บทเรียนจากความไว้วางใจในที่ทำงาน

ดิฉันเคยเข้าทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่งได้ประมาณ 1 เดือน แต่ภายในองค์กรมีบรรยากาศการเมืองค่อนข้างมาก ทำให้ดิฉันเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ และเกิดความเครียดสะสมจากการทำงาน
ในช่วงนั้น ทางฝ่ายบุคคลมีโครงการให้พนักงานที่รู้สึกไม่สบายใจ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการทำงาน สามารถเข้ามาพูดคุย ระบายความรู้สึก และขอคำปรึกษาได้ ดิฉันจึงตัดสินใจเปิดใจเล่าปัญหาที่พบ ทั้งเรื่องการทำงาน การเดินทาง และความกดดันต่าง ๆ โดยเข้าใจว่าการพูดคุยครั้งนั้นจะถูกเก็บเป็นความลับ และเป็นการช่วยกันหาทางแก้ไขอย่างเหมาะสม
แต่ภายหลัง เรื่องที่ดิฉันเล่ากลับถูกนำไปพูดต่อ จนคนในบริษัทรับรู้ และกลายเป็นประเด็นให้พูดถึงหรือนินทากัน ทำให้ดิฉันรู้สึกกดดันมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งเรื่องที่ดิฉันระบายไปยังส่งผลกระทบต่อหัวหน้างาน จนทำให้ดิฉันถูกตำหนิ และรู้สึกว่าหัวหน้ามองดิฉันไม่ดีเหมือนเดิม
เหตุการณ์นี้ทำให้ดิฉันรู้สึกเสียใจและผิดหวังมาก เพราะตอนแรกดิฉันเชื่อว่าการพูดคุยกับฝ่ายบุคคลจะเป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็นความลับ และช่วยให้ปัญหาดีขึ้น แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าดิฉันต้องเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้น จนรู้สึกอึดอัด ไม่กล้ามองหน้าหัวหน้างาน และไม่สามารถทำงานต่อได้อย่างสบายใจ
ความเครียดที่เกิดขึ้นส่งผลต่อสภาพจิตใจของดิฉันอย่างมาก จนต้องไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษา และสุดท้ายดิฉันตัดสินใจลาออกมาอยู่บ้าน
ปัจจุบัน แม้จะออกจากงานแล้ว แต่ดิฉันยังคงคิดวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์เดิม รู้สึกหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้ บางครั้งมีอาการเศร้า หมดกำลังใจ และรู้สึกโดดเดี่ยว สิ่งที่ทำให้ดิฉันรู้สึกหนักใจมากขึ้น คือคนที่บ้านไม่เข้าใจสถานการณ์ที่ดิฉันเจอ บางครั้งคำพูดหรือท่าทีของคนใกล้ตัวกลับยิ่งทำให้ดิฉันรู้สึกเหมือนถูกซ้ำเติม ทั้งที่จริง ๆ แล้วดิฉันต้องการเพียงความเข้าใจ กำลังใจ และพื้นที่ปลอดภัยในการฟื้นฟูตัวเอง

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ขอเป็นกำลังใจให้กับจขกท.นะคะ ในที่ทำงานไม่มีใครไว้ใจได้หรอกค่ะ แม้แต่เพื่อนสนิทของเราเองก็เถอะ เพราะฉะนั้นมีเรื่องไม่สบายใจอะไรในที่ทำงานอย่าเล่าให้ใครฟังดีที่สุดค่ะ เราก็เจอมากับตัวแล้ว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่