ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ข่าวเรื่องแชร์ลูกโซ่ วงแชร์ล่ม หรือแอปพลิเคชันลงทุนปลอมที่หลอกว่าจะให้ผลตอบแทนสูงๆ สัปดาห์ละ 10% เดือนละ 20% ก็ยังคงมีอยู่คู่สังคมไทยเสมอ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ตัวระบบครับ แต่คือการที่สิ่งเหล่านี้มักจะมาในคราบของ "คนสนิท" ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิท ญาติผู้ใหญ่ หรือเพื่อนร่วมงานที่ออฟฟิศ
"ช่วงแรกได้เงินจริง"
สิ่งที่ทำให้คนยอมทุ่มเงินก้อนสุดท้ายลงไป คือการที่ลงเงินงวดแรกๆ แล้วได้ผลตอบแทนกลับมาตรงเวลา เป๊ะๆ จนเกิดความชะล่าใจและไปชวนคนรอบตัวมาร่วมวงด้วย
- เงินที่ได้มาในช่วงแรก ไม่ใช่ผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจ แต่เป็นเงินของผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่โอนเข้ามาหมุนเวียน ระบบนี้จะอยู่ได้ตราบเท่าที่มีคนใหม่เข้ามาเติมเงิน แต่ทันทีที่คนใหม่เริ่มหมด ระบบจะพังทลายลงในข้ามคืน และเจ้ามือก็จะหายไปพร้อมกับเงินทั้งหมด
ความเกรงใจ... ตัวดูดเงินชั้นดี
หลายคนไม่ได้โลภ แต่อยู่ในภาวะ "น้ำท่วมปาก" เมื่อหัวหน้างาน พี่ที่เคารพ หรือญาติมาขอให้ช่วยส่งแชร์ หรือช่วยเปิดพอร์ตลงทุนในแอปพลิเคชันแปลกๆ เพื่อทำยอด
- ในโลกการเงิน ความเกรงใจคือความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ครับ ถ้าเราไม่กล้าปฏิเสธในวันแรก วันที่เราสูญเงินไป เราจะเสียทั้งเงินและเสียทั้งความสัมพันธ์ การพูดคำว่า "ช่วงนี้ผมติดภาระผ่อนสัญญาระยะยาว เงินสดไม่พอจริงๆ" คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
"ถ้ามันดีเกินจริง... มันคือเรื่องโกหก"
จำไว้เสมอว่าในโลกความเป็นจริง ไม่มีการลงทุนไหนที่ให้ผลตอบแทนสูงลิ่ว โดยที่ "ไม่มีความเสี่ยง"
- ขนาดยอดนักลงทุนระดับโลกหรือกองทุนใหญ่ๆ ยังทำกำไรเฉลี่ยได้แค่ 10-15% ต่อปี ถ้ามีใครมาชวนลงทุนแล้วบอกว่าจะได้กำไรเดือนละ 10% (ปีละ 120%) ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเป็นมิจฉาชีพ การเอาเงินไปฝากธนาคารดิจิทัลกินดอกเบี้ยปลอดภัย หรือออมในหุ้นพื้นฐานดี แม้จะโตช้า แต่มันคือของจริงที่ไม่มีวันบินหนีไปไหน
ความมั่งคั่งไม่มีทางลัดที่ยั่งยืนครับ เงินที่ได้มาง่ายๆ มักจะไปง่ายๆ เสมอ การปั้นพอร์ตลงทุนด้วยตัวเอง เรียนรู้เรื่องสินทรัพย์อย่างแท้จริง และสะสมทีละเล็กละน้อย อาจจะดูน่าเบื่อและใช้เวลานาน แต่มันคือเงินที่เป็นของเราอย่างปลอดภัยและทำให้นอนหลับฝันดีในทุกๆ คืน
จากเงินเก็บทั้งชีวิตสู่ศูนย์... ถอดบทเรียน "วงแชร์-แชร์ลูกโซ่" ที่เริ่มจากความไว้ใจ จบที่น้ำตา
"ช่วงแรกได้เงินจริง"
สิ่งที่ทำให้คนยอมทุ่มเงินก้อนสุดท้ายลงไป คือการที่ลงเงินงวดแรกๆ แล้วได้ผลตอบแทนกลับมาตรงเวลา เป๊ะๆ จนเกิดความชะล่าใจและไปชวนคนรอบตัวมาร่วมวงด้วย
- เงินที่ได้มาในช่วงแรก ไม่ใช่ผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจ แต่เป็นเงินของผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่โอนเข้ามาหมุนเวียน ระบบนี้จะอยู่ได้ตราบเท่าที่มีคนใหม่เข้ามาเติมเงิน แต่ทันทีที่คนใหม่เริ่มหมด ระบบจะพังทลายลงในข้ามคืน และเจ้ามือก็จะหายไปพร้อมกับเงินทั้งหมด
ความเกรงใจ... ตัวดูดเงินชั้นดี
หลายคนไม่ได้โลภ แต่อยู่ในภาวะ "น้ำท่วมปาก" เมื่อหัวหน้างาน พี่ที่เคารพ หรือญาติมาขอให้ช่วยส่งแชร์ หรือช่วยเปิดพอร์ตลงทุนในแอปพลิเคชันแปลกๆ เพื่อทำยอด
- ในโลกการเงิน ความเกรงใจคือความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ครับ ถ้าเราไม่กล้าปฏิเสธในวันแรก วันที่เราสูญเงินไป เราจะเสียทั้งเงินและเสียทั้งความสัมพันธ์ การพูดคำว่า "ช่วงนี้ผมติดภาระผ่อนสัญญาระยะยาว เงินสดไม่พอจริงๆ" คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
"ถ้ามันดีเกินจริง... มันคือเรื่องโกหก"
จำไว้เสมอว่าในโลกความเป็นจริง ไม่มีการลงทุนไหนที่ให้ผลตอบแทนสูงลิ่ว โดยที่ "ไม่มีความเสี่ยง"
- ขนาดยอดนักลงทุนระดับโลกหรือกองทุนใหญ่ๆ ยังทำกำไรเฉลี่ยได้แค่ 10-15% ต่อปี ถ้ามีใครมาชวนลงทุนแล้วบอกว่าจะได้กำไรเดือนละ 10% (ปีละ 120%) ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเป็นมิจฉาชีพ การเอาเงินไปฝากธนาคารดิจิทัลกินดอกเบี้ยปลอดภัย หรือออมในหุ้นพื้นฐานดี แม้จะโตช้า แต่มันคือของจริงที่ไม่มีวันบินหนีไปไหน
ความมั่งคั่งไม่มีทางลัดที่ยั่งยืนครับ เงินที่ได้มาง่ายๆ มักจะไปง่ายๆ เสมอ การปั้นพอร์ตลงทุนด้วยตัวเอง เรียนรู้เรื่องสินทรัพย์อย่างแท้จริง และสะสมทีละเล็กละน้อย อาจจะดูน่าเบื่อและใช้เวลานาน แต่มันคือเงินที่เป็นของเราอย่างปลอดภัยและทำให้นอนหลับฝันดีในทุกๆ คืน