α-synuclein และการสูญเสียเซลล์ประสาทใน Substantia nigra
.
ส่วนการออกกำลังกายก็ไม่ได้รักษาพาร์กินสันให้หาย แต่มันเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่มีข้อมูลสนับสนุนมากที่สุด ว่าช่วยลดปัจจัยเสี่ยงหลายด้านพร้อมกัน ทั้งลดการอักเสบ ดูแลลำไส้ ช่วยเซลล์ประสาท และช่วยระบบกำจัดโปรตีนผิดปกติ
.
ใครยังไม่ออกกำลังกาย
ขุดตัวเองขึ้นมาเริ่มเลยค่ะ
เดินเร็วก็ได้ ปั่นจักรยานก็ได้ เล่นเวทก็ได้
เอาให้หัวใจเต้น เอาให้กล้ามเนื้อทำงาน
เพราะต่อให้วันนี้อายุยังน้อย
พาร์กินสันก็เริ่มสะสมปัจจัยเสี่ยงของมันตั้งแต่ตอนนี้เหมือนกันค่ะ ❤️
Tensia
⬇️🔗
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้