สรุปใครก๊อปใคร? เปิดหลักฐานชุดจีน "อ๋าวฉวิน" ที่เหมือนฮันบกเป๊ะ งานนี้มีคนหน้าแตก!




กระแสดราม่าเรื่องเครื่องแต่งกายระหว่างชาวเน็ตจีนและเกาหลี (ฮั่นฝู vs ฮันบก) ดุเดือดมาก หลายคนอาจจะเคยเห็นภาพชุดกระโปรงของจีนยุคราชวงศ์หมิงที่เรียกว่า "อ๋าวฉวิน" (Aoqun - 袄裙) แล้วเกิดความสงสัยว่า "เอ๊ะ ทำไมมันดูคล้ายชุดผู้หญิงเกาหลียุคโชซอนจัง? สรุปใครก๊อปใครกันแน่?"
​วันนี้เราจะมากางหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะ "บันทึกของชาวจีนเอง" เพื่อไขปริศนานี้กันครับ รับรองว่าอ่านจบแล้วจะมองเห็นภาพ "การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม" ที่สนุกกว่าการมานั่งเถียงกันแน่นอน
​1."อ๋าวฉวิน" คืออะไร?
​อ๋าวฉวิน (Aoqun) เป็นหนึ่งในรูปแบบของชุดฮั่นฝู (เครื่องแต่งกายชาวฮั่น) คำว่า "อ๋าว" (袄) แปลว่าเสื้อท่อนบนที่มีซับใน ส่วน "ฉวิน" (裙) แปลว่ากระโปรง เอกลักษณ์ของอ๋าวฉวินคือ การใส่เสื้อท่อนบนปล่อยชายยาวลงมาคลุมทับกระโปรง (ต่างจากชุดจีนยุคก่อนหน้าที่มักจะเอาชายเสื้อใส่ไว้ในกระโปรง) มีการใช้เชือกผูกเสื้อแทนกระดุม และมักจะจับคู่กับกระโปรงจีบรอบตัว หรือกระโปรงหม่าเมี่ยน (Mamianqun)
​ซึ่งทรงเสื้อแบบนี้แหละครับ ที่ไปละม้ายคล้ายคลึงกับ เสื้อชอกอรี (Jeogori) ของผู้หญิงเกาหลีในยุค "ต้นโชซอน" แบบเป๊ะๆ!
2. ​กระแส "โครยอหยาง" (Goryeoyang): ซอฟต์พาวเวอร์เกาหลียุคบุกเบิก
​ความคล้ายคลึงนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ และไม่ใช่การก๊อปปี้แบบดื้อๆ ครับ แต่มันเกิดจาก "เทรนด์แฟชั่น" ที่ฮิตระเบิดในราชสำนักจีนยุคนั้นที่เรียกว่า โครยอหยาง (高丽样 - สไตล์โครยอ)
​ย้อนกลับไปในช่วงปลายราชวงศ์หยวนต่อเนื่องมาจนถึงต้นราชวงศ์หมิง สตรีชาวเกาหลี (อาณาจักรโครยอ) จำนวนมากถูกส่งเข้าไปในราชสำนักจีนในฐานะเครื่องบรรณาการ ทั้งนางข้าหลวงและพระสนม สตรีเหล่านี้ได้นำเอาไลฟ์สไตล์ อาหาร และที่สำคัญคือ "เสื้อผ้าแบบเกาหลี" ที่เน้นความสั้น คล่องตัว และใช้เชือกผูก เข้าไปเผยแพร่ในวังหลวง จนสตรีชนชั้นสูงชาวจีนพากันแต่งตัวตามกันทั้งเมือง!
3.​เปิดพยานเอกสาร: เมื่อคนจีนบันทึกไว้เองว่า "เลียนแบบแฟชั่นเกาหลี"
​เพื่อไม่ให้เป็นการเคลมลอยๆ เรามาดูหลักฐานลายลักษณ์อักษรจากปัญญาชนชาวจีนในยุคนั้นกันครับ นี่คือข้อพิสูจน์ชั้นดีที่ทำลายวาทกรรมที่ว่าเกาหลีรับวัฒนธรรมจีนฝ่ายเดียว:
​1. บันทึกประวัติศาสตร์ "เฉ่ามู่จื่อ" (草木子)
เขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1378 (ต้นราชวงศ์หมิง) โดยปราชญ์นามว่า เย่จื่อฉี (叶子奇) เขาได้บันทึกสภาพสังคมที่เขาเห็นด้วยตาตัวเองไว้ชัดเจนมาก:
​"นับแต่รัชศกจื้อเจิ้งเป็นต้นมา นางกำนัลผู้รับใช้ในวังเกินกว่าครึ่งล้วนเป็นสตรีชาวโครยอ ด้วยเหตุนี้ เสื้อผ้า รองเท้า หมวก และข้าวของเครื่องใช้ในทุกสารทิศ ล้วนเลียนแบบโครยอ และถูกเรียกขานว่า 'โครยอหยาง' (สไตล์โครยอ)"
​2. บทกวีของ "จางจู้" (张翥)
กวีเอกและขุนนางราชวงศ์หยวนตอนปลาย ได้แต่งบทกวีบรรยายเทรนด์แฟชั่นของสาวๆ ในวังยุคนั้นไว้ว่า:
​"เสื้อผ้าในวังเกิดความนิยมใหม่ในสไตล์โครยอ (高丽样) เป็นเสื้อคอเหลี่ยมยาวคลุมเอวและตัดเย็บแบบแขนสั้น..."
​จากหลักฐานทั้งสองชิ้นนี้ ยืนยันได้เลยว่า โครงสร้างเสื้อผ้าที่ "ยาวคลุมเอวหรือสะโพก" ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของชุดอ๋าวฉวินยุคหมิงนั้น ได้รับอิทธิพลมาจากเทรนด์แฟชั่นเกาหลี (โครยอหยาง) อย่างปฏิเสธไม่ได้ครับ
​🔄 วัฒนธรรมคือการแลกเปลี่ยนสองทาง (Two-Way Street)
​ในขณะที่สาวๆ ชาวจีนฮิตใส่เสื้อผ้าสไตล์โครยอหยาง ทางฝั่งเกาหลี (โชซอน) เองก็รับเอา "เครื่องแบบขุนนางและชุดพิธีการ" ของราชวงศ์หมิงมาใช้อย่างเป็นทางการเช่นกัน เพื่อแสดงสถานะทางการเมือง
​แต่เกาหลีก็ไม่ได้ลอกมาทั้งหมด 100% ครับ พวกเขารับมาแล้วนำมาผสมผสานกับอัตลักษณ์เดิมของตัวเอง เช่น การดัดแปลงคอเสื้อให้แข็งทื่อเป็นรูปตัว V (ทงจอง) ตามสไตล์ชนเผ่าขี่ม้าทางเหนือของตนเอง ต่างจากปกคอเสื้อของจีนที่เน้นความโค้งมนและทิ้งตัวนุ่มนวล (ฮู่หลิ่ง)
​เมื่อกาลเวลาพรากแฟชั่นให้แยกทางกัน
​ความคล้ายคลึงของอ๋าวฉวินและฮันบกคือ "ภาพจำแช่แข็ง" ของยุคหมิงและต้นโชซอนครับ หลังจากนั้นประวัติศาสตร์ก็ทำให้เส้นทางแฟชั่นของสองชาติแยกจากกัน:
​ฝั่งจีน: ราชวงศ์หมิงถูกโค่นล้ม ชาวแมนจู (ราชวงศ์ชิง) เข้ามาปกครองและบังคับให้เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ชุดอ๋าวฉวินจึงหยุดการพัฒนาและหายไปจากชีวิตประจำวัน
​ฝั่งเกาหลี: ราชวงศ์โชซอนยังคงอยู่และพัฒนาฮันบกต่อไปเรื่อยๆ เสื้อท่อนบน (ชอกอรี) ของผู้หญิงถูกตัดให้ "สั้นลงเรื่อยๆ" จนรัดอยู่ใต้รักแร้ และดึงกระโปรงขึ้นมาผูกไว้ที่หน้าอก ซึ่งกลายเป็นภาพจำของฮันบกแบบที่เราเห็นในซีรีส์ปัจจุบันนั่นเองครับ
ดราม่าเรื่องชุดว่าใครลอกใคร เกิดจากการมองประวัติศาสตร์แบบแยกส่วน แท้จริงแล้วในช่วงเวลาหนึ่ง ทั้งจีนและเกาหลีต่างก็ "แชร์และแลกเปลี่ยนตู้เสื้อผ้ากัน" อย่างเข้มข้น อ๋าวฉวินคือหลักฐานชิ้นเอกที่บอกเราว่า วัฒนธรรมที่งดงาม มักเกิดจากการไหลเวียนและผสมผสานเสมอครับ
??? แล้วทำไม "อ๋าวฉวิน" ถึงไม่ค่อยโผล่ในซีรีส์จีน?
​หลายคนอาจจะสงสัยว่า ถ้าอ๋าวฉวินเป็นชุดจีนจริงๆ ทำไมเราแทบไม่เห็นนางเอกซีรีส์จีนใส่ชุดแบบนี้เลย? สาเหตุหลักๆ มีดังนี้ครับ:
​รสนิยม "ความพลิ้วไหว": วงการซีรีส์จีนค่อนข้างยึดติดกับสุนทรียศาสตร์แบบ "เซียนชี่" (仙气) หรือความสวยงามแบบเทพเซียน ชุดต้องกรอมเท้า ผ้าเบาบาง เวลาลมพัดชายผ้าต้องสะบัดพลิ้วไหว ในขณะที่อ๋าวฉวินเนื้อผ้าค่อนข้างหนา ทรงแข็ง และดูทื่อกว่า จึงไม่ค่อยถูกใจผู้กำกับศิลป์เท่าไหร่
​หนีปัญหา "ดราม่า" จากคนจีนด้วยกันเอง: นี่คือตลกร้ายเลยครับ! เพราะอ๋าวฉวินหน้าตาคล้ายชุดเกาหลีมาก คนจีนทั่วไปที่ไม่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์แฟชั่นลึกซึ้ง พอเห็นนางเอกจีนใส่ชุดนี้ ก็ดันไปด่าคอสตูมชาติตัวเองว่า "ไปก๊อปฮันบกเกาหลีทำไม!" ผู้สร้างซีรีส์หลายค่ายเพื่อตัดรำคาญ จึงเลี่ยงไปใช้ชุดฮั่นฝูทรงอื่น (เช่น ราชวงศ์ถัง หรือซ่ง) แทน
​การทวงคืนในยุคหลัง: อย่างไรก็ตาม ช่วงหลังมารัฐบาลและวงการบันเทิงจีนเริ่มพยายาม "ทวงคืนอ๋าวฉวิน" เพื่อเคลมภาพลักษณ์นี้กลับมา เราจึงเริ่มเห็นซีรีส์ยุคราชวงศ์หมิงที่จัดเต็มเรื่องอ๋าวฉวินมากขึ้น เช่น Royal Feast (尚食) , Ming Dynasty (大明风华) และ Under the Power (锦衣之下 - องครักษ์เสื้อแพร)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่