หลายคนอาจคิดว่าโรคมะเร็งมักจะส่งสัญญาณเตือนชัดเจนก่อนเสมอ
แต่สำหรับ “มะเร็งไต” กลับเป็นโรคที่ถูกเรียกว่า “ภัยเงียบ” เพราะในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ
ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากทราบว่าตนเองเป็นโรคเมื่อมะเร็งลุกลามไปแล้ว
วั
นนี้พี่หมอฝั่งธนจะมาให้ความรู้..สัญญาณเตือน
“มะเร็งไต” ที่ไม่ควรมองข้าม รู้เร็ว รักษาได้ก่อนโรคลุกลาม
ปัจจุบันมะเร็งไตเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้สูบบุหรี่ ผู้ที่มีภาวะอ้วน และผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด
เช่น ความดันโลหิตสูง หรือโรคไตเรื้อรัง
การรู้จักสัญญาณเตือนของโรคจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ตรวจพบได้เร็ว และเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้มากขึ้น
มะเร็งไต (Kidney Cancer) คือโรคที่เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ภายในไต
จนกลายเป็นก้อนมะเร็ง โดยชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือ Renal Cell Carcinoma (RCC)
ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 80% ของมะเร็งไตทั้งหมด
หน้าที่หลักของไตคือการกรองของเสีย ควบคุมสมดุลน้ำ เกลือแร่ และช่วยควบคุมความดันโลหิต
เมื่อเกิดมะเร็งขึ้นจึงอาจส่งผลต่อการทำงานของร่างกายหลายระบบ
สัญญาณเตือนมะเร็งไตที่ไม่ควรมองข้าม
1. ปัสสาวะเป็นเลือด
ถือเป็นอาการสำคัญที่พบได้บ่อยที่สุด
ผู้ป่วยอาจสังเกตเห็นปัสสาวะมีสีแดง สีชมพู หรือสีน้ำตาลคล้ายสีโคล่า บางครั้งอาจมีเลือดออกเป็นช่วง ๆ แล้วหายไป
ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าอาการดีขึ้น
หากพบปัสสาวะปนเลือด แม้เพียงครั้งเดียว ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
2. ปวดบริเวณสีข้างหรือหลังส่วนล่าง
อาการปวดมักเกิดบริเวณด้านข้างลำตัวใต้ชายโครง หรือบริเวณหลังส่วนล่างด้านใดด้านหนึ่ง
ลักษณะอาการมักเป็นการปวดเรื้อรัง ไม่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหว และไม่ดีขึ้นแม้พักผ่อน
3. คลำพบก้อนบริเวณท้องหรือเอว
เมื่อก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจสามารถคลำพบก้อนผิดปกติบริเวณหน้าท้อง สีข้าง หรือเอวได้
แม้อาการนี้จะพบไม่บ่อยในระยะเริ่มต้น แต่หากคลำพบก้อนผิดปกติควรรีบเข้ารับการตรวจทันที
4. น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
หากน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายเพิ่ม
อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งหลายชนิด รวมถึงมะเร็งไต
5. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายผิดปกติ
ผู้ป่วยมะเร็งไตบางรายอาจมีภาวะซีดจากการสูญเสียเลือดในปัสสาวะ
หรือเกิดจากผลของมะเร็งต่อร่างกาย ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่มีแรง และอ่อนเพลียเรื้อรัง
6. มีไข้ต่ำ ๆ เป็น ๆ หาย ๆ
ไข้ที่เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะหากเป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์และไม่มีการติดเชื้อร่วม
อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม
7. เบื่ออาหาร
เมื่อร่างกายได้รับผลกระทบจากเซลล์มะเร็ง อาจทำให้ความอยากอาหารลดลง กินได้น้อยลง และนำไปสู่น้ำหนักลดตามมา
8. ความดันโลหิตสูงผิดปกติ
ไตมีบทบาทสำคัญในการควบคุมความดันโลหิต หากเกิดความผิดปกติจากก้อนมะเร็ง
อาจส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งไต
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่
สูบบุหรี่เป็นประจำ มีภาวะอ้วนหรือโรคอ้วน
ความดันโลหิตสูง โรคไตเรื้อรัง ผู้ป่วยที่ฟอกไตเป็นเวลานาน
มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งไต สัมผัสสารเคมีบางชนิดเป็นเวลานาน
อายุ 50 ปีขึ้นไป
วิธีตรวจวินิจฉัยมะเร็งไต
หากแพทย์สงสัยว่ามีความเสี่ยง อาจพิจารณาการตรวจดังต่อไปนี้
ตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือด อัลตราซาวด์ช่องท้อง
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
ปัจจุบันมะเร็งไตจำนวนมากถูกค้นพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพหรืออัลตราซาวด์ช่องท้องประจำปี ก่อนที่ผู้ป่วยจะมีอาการ

มะเร็งไตรักษาได้หรือไม่
คำตอบคือ “รักษาได้” โดยเฉพาะหากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
แนวทางการรักษาอาจประกอบด้วย
การผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออก
การผ่าตัดไตบางส่วน
การผ่าตัดไตทั้งข้าง
การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy)
ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)
การรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของโรค ขนาดก้อนมะเร็ง และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย

ป้องกันมะเร็งไตได้อย่างไร
แม้จะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการ
งดสูบบุหรี่
ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
รับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอ
ควบคุมความดันโลหิต
ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ
มะเร็งไตเป็นโรคที่อาจไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่หากสังเกตพบสัญญาณเตือน
เช่น ปัสสาวะเป็นเลือด ปวดสีข้างเรื้อรัง คลำพบก้อน น้ำหนักลด หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ไม่ควรนิ่งนอนใจ
ควรรีบเข้ารับการตรวจจากแพทย์โดยเร็ว
เพราะการค้นพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยเพิ่มโอกาสรักษาหายและลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีนัยสำคัญ
สัญญาณเตือน “มะเร็งไต” ที่ไม่ควรมองข้าม รู้เร็ว รักษาได้ก่อนโรคลุกลาม
แต่สำหรับ “มะเร็งไต” กลับเป็นโรคที่ถูกเรียกว่า “ภัยเงียบ” เพราะในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ
ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากทราบว่าตนเองเป็นโรคเมื่อมะเร็งลุกลามไปแล้ว
วันนี้พี่หมอฝั่งธนจะมาให้ความรู้..สัญญาณเตือน
ปัจจุบันมะเร็งไตเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้สูบบุหรี่ ผู้ที่มีภาวะอ้วน และผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด
เช่น ความดันโลหิตสูง หรือโรคไตเรื้อรัง
การรู้จักสัญญาณเตือนของโรคจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ตรวจพบได้เร็ว และเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้มากขึ้น
จนกลายเป็นก้อนมะเร็ง โดยชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือ Renal Cell Carcinoma (RCC)
ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 80% ของมะเร็งไตทั้งหมด
หน้าที่หลักของไตคือการกรองของเสีย ควบคุมสมดุลน้ำ เกลือแร่ และช่วยควบคุมความดันโลหิต
เมื่อเกิดมะเร็งขึ้นจึงอาจส่งผลต่อการทำงานของร่างกายหลายระบบ
1. ปัสสาวะเป็นเลือด
ถือเป็นอาการสำคัญที่พบได้บ่อยที่สุด
ผู้ป่วยอาจสังเกตเห็นปัสสาวะมีสีแดง สีชมพู หรือสีน้ำตาลคล้ายสีโคล่า บางครั้งอาจมีเลือดออกเป็นช่วง ๆ แล้วหายไป
ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าอาการดีขึ้น
หากพบปัสสาวะปนเลือด แม้เพียงครั้งเดียว ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
2. ปวดบริเวณสีข้างหรือหลังส่วนล่าง
อาการปวดมักเกิดบริเวณด้านข้างลำตัวใต้ชายโครง หรือบริเวณหลังส่วนล่างด้านใดด้านหนึ่ง
ลักษณะอาการมักเป็นการปวดเรื้อรัง ไม่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหว และไม่ดีขึ้นแม้พักผ่อน
3. คลำพบก้อนบริเวณท้องหรือเอว
เมื่อก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจสามารถคลำพบก้อนผิดปกติบริเวณหน้าท้อง สีข้าง หรือเอวได้
แม้อาการนี้จะพบไม่บ่อยในระยะเริ่มต้น แต่หากคลำพบก้อนผิดปกติควรรีบเข้ารับการตรวจทันที
4. น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
หากน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายเพิ่ม
อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งหลายชนิด รวมถึงมะเร็งไต
5. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายผิดปกติ
ผู้ป่วยมะเร็งไตบางรายอาจมีภาวะซีดจากการสูญเสียเลือดในปัสสาวะ
หรือเกิดจากผลของมะเร็งต่อร่างกาย ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่มีแรง และอ่อนเพลียเรื้อรัง
6. มีไข้ต่ำ ๆ เป็น ๆ หาย ๆ
ไข้ที่เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะหากเป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์และไม่มีการติดเชื้อร่วม
อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม
7. เบื่ออาหาร
เมื่อร่างกายได้รับผลกระทบจากเซลล์มะเร็ง อาจทำให้ความอยากอาหารลดลง กินได้น้อยลง และนำไปสู่น้ำหนักลดตามมา
8. ความดันโลหิตสูงผิดปกติ
ไตมีบทบาทสำคัญในการควบคุมความดันโลหิต หากเกิดความผิดปกติจากก้อนมะเร็ง
อาจส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่
สูบบุหรี่เป็นประจำ มีภาวะอ้วนหรือโรคอ้วน
ความดันโลหิตสูง โรคไตเรื้อรัง ผู้ป่วยที่ฟอกไตเป็นเวลานาน
มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งไต สัมผัสสารเคมีบางชนิดเป็นเวลานาน
อายุ 50 ปีขึ้นไป
วิธีตรวจวินิจฉัยมะเร็งไต
หากแพทย์สงสัยว่ามีความเสี่ยง อาจพิจารณาการตรวจดังต่อไปนี้
ตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือด อัลตราซาวด์ช่องท้อง
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
ปัจจุบันมะเร็งไตจำนวนมากถูกค้นพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพหรืออัลตราซาวด์ช่องท้องประจำปี ก่อนที่ผู้ป่วยจะมีอาการ
คำตอบคือ “รักษาได้” โดยเฉพาะหากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
แนวทางการรักษาอาจประกอบด้วย
การผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออก
การผ่าตัดไตบางส่วน
การผ่าตัดไตทั้งข้าง
การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy)
ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)
การรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของโรค ขนาดก้อนมะเร็ง และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย
แม้จะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการ
งดสูบบุหรี่
ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
รับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอ
ควบคุมความดันโลหิต
ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ
มะเร็งไตเป็นโรคที่อาจไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่หากสังเกตพบสัญญาณเตือน
เช่น ปัสสาวะเป็นเลือด ปวดสีข้างเรื้อรัง คลำพบก้อน น้ำหนักลด หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ไม่ควรนิ่งนอนใจ
ควรรีบเข้ารับการตรวจจากแพทย์โดยเร็ว
เพราะการค้นพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยเพิ่มโอกาสรักษาหายและลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีนัยสำคัญ