บอกก่อนนะครับ ผมไม่ใช่คนที่เข้าใจศัพท์วอลเลย์บอลขนาดนั้น ไม่ต้องอธิบายผมหรือมาว่าผมเรื่องไม่เข้าใจหรือไม่ใช้ศัพท์อย่าง บีแทรก บีหลัง อะไรพวกนี้นะครับ แต่ผมจะพูดแบบรูปเกมโดยรวมตลอด 3 เซต เลย ผมไม่รู้ว่าทีมงานและนักกีฬารู้จักเอามาใช้ในวันนี้ หรือ เกิดคิดได้ระหว่างเกมหรือยังไงผมก็ไม่ทราบ แต่ผมกล้าพูดได้เลยว่า ที่เราชนะ 3-0 จิตวิทยามีส่วนช่วยมหาศาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมอยากเห็นมานานแล้วกับกีฬาประเภททีม
ถ้าฟังจากคำสัมภาษณ์เมื่อวานที่ เพียว บอกว่า ไม่เข้าใจว่าติดตรงไหน ผมมองว่าผมเจอแล้วล่ะว่า ปัญหาอยู่ตรงไหน นอกจากการเสีย 5 แต้มชุดกับ ยูเครน เมื่อวานแล้ว จุดหลักเลยก็คือ ไทยช่วงหลังๆ เสียแต้มจากหัวเสามากเกินไปเพราะไม่รู้ว่าจะดักเกมรับยังไง พอจะดักไล่เส้นก็ตีฉีก พอจะไปลูกหนีบล็อกก็ดันยัดตรงเสียอีก
รูปเกมวันนี้ ถ้าสังเกตุดีๆ จะเห็นว่า เราเซฟบล็อก ได้เยอะมาก แสดงว่า ทุกคนในทีมเปลี่ยนมายด์เซตแล้ว ไม่ต้องสนว่าอีกฝ่ายบุกยังไง แต่ให้ดักเฉพาะลูกที่คิดว่าเขาได้แต้มง่ายที่สุดก็พอ ถึงเสียไปแต่ก็จะเสียน้อยกว่าไปเดาทางเกมบุกเหมือนเดาจุดโทษ ซึ่งถ้าหลายๆ คนไม่เข้าใจ มันคือแผนเปิดไฟล่อให้บุกทางเดียว นั่นแหละครับ
ปกติพวกสายยุโรป เขาก็จะเน้นหัวเสาเป็นทุนอยู่แล้วเพราะสูงกว่า เพราะฉะนั้นพวกเขาย่อมจะมั่นใจกับเกมบุกของพวกเขาเอง แต่ หัวเสามันมีข้อเสียตรงที่ว่า บุกไม่ได้หลากหลาย เพราะมันเป็นจุดริมเส้น ไม่อัดตรงเหนือบล็อก ระเบิดบล็อก ก็ต้องตีทแยงมุมหนีบล็อก แน่นอนว่า อันหลังเสี่ยงเสียแต้มง่ายกว่า ต้องชัวร์จริงถึงจะกล้าเล่น เพราะมุมตีตีบกว่า และส่วนใหญ่ มือหัวเสายุโรป เวลาเจอไทย มักจะเซตให้เหนือบล็อกเพื่ออาศัยความสูงที่เหนือกว่าให้ได้เปรียบ จากภาพนี้
จุดเปลี่ยนมาอยู่ในช่วงเซตแรกที่เราไล่จากตามห่างมา 19 เท่านี่แหละ ผู้เล่นในทีมไม่สนแล้วว่า พวกเขาจะบุกมายังไง แต่เราเน้นบล็อกลูกที่จะบุกไล่เส้นหัวเสาก็พอ ทำให้สมาชิกในทีมไม่ต้องไปพะวงว่าเขาจะมามุมไหน ดักแค่ว่า ครอสหรือตรงพอแล้ว พอบล็อกแล้วได้ผลคราวนี้แหละ จิตวิทยาและความมั่นใจมาเต็มเลย เพราะไม่ต้องไปคิดมากแล้วว่าเขาจะเล่นแบบไหนจะดักแบบไหน การแก้เกมมันก็ง่ายขึ้น แถมเราได้ประโยชน์ 3 ต่อด้วย
1. อย่างที่ผมเคยบอกไปเมื่อวานว่า การเสียแต้มชุดในเชิงจิตวิทยา เท่ากับเสียศูนย์ได้ง่ายๆ ไม่ว่าทีมชาติไหนก็ตามเจอเข้าไปมีรวนทุกคน บัลแกเรีย พอลูกที่เล่นได้มันเล่นไม่ได้ ก็จบเลย คราวนี้พะวงกันหมด เพราะแผนดันมาเน้นหัวเสาเสียเยอะ
2. ทุกคนในทีมรู้ทางกันหมด ความมั่นใจมาเต็ม ว่าสามารถแก้หัวเสาได้แล้ว และรู้หน้าที่อย่างชัดเจน เกมมันก็ไหลลื่นมากขึ้นและเล่นหลากหลายได้มากขึ้น
3. บัลแกเรีย ต้องเล่นลูกเสี่ยงมากขึ้น เพราะแต้มหลักมันทำแต้มได้น้อยลง ซึ่งจะให้เล่นตลอดเซตย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แถมฝ่ายรับย่อมดูทางออกอยู่แล้ว ก็เป็นการเปิดไฟล่อให้อีกฝ่ายต้องเล่นได้แต่ทางเดียว กลายเป็นความหลากหลายของ บัลแกเรีย ก็หายไปยิ่งกว่าเดิม ยิ่งดักทางง่าย และถึงต่อให้เสียแต้มก็จะเสียน้อยลงไปเป็นเท่าตัวด้วย
ทั้งหมดนี้คือแท๊กติกที่จิตวิทยาเข้ามามีส่วนล้วนๆ เลย แถมที่ต้องชมที่สุดคือ การขอเวลานอกและเปลี่ยนตัวรอบนี้ของ โค้ชอ็อด ตอนเซต 3 ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นจิตวิทยาเหมือนกัน ตอน นำ 10-7 แล้วโดนไล่มา 10-9 โค้ชอ็อดขอเวลานอกเลย แสดงว่าเข้าใจว่า จะมาขอเบรกตอนแต้มเท่ากันไม่ได้ อย่างน้อยต้องหนีให้ได้ 2 แถมไม่ได้เน้นเทคนิคแล้ว เน้นเทคนิคแค่เล็กน้อย ที่เหลือเน้นปลุกใจ แถมช่วงที่เขาไล่มา 13-14 มั้ง ผมจำไม่ได้ เปลี่ยนตัวดึงเวลาได้ถูกจังหวะมาก เพราะคงไม่มีใครขอเวลานอก 2 รอบติดหรอก แต่เพราะมันมาจากที่คนในทีมรู้ทางแล้วว่าจะเล่นยังไงมันก็ง่ายเลย จะเปลี่ยนใครไปก็รู้ทางกันหมด การเปลี่ยนตัวก็ช่วยดึงจังหวะเกมไปโดยปริยาย แล้วเกมรับเราเป็นจุดเด่นอยู่แล้ว พอเกมมันไหลลื่นแบบนี้ทุกคนก็ฉายแสงเลย
ผมอยากฝากถึง สต๊าฟโค้ชและนักกีฬาทุกคนทุกรุ่น ผมอยากให้ตาสว่างว่า จิตวิทยา มันสำคัญแค่ไหนกับวงการกีฬาในยุคปัจจุบัน ทั้งในตัวผู้เล่น และการใช้กับฝ่ายตรงข้าม เผลอๆ จะสำคัญยิ่งกว่า วิทยาศาสตร์การกีฬาเสียอีก ผมอยากให้ทุกคนเปลี่ยนมายด์เซตกันใหม่ ใช้ระบบตัวนี้เป็นพื้นฐาน และเป็นบรรทัดฐานในการสร้างทีมให้มีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น เพราะมันคือสิ่งที่นักกีฬาทุกคนสามารถทำได้ และเล่นกันได้ทุกคน เพราะยังไงเราก็เสียเปรียบเรื่องความสูงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเกมรับเราต้องดีกว่าเขา แต่ล่ะคนจะมีสไตล์การเล่นยังไงก็แล้วแต่เลย แต่ต้องมีมายด์เซตตรงนี้ ส่วน โค้ช ก็ต้องรู้จักใช้ จิตวิทยา ในการสอนนักกีฬาเพิ่มมากขึ้น บางครั้ง พวกเขาอาจจะไม่ได้ต้องการเทคนิคเพิ่มเติมหรอก แต่ต้องการจังหวะเบรกเกมที่กำลังรวนตังหาก
และถึงผมจะชมเยอะวันนี้ แต่ สิ่งที่ต้องแก้ก็คือ วิสัยทัศน์นายกสมาคม ยังไงก็ต้องเปลี่ยน เพราะไม่สามารถพัฒนาศักยภาพนักกีฬาได้อย่างยั่งยืนพอ เอาแค่เรื่องสปอนเซอร์ที่ได้มาน้อยนิดก็เห็นชัดแล้ว ผมเชื่อว่ามีคนรุ่นใหม่ที่จะสามารถนำไอเดียเรื่องการนำ จิตวิทยา และ วิทยศาสตร์การกีฬามาได้ชัดเจนกว่านี้
ทีมงานสต๊าฟโค้ช เห็นหรือยังครับว่า จิตวิทยาสำคัญแค่ไหน และควรเป็นบรรทัดฐานในการพัฒนาในอนาคต
ถ้าฟังจากคำสัมภาษณ์เมื่อวานที่ เพียว บอกว่า ไม่เข้าใจว่าติดตรงไหน ผมมองว่าผมเจอแล้วล่ะว่า ปัญหาอยู่ตรงไหน นอกจากการเสีย 5 แต้มชุดกับ ยูเครน เมื่อวานแล้ว จุดหลักเลยก็คือ ไทยช่วงหลังๆ เสียแต้มจากหัวเสามากเกินไปเพราะไม่รู้ว่าจะดักเกมรับยังไง พอจะดักไล่เส้นก็ตีฉีก พอจะไปลูกหนีบล็อกก็ดันยัดตรงเสียอีก
รูปเกมวันนี้ ถ้าสังเกตุดีๆ จะเห็นว่า เราเซฟบล็อก ได้เยอะมาก แสดงว่า ทุกคนในทีมเปลี่ยนมายด์เซตแล้ว ไม่ต้องสนว่าอีกฝ่ายบุกยังไง แต่ให้ดักเฉพาะลูกที่คิดว่าเขาได้แต้มง่ายที่สุดก็พอ ถึงเสียไปแต่ก็จะเสียน้อยกว่าไปเดาทางเกมบุกเหมือนเดาจุดโทษ ซึ่งถ้าหลายๆ คนไม่เข้าใจ มันคือแผนเปิดไฟล่อให้บุกทางเดียว นั่นแหละครับ
ปกติพวกสายยุโรป เขาก็จะเน้นหัวเสาเป็นทุนอยู่แล้วเพราะสูงกว่า เพราะฉะนั้นพวกเขาย่อมจะมั่นใจกับเกมบุกของพวกเขาเอง แต่ หัวเสามันมีข้อเสียตรงที่ว่า บุกไม่ได้หลากหลาย เพราะมันเป็นจุดริมเส้น ไม่อัดตรงเหนือบล็อก ระเบิดบล็อก ก็ต้องตีทแยงมุมหนีบล็อก แน่นอนว่า อันหลังเสี่ยงเสียแต้มง่ายกว่า ต้องชัวร์จริงถึงจะกล้าเล่น เพราะมุมตีตีบกว่า และส่วนใหญ่ มือหัวเสายุโรป เวลาเจอไทย มักจะเซตให้เหนือบล็อกเพื่ออาศัยความสูงที่เหนือกว่าให้ได้เปรียบ จากภาพนี้