รวม "บทเรียนราคาแพง" ทางการเงินในวัย 20-30... เรื่องไหนที่คิดว่าพลาดที่สุดในชีวิต?

วันนี้ผมอยากมาชวนคุยในหัวข้อที่ค่อนข้างจริงจัง แต่อยากให้มันเป็นพื้นที่สำหรับ "ส่งต่อประสบการณ์" เพื่อเตือนสติและเป็นแนวทางให้น้องๆ รุ่นใหม่ หรือแม้กระทั่งเพื่อนๆ ที่กำลังอยู่ในช่วงสร้างตัว

เมื่อเราอายุมากขึ้น มองย้อนกลับไปในวัย 20-30 ปี มันจะมีเรื่องให้เราพูดคำว่า "รู้งี้..." อยู่เสมอ ทั้งเรื่องที่เสียดายว่าทำไมไม่ทำ และเรื่องที่เสียใจว่าไม่น่าทำเลย วันนี้ผมเลยขอรวบรวม 4 บทเรียนคลาสสิกที่มักจะสร้างความล้มเหลวทางการเงินและชีวิตมากที่สุดมาแชร์กันครับ



"รู้งี้... ออมเงิน/ลงทุนให้เร็วขึ้น"
ข้อนี้เป็นอันดับหนึ่งของความเสียดาย คนส่วนใหญ่มักคิดว่าช่วงอายุ 20 ต้นๆ เป็นวัยที่ต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม เพิ่งเรียนจบ เพิ่งมีเงินเดือน ต้องกิน เที่ยว ช้อปปิ้ง เต็มที่ แล้วค่อยไปเริ่มเก็บเงินตอนอายุ 30

- พลังที่น่ากลัวที่สุดในการเงินไม่ใช่จำนวนเงินครับ แต่คือ "เวลาและดอกเบี้ยทบต้น" เงิน 1,000 บาทที่ลงทุนตอนอายุ 20 มีค่าและมีเวลาเติบโตมากกว่าเงิน 1,000 บาทที่ลงทุนตอนอายุ 30 เป็นสิบๆ ปี การผลัดวันประกันพรุ่งทำให้เราต้องเหนื่อยกว่าเดิมหลายเท่าในตอนแก่




"รู้งี้... ไม่น่าสร้างหนี้บริโภคเพื่อ 'หน้าตา' ทางสังคม"
กับดักที่คนรุ่นใหม่ยุคนี้ตกหลุมพรางเยอะที่สุดคือ การมีบัตรเครดิตใบแรก มีวงเงินสินเชื่อ แล้วเริ่มซื้อของที่เกินฐานะเพื่อภาพลักษณ์ ตั้งแต่โทรศัพท์รุ่นท็อป, กระเป๋าแบรนด์เนม, หรือแม้กระทั่งการรีบออกรถยนต์ป้ายแดงทั้งที่ยังไม่มีความจำเป็นและรายได้ยังไม่นิ่ง



- ของนอกกายเหล่านั้นมูลค่าลดลงตั้งแต่วันแรกที่ซื้อ แต่ "ดอกเบี้ย" เดินหน้าทุกวัน ยอดผ่อนต่อเดือนที่สูงเกินไป กลายเป็นโซ่ตรวนที่ขังเราไว้กับงานที่ไม่ชอบ เพราะเราไม่กล้าเสี่ยงย้ายงาน ไม่กล้าออกไปทำธุรกิจส่วนตัว เพียงเพราะมีภาระหนี้ค้ำคอ






"รู้งี้... น่าจะดูแลสุขภาพควบคู่ไปกับการหาเงิน"
มีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้ช่วงวัยหนุ่มสาวแบบหามรุ่งหามค่ำ ทำงานหนัก อดนอน กินอาหารไม่มีประโยชน์ ปล่อยเนื้อปล่อยตัว เพียงเพื่อจะเอาเงินไปถมในบัญชีให้ได้มากที่สุด




- พอเข้าสู่วัย 35-40 เงินที่หามาได้อย่างยากลำบาก กลับต้องเอามาจ่ายเป็น "ค่ารักษาพยาบาล" ค่ายา ค่าหมอ หรือคอร์สฟื้นฟูร่างกาย ร่างกายที่พังไปแล้วต่อให้เอาเงินล้านมาแลกก็ไม่สามารถกลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิม การหาเงินได้เยอะแต่ไม่มีชีวิตอยู่ใช้เงิน คือเรื่องที่น่าเศร้าที่สุด





"รู้งี้... น่าจะลงทุนใน 'ความรู้' และทักษะใหม่ๆ"
หลายคนพอเรียนจบปริญญาตรีปุ๊บ ก็ปิดประตูการเรียนรู้ทันที ทำงานตามหน้าที่ไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้อัปเกรดทักษะ ภาษา หรือทำความเข้าใจเรื่องการเงินอย่างจริงจัง




- โลกยุคนี้เปลี่ยนเร็วมาก ทักษะที่เคยทำให้เรารอดเมื่อ 5 ปีที่แล้ว อาจจะใช้ไม่ได้ผลในวันนี้ การไม่ลงทุนพัฒนาตัวเองคือความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุด เพราะค่าแรงของเราจะโตไม่ทันค่าครองชีพและเงินเฟ้อ






อดีตคือสิ่งที่เรากลับไปแก้ไขไม่ได้ แต่เราสามารถใช้มันเป็น "แผนที่" ในการเดินหน้าต่อได้ครับ สำหรับใครที่กำลังอยู่ในวัย 20-30 ปี คุณยังมีข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ "เวลา" ส่วนใครที่ผ่านช่วงนั้นมาแล้วและเคยเจ็บหนักมาก่อน การแชร์เรื่องราวของคุณในวันนี้ อาจจะช่วยเซฟอนาคตของเด็กวัยรุ่นอีกหลายคนไม่ให้ต้องเดินหลงทาง

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่